ความคิดเห็นทั้งหมด : 6

โจ นิสิตหนุ่ม "ไม่อยากชิงสุกก่อนห่าม เลยเที่ยวอาบอบนวด"


   เรื่องรักระหว่างเรียนดูจะกลายเป็นเรื่องปกติไปในปัจจุบัน เรื่องรักนี่ไม่เท่าไหร่แต่เรื่องเซ็กนี่สิน่ากลัว เพราะ บางคนมีเซ็กในขณะที่ยังไม่พร้อม โดยเฉพาะนักศึกษาที่มีเซ็กด้วยการที่เข้าใจว่ารักคือการมีเซ็ก

อย่างไรก็ตามเรื่องเซ็กนี้ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน บางคู่ยังยึดมั่นในขนบธรรมเนียมที่ว่า “รักจริงหวังแต่ง ไม่ชิงสุกก่อนห่าม” ขณะเดียวกันมีบางคู่กลับปล่อยให้เป็นไปตามอารมณ์ ตามความต้องการทางเพศ

ที่น่าสนใจก็คือเมื่อมีความต้องการทางเพศแล้ว การหาหนทางสนองความต้องการของตัวเองควรทำอย่างไร เพราะ การมีความสัมพันธ์ทางเพศก่อนวัยอันควรยังเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมสำหรับสังคมไทย มีหลายๆ คนใช้การเที่ยวอาบอบนวดแทนเหมือนกับ โจ น.ศ จากมหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่ง

“ไปเพราะไม่อยากมีอะไรกับแฟนตัวเองก่อนที่จะแต่งงานกัน เทิดทูนเขาไว้บนหิ้ง แล้วก็ไปหาเอาที่อื่นอย่างหาระบายตาม อาบ อบ นวด บ้าง” โจบอกกับเราพร้อมๆ กับ “บอล” เพื่อนซี้ของโจให้เหตุผลว่าการไปเที่ยวอาบอบนวดว่าดีกว่าที่จะไปเที่ยวตามผับเยอะ เพราะ ถ้าไปอย่างนั้นเสียเงินเสียทองมากโดยใช่เหตุ ในขณะที่การเที่ยวแบบนี้ไปถึงจ่ายเงินแล้วจบเลย

“ข้อนี้เป็นอีกเหตุผลหนึ่งครับ ก็มีอยู่รายนึงเหมือนกันที่ผมอ๊อฟออกมาข้างนอก แล้วก็ติดต่อกันอยู่อีก มีโทรคุยกันบ้างแต่มาหลังๆ ผมไม่ติดต่อ เพราะ เอะอะก็อยากได้นู่นอยากได้นี่จะให้ซื้อให้ตลอดก็เลยเลิกติดต่อกันไป” โจสนับสนุนความเห็นของเพื่อน

ครั้งแรกที่โจไปก็ไปเพราะเพื่อนชวนไปตอนเรียนมหาวิทยาลัยนี่ล่ะ แต่ถ้าให้ไปคนเดียวโจยืนยันยังไงๆ ก็ไม่ไปแน่

“เรื่องเขินน่ะ ไม่เขินหรอก แต่อายมากกว่าอายแม่บ้านที่มาเตรียมนู่นเตรียมนี่เวลาอยู่ในห้องน่ะ ตอนนั้นก็ไม่เสียดายเงินหรอก เพื่อนชวนเอ้า! ไปก็ไปวะดูเงินในกระเป๋าก็พอจะมีก็ไปกัน ก็เลยเที่ยวไม่ค่อยบ่อยเท่าไหร่ แต่ถ้ามีเงินก็ไป อือ.. เวลาผมไปนะบางทีเจอเด็กหัวเกรียนพวก ม.ปลาย น่ะมาเที่ยวอย่างนี้ก็มีนะไม่รู้เข้าไปได้ยังไง”

