ความคิดเห็นทั้งหมด : 194


   รู้สึกว่านี่เป็นกระทู้ล่อเป้ายังงัยไม่รู้
แต่เท่าที่รู้มา
รายแรกลาออกโดยไม่เคยโผล่มาม.อ.เลย
รายที่สองไม่ชอบงานศัลย์
รายที่สามไปได้ดี ย้ายไปทำงานที่จ.นครศรีธรรมราช
รายที่สี่ก็ไปดี ย้ายไปเทรนที่อื่น
รายที่ห้า?????
ผมว่าทางที่ดีนะ ปิดตา ปิดหู ปิดปาก ดีกว่า




Posted by : กะหลั่วเป็ด , Date : 2003-05-29 , Time : 22:20:07 , From IP : 172.29.3.229

ความคิดเห็นที่ : 1


   ศัลยกรรมเป็นงานที่ demanding คนที่พร้อมทั้งจิตใจและร่างกายเท่านั้นจึงเหมาะกับงานและปลอดภัยกับคนไข้ เป็นการตัดสินใจที่เห็นแก่ผู้ป่วยอย่างยิ่งเมื่อเห็นสมควรว่าตนเองอาจจะไม่เหมาะกับงานแล้วเปลี่ยนใจ และเป็นการเสียสละเวลาอันมีค่ายิ่งของตนเองโดยเห็นแก่ส่วนรวม ผมว่าหลายคนนั้นมีความเป็นแพทย์ที่สมบูรณ์และอวยพรให้ประสบความสำเร็จในทางเลือกของพวกเขาครับ



Posted by : Phoenix , Date : 2003-05-29 , Time : 22:43:29 , From IP : 172.29.3.213

ความคิดเห็นที่ : 2


   คิดถึงพี่ก๊องจังเลยครับ

Posted by : อาโชะ , Date : 2003-05-29 , Time : 23:04:46 , From IP : 172.29.2.122

ความคิดเห็นที่ : 3


   Test....:D



Posted by : Death , Date : 2003-05-29 , Time : 23:42:51 , From IP : 172.29.3.229

ความคิดเห็นที่ : 4


   I believe this is our fate to be here...
It is our destiny...
What is the prophecy is true?
What is tomorrow the war could be over?
Isnt that worth fighting for?
Isnt that worth dying for?

Morpheus from The Matrix - Reloaded

....Ummmm...I just thinking for this word of morpheus....when first time I saw this topic.....and I still thinking now that in this situation...."worth" for fighting for?....or "worth" for dying for?......



Posted by : Death , Date : 2003-05-29 , Time : 23:47:17 , From IP : 172.29.3.229

ความคิดเห็นที่ : 5


   ถามกะหลั่วเป็ด
รายแรก มาทำงานเป็นinternแล้ว~3เดือน
รายที่สอง ชอบศัลย์มากๆ ไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนมีความ
ตั้งใจจะเรียนศัลย์แบบนี้
รายที่สาม ไปได้ดีที่นคร?...นครมีอะไรดีกว่าที่นี่...
รายที่สี่ จะได้สอบบอร์ดอยู่แล้ว แต่ยินดีที่จะไปเริ่ม
ใหม่ที่ อื่น
( รายที่ห้า ขอโทษครับ ผมเองก็ไม่รู้ว่าคนpostหมายถึงใครเหมือนกัน)


Posted by : ... , Date : 2003-05-30 , Time : 03:05:13 , From IP : 172.29.3.123

ความคิดเห็นที่ : 6


   หากจะวิพากษ์ปรากฏการณ์นี้ในทางสร้างสรรค์และให้เกิดประโยชน์ ผมเชื่อว่าจะต้องมองทั้งสองด้าน ทั้งสถาบันและผู้เรียน ข้อแม้เพียงอย่างเดียวคืออย่าสร้างข่าวลือด้วยความสาหัวใจหรือขี่แพะไล่อะไรบางอย่าง นั่นไม่ใช่วิธีการของผู้เจริญ
.
ผมมีความเชื่อว่า early dropout กับ late dropout มีพยาธิสรีรวิทยาต่างกัน อย่างแรกน่าจะเกิดจาก incompatibility ระหว่างความคาดหวังกับสิ่งที่สถาบันหรือบริบทที่แวดล้อมเป็นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะและปริมาณงาน รายได้ เพื่อน ทางเลือกในการใช้ชีวิต ระยะทางจากบ้าน ฯลฯ ผมเชื่อว่าส่วนนี้เกิดขึ้นมากกับ foreign graduated มากกว่า PSU born cases และป้องกันได้ด้วยระบบประคับประคองทั้งจากสังคมเพื่อนและสถาบันเองให้เกิดการปรับตัวจนอยู่หาดใหญ่ ทำงานมอ. ได้อย่างเร็วและเข้มแข็ง
.
late dropout น่าจะมีเหตุสำคัญจากความกดดัน ในส่วนนี้ผมไม่มีความเห็นเนื่องจากไม่มีข้อมูล แต่อยากให้ทัศนคติอย่างหนึ่งว่าบางสิ่งบางอย่างที่มันเป็น มันจำต้องเป็น ไม