ความคิดเห็นทั้งหมด : 0

ผลวิจัยชี้โน้ตบุ๊กมีโอกาสเสีย 20% หลังจากใช้ไป 3 ปี


   


อ้างอิงจาก web ARIP ครับ

ผลวิจัยชี้โน้ตบุ๊กมีโอกาสเสีย 20% หลังจากใช้ไป 3 ปี


รายงานวิจัยประจำปีระบุว่า โน้ตบุ๊กที่ซื้อวันนี้มีโอกาสเสีย หรือพบข้อบกพร่องของการทำงานประมาณ 15% และจะขยับเพิ่มขึ้นเป็น 20% เมื่อใช้งานไปประมาณ 3 ปี
สำหรับอัตราการเสียของเครื่องคอมพิวเตอร์เดสก์ทอป และโน้ตบุ๊กของเมื่อ 2 ปีก่อนจะอยู่ที่ประมาณ 25% แต่มันก็ยังมีโอกาสที่จะพัฒนาให้เสถียรภาพในการทำงานของคอมพิวเตอร์ดีขึ้นได้ อ้างอิงข้อมูลจากรายงานผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับอัตราการเสีย หรือพบข้อบกพร่องในคอมพิวเตอร์ของ บริษัทวิจัย การ์ทเนอร์ อิงค์
ในรายงานดังกล่าวได้มีการแสดงตัวเลขที่สะท้อนให้เห็นทั้งข่าวดี และข่าวร้าย โดยข่าวดีก็คือ การลดลดของตัวเลขอัตราการเสียของคอมพิวเตอร์ แต่ข่าวร้ายประจำปีนี้เห็นจะหนีไม่พ้นข้อสรุปที่ว่า โน้ตบุ๊กที่ซื้อวันนี้จะยังคงมีอัตราการเสียเพิ่มขึ้นจาก 15% ไปจนถึง 20% ภายใน 3 ปี
สามปีที่แล้ว อัตราการเสียต่อการใช้งานในรอบปี (AFR: Annual Failure Rate) ของคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กจะอยู่ที่เฉลี่ยประมาณ 20% สำหรับปีแรก และจะขยับขึ้นไปเป็น 28% ในปีที่ 3 ส่วนคอมพิวเตอร์เดสก์ทอปจะมี AFR ที่ต่ำกว่ามาก (โอกาสเสียน้อยกว่า) โดยจะมีตัวเลขอยู่ที่ 5% ในปีแรก และขยับขึ้นเป็น 12% ในปีที่ 4 ของการใช้งาน ซึ่งข้อมูลที่เก็บรวบรวมเมื่อ 4 ปีก่อนหน้านี้ AFR ของเดสก์ทอปจะเริ่มจาก 7% ไปจนถึง 15%
“ผู้ใช้จำเป็นต้องทราบอัตราการเสียของเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อจะได้เข้าใจถึงความเสี่ยงของปัญหา และการยืดระยะเวลาความรับผิดชอบของซัพพลายเออร์” นักวิเคราะห์จากการ์ทเนอร์ กล่าว
อ้างอิงจากผลรายงานวิจัยยังอีกพบว่า ในส่วนของโน้ตบุ๊ก ต้นตอของความเสียหายของระบบที่ทำให้มันมีอายุการใช้งานน้อยกว่า 2 ปีก็คือ แผงวงจรหลัก (mainboard) และฮาร์ดดิสก์ ตามด้วยตัวถังของเครื่อง ซึ่งรวมถึง ตัวล็อคฝา ข้อพับ ขาตั้ง และส่วนประกอบที่แตกหักได้ (คีย์บอร์ด, หน้าจอ)
สำหรับคอมพิวเตอร์เดสก์ทอป ปัญหาใหญ่จะอยู่ที่แผงวงจรหลัก และฮาร์ดดิสก์ โดยในส่วนของแผงวงจรหลักจำนวนของการเปลี่ยนใหม่แทนแผงวงจรที่เสียมีอัตราเพิ่มขึ้นตลอดเวลา อันเป็นผลมาจากการเพิ่มวงจรการทำงานต่างๆ เข้าไปในแผงวงจรหลักมากขึ้นนั่นเอง
“ชิ้นส่วนต่างๆ อย่างเช่น การ์ดเชื่อมต่อเครือข่าย หรือการ์ดโมเด็ม ในปัจจุบันจะถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งของแผงวงจรหลักไปด้วยเลย ทำให้ไม่สามารถแยกถอดออก เพื่อเปลี่ยนใหม่เข้าไปได้เวลาที่เกิดปัญหา ซึ่งทำให้กลายเป็นว่า ต้องเปลี่ยนทั้งเมนบอร์ด”
การ์ทเนอร์ระบุว่า ความเสียหายของฮาร์ดแวร์ที่ใช้ในการทำวิจัยนี้จะหมายถึง การซ่อมบำรุงในลักษณะที่ต้องมีการเปลี่ยนชิ้นส่วนอุปกรณ์ใหม่เข้าไปแทนที่ชิ้นส่วนเดิม



Posted by : garnet , Date : 2006-06-29 , Time : 08:59:06 , From IP : 172.29.1.230

ความเห็นจาก Social Network : Facebook


สงวนสิทธิ์การแสดงความคิดเห็นสำหรับ สมาชิกเท่านั้น