“เวลาไปก็ขับรถเข้าไปแล้วจอดที่หน้าประตู พนักงานก็เอารถไปจอดให้แล้วก็เดินเข้าไปเลือกก็มีคนเชียร์ มาบอกว่าคนนั้นดีอย่างนั้น คนนี้ดีอย่างนี้ ถามว่าชอบแบไหน คนไหนเอาใจเก่ง เลือกเสร็จ พนักงานก็จะพาขึ้นห้อง แม่บ้านก็จะหิ้วของใช้พวกสบู่ ยาสระผม น้ำยาบ้วนปากอะไรแบบนี้ล่ะ จากนั้นก็แล้วแต่จะอะไรยังไง”

จากครั้งแรกก็มีครั้งต่อๆ มาโจบอกครั้งแรกน่ะไปกับเพื่อนแต่ต่อจากนั้นขึ้นอยู่กับตัวเองว่าจะมีเงินพอหรือเปล่า และโจยังบอกตัวเองไม่กลัวโรคติดต่อ เพราะ เชื่อว่าตัวของใคร ใครก็ห่วง อีกทั้งผู้หญิงที่ทำอาชีพนี้ต้องตรวจโรคเป็นประจำอยู่แล้ว และการมีเพศสัมพันธ์ทุกครั้งโจต้องใช้ถุงยางอนามัย เพราะ ถ้าไม่ใส่ผู้หญิงก็ไม่ยินยอม

“ผมกลัวที่สุดก็คือ กลัวแฟนจะรู้น่ะสิ เดี๋ยวเสด็จลงจากหิ้งมาประหารผมทำไงล่ะ อุตส่าห์เก็บขึ้นหิ้งไว้แล้ว อย่าให้รู้ดีกว่า (หัวเราะ) พวกผู้หญิงแบบนั้นก็มีการศึกษานะอายุก็ประมาณ 20 กว่าๆ อย่างคราวที่แล้วก็จะมีคนเชียร์บอกว่า พี่ๆ คนนั้นนะ คนนี้นะ เรียนที่นั่นที่นี่ พอเราเข้าไปในห้องก็จะถามสิว่าน้องเรียนที่นั่นเหรอ”

“เด็กก็บอกว่าพี่รู้ได้ไง ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะเรียนอยู่มหา’ลัยจริงรึเปล่า อาจไม่ใช่ก็ได้แต่จะไปสนทำไมว่าเรียนอยู่จริงหรือเปล่า ดูแค่หน้าตารูปร่าง แล้วพวกไซด์ไลน์นี่ก็แพงมากๆ ด้วยบางทีตั้ง 5,000 แล้วผมต้องเก็บตังค์นานไงก็ไม่ค่อยไปเที่ยวแบบไซด์ไลน์หรอกแบบธรมดาๆ ก็พอแค่ 1,000 – 2,000 ก็พอ”

โจบอกบางคนดูข้างนอกไม่มีทางรู้ว่าเป็นหมอนวด เพราะ แต่งเนื้อแต่งตัวหรูมากโทรศัพท์มือถือ รถที่ใช้ล้วนแต่ราคาแพงทั้งนั้น

“ก็เคยถามเหมือนกันนะว่าเป็นนักศึกษาอยู่แล้วทำไมถึงมาทำ เค้าก็บอกว่า เกลียดแฟนบ้าง แฟนทิ้ง ถูกผู้ชายหลอกบ้าง แต่บางคนพูดตรงๆ เลยว่าทำเพราะอยากมีของอยากมีเงิน แต่ทุกๆ คนจะบอกว่าเคยมีอะไรกับแฟนมาแล้วแฟนเคยได้เขาแล้ว เท่าที่ดูๆ ทุกคนมีปัญหาทั้งนั้น แต่ ผมว่าความโลภมากกว่านะ ความโลภนี่สำคัญเลย เชื่อว่าไม่มีนะที่ไปทำ เพราะ เรื่องเซ็กอย่างเดียว เพราะ ถ้าอย่างนั้นก็ไปหาตามที่เที่ยวทั่วไปก็น่าจะได้”

“เคยคิดเล่นๆ เหมือนกันว่าถ้าวันนึงเข้าไปแล้วเห็นเพื่อนตัวเองนั่งอยู่นี่จะทำยังไง (หัวเราะ) แต่ถ้าเจอจริงๆ ก็คงต่างคนต่างหลบกันดีกว่าคงอายกันนะ ยกเว้น กรณีที่คนนี้อยาก.... มานานแล้ว(หัวเราะ) แต่ต้องรู้จักแบบมองอยู่ไกลๆ นะ เหมือนกับเคยคุยกันสองสามครั้งหรือไม่ก็ไม่เคยคุยเลย แต่ถ้าเป็นเพื่อนกันคุยกันบ่อยๆ เจอกันบ่อยๆ อย่างนี้ไม่เด็ดขาด”









Posted by : joe , Date : 2003-07-10 , Time : 04:12:30 , From IP : 202.57.175.155

ความคิดเห็นที่ : 1


   ใครได้ชมรายการ "ถึงลูกถึงคน" ในตอน "เจ้าพ่อ อาบ อบ นวด ชื่อดัง" ในคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา คงจะได้เห็นคำถามของผู้ดำเนินรายการ คือ คุณ สรยุธ ที่ถกถาม เจาะลึกกันแบบตรงไปตรงมา นี่อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ชม นั่งกันตัวเกรง อ้าปากค้าง และคิดอยู่ในใจว่า "ถามไปได้ไง ..." เพราะทุกคำถาม ตรง หนักแน่น หักดิบ
เจ้าของธุรกิจ อาบ อบ นวด ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ เพื่อขอร้องความเป็นธรรม อย่างตรงไปตรงมา กับเหตุที่โยงถึงเจ้าของอาบ อบ นวด รายนี้ จากประเด็นร้อน "ที่มีชายฉกรรย์เข้าบุกรื้อลานเบียร์ บาร์เบียร์ถนนสุขุมวิทย์" และอีกประเด็น ก็คือ "ค้าประเวณี จากเหตุที่ สส.ปวีณา นำทีมบุกช่วยเด็กขายบริการต่ำกว่า 18 ปี จากสถานบริการ อาบ อบ นวด แห่งหนึ่ง" และเรื่องของ "ป้อมตำรวจ" ที่เจ้าตัวได้บริจาค แต่โดนรื้อทิ้งไป

ถ้าหากชมรายการจนจบ ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดคงไม่ใช่เหตุการณ์ต่างๆ ของคุณชูวิทย์ เจ้าของ อาบ อบ นวด ดังที่ได้กล่าวมา

แต่เป็นคำถามที่ว่า "ควรมี อาบ อบ นวด ต่อไปหรือไม่ ?" อาบอบนวดนี้ คือซ่องใช่ไหม? คุณหากินกับน้ำกาม

สิ่งที่เห็นและก็น่าแปลกใจอยู่ไม่ใช่น้อย ที่หลายๆ ต่อหลายเสียง ต่างโหวตให้

ควรมีอาบอบนวด 51.84% แต่ไม่ควรมีกลับมีโหวตเพียง 48.16%

ทั้งๆที่ผู้ดำเนินรายการ แทงคำถามอยู่ตลอดเวลาว่า เป็นอาชีพที่ผิดศีลธรรมในสังคม และเป็นธุรกิจที่สังคมไม่ยอมรับ

แต่ทำไม? ผลโหวตให้ควรมีอาบ อบ นวด ต่อไปกลับสูงกว่าผลโหวตจากในรายการว่าไม่ควรมี...

คุณว่ามันแปลกไหมล่ะ !!??



Posted by : joe , Date : 2003-07-10 , Time : 04:14:35 , From IP : 202.57.175.155

ความคิดเห็นที่ : 2


   ไม่แปลกใจผลการโหวต มีการแบ่งฝ่ายอยู่แล้วในหมู่คนดูและคนเชียร์
และผู้ดูรายการก็เปลี่ยนอยู่เรื่อยๆ และมี silent majority น่าจะมากอยู่
ส่วนเรื่องการขายบริการทางเพศและเรื่องการอาบ อบ นวด นี่ เป็นปัญหาที่เกิดจากผู้ชายจริงๆ เป็นเรื่องที่มีหลายด้านหลายมิติมาเกี่ยวข้อง ไว้อ่านเมล์ของใครๆ คงมีมุมมองครบ


Posted by : Vaitong , Date : 2003-07-10 , Time : 14:27:03 , From IP : 172.29.3.131

ความคิดเห็นที่ : 3


   เรื่องของเรื่องคือ self respect และ respect others

มนุษย์มี instinct ที่มี common pleasure อยู่ไม่กี่อย่าง หิว-กิน sex-มีsex เป็นหนึ่งในบรรดานั้น แต่การที่มนุษย์ก้าวขึ้นมาเหนือระดับสัตว์อื่นนั้นมีส่วนประกอบหลายอย่าง เช่น social animals สติปัญญาความคิด และเหนืออื่นใดจินตนาการจาก previous knowledge ที่จะสร้างของใหม่ การเป็นสัตว์สังคมทำมห้เกิด social rules และปัจจุบันก็มีทั้งประเพณีและกฏหมายเพื่อให้สถานภาพสังคมเป็นระเบียบเรียบร้อย pleasure ที่ serve individual ได้ถูกปัจจัยสำคัญในการอยู่ร่วมกันนี้ suppress ลงไปอย่างมาก เราไม่ควรขโมยกินของคนอื่นๆ ฯลฯ เป็นต้น

SEX นั้นมีทั้งความหมาย (และความรู้สึก) ทางด้าน physical และ emotional และในหลายๆชุมชนมี implication หรือนัยยะซ่อนเร้นอยู่ในทางลึกมากพอสมควร อย่างที่ได้มีการพูดถึง บางสังคมกำหนดการมีเพศสัมพันธ์นั้นควรจะ reserve สำหรับคู่สมรสที่ตั้งใจจะครองคู่อยู่ด้วยกัน เลี้ยงดูบุตรด้วยกัน เป็น unit หนึ่งของสังคม ฉะนั้นคู่เพศสัมพันธ์ในกรณีนี้จะเป็นคู่ที่มีความเคารพและรักใคร่ในความเป็นบุคคลของทั้งสองฝ่ายอย่างเทียบเทียม (well, ในอดีตไม่นานมากมานี้ ก็ไม่ใคร่เทียบเทียมเท่าไหร่ แต่ตอนนี้เปลี่ยนไป)

การซื้อเพศสัมพันธ์ชั่วคราวจะมีผลต่อการมองเพศตรงข้ามของคนๆนั้นรึเปล่าเป็นสิ่งน่าคิด คิดดูง่ายๆหลังจากเรานอนกับแฟนที่เป็นคนรัก แล้วเราจะให้เงินเขารึเปล่าและถ้าให้จะเกิดอะไรขึ้น เราสามารถจะจินตนาการได้ว่า action of giving money or pay for the service นั้นถูกมองเป็นการ degrade ชองความสัมพันธ์ได้อย่างมากก็ได้

ผมเคย debate เรื่องนี้กับนักเรียน Ph.D. Psychiatrist ก็มีมุมมองเพิ่มเติมอีกนั่นคือฝ่ายขายบริการ (เป็นได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง) อาจจะไม่ได้มองเรื่องนี้ต่างๆไปจากการประกอบอาชีพที่สุจริตอย่างหนึ่งแต่อย่างใดเลย OK ผนวกกับโรคติดเชื้อ และความรู้สึกของคู่ครองจรงๆ (ถ้ามี) และของลูก ถ้าทุก party OK ก็คงจะ OK ผมเชื่อว่านักเต้นระบำ exotic หลายคนที่หาเงินจากการขายความงามของเรือนร่างมนุษย์อาจจะคิด phylosophical อย่างนี้ก็คงมีไม่น้อย และสามารถมีความภาคภูมิใจกับเงินที่ได้มาด้วยน้ำพักน้ำแรงส่งลูกเข้าเรียนหมอหรืออื่นๆเพื่อที่จะได้มีความรู้และมี choices ในการทำงานโดยไม่ต้องขาย "ที่ดินผืนน้อย" นั้นเหมือนตนเอง

ขออย่างเดียวคืออย่าให้เรื่องนี้กลายเป็นการ LOOK DOWN หรือ Sexism ประเพณีดั้งเดิม (ยุคหิน) นั้นค่อนไปทาง Machochism มาก การกดขี่ทางเพศในสายตาทั่วไปยังเป็นเรื่องปกติของสังคมบางที่ก็เห็นได้เหมือนกัน



Posted by : Phoenix , Date : 2003-07-10 , Time : 21:51:00 , From IP : 172.29.3.228

ความคิดเห็นที่ : 4


   ไม่เข้าใจว่าทำไมมนุษย์ถึงเห็นการมี sex เป็นสิ่งที่แสดงถึงความสัมพันธ์อย่างหนึ่งในสังคม หรือว่าเป็นรูปแบบการดำเนินชีวิตของมนุษย์ที่แค่แตกต่างจากสัตว์(เท่านั้นเอง)

จริงๆเรื่องอาบอบนวด ผมก็มองว่าเหมือนการเปิดบ่อน จะถูกหรือผิด ก็แล้วแต่ norm ของแต่ละที่ อยู่ที่ว่ามันจะสร้างปัญหาให้กับสังคมนั้นๆหรือเปล่า


Posted by : ArLim , Date : 2003-07-11 , Time : 14:19:13 , From IP : 172.29.3.210

ความคิดเห็นที่ : 5


   ไม่เข้าใจว่าทำไมมนุษย์ถึงเห็นการมี sex เป็นสิ่งที่แสดงถึงความสัมพันธ์อย่างหนึ่งในสังคม หรือว่าเป็นรูปแบบการดำเนินชีวิตของมนุษย์ที่แค่แตกต่างจากสัตว์(เท่านั้นเอง)

ไม่ค้อยเคลียร์ว่าคุณArLim เข้าใจว่ายังไง หรือเห็นว่า sex แสดงถึงอะไรจากประโยคข้างบนน่ะครับ ช่วยกรุณาขยายความซักนิดได้ไหมครับ



Posted by : Phoenix , Date : 2003-07-11 , Time : 15:54:52 , From IP : 172.29.3.160

ความคิดเห็นที่ : 6


   ทำไม sex ถึงไม่ใช่แค่ ordinary activity แต่กลับมีความหมายที่ซับซ้อนในสังคมไทยมากขึ้น
เคยได้ยินมาว่า ในบางวัฒนธรรมในบางท้องถิ่น เจ้าบ้านจะให้แขกผู้มาเยี่ยมเยือนมี sex กับภรรยาเจ้าบ้าน ถือเป็นการให้เกียรติอย่างสูง
เข้าใจว่าในวัฒนธรรมไทย มีรากมาจากศาสนาที่บอกว่าไม่ควรประพฤติผิดลูกเมียผู้อื่น ถ้าว่าตามความหมายคือ ประพฤติผิดที่สามีภรรยาเขาไม่ยินดี หรือสร้างปัญหาขึ้นมาในสังคม
แล้ววัฒนธรรมเรื่อง sex ในไทยเดี๋ยวนีเป็นอย่างไรล่ะครับ ในสายตาผู้ใหญ่


Posted by : ArLim , Date : 2003-07-12 , Time : 12:06:40 , From IP : 172.29.3.203

ความเห็นจาก Social Network : Facebook


สงวนสิทธิ์การแสดงความคิดเห็นสำหรับ สมาชิกเท่านั้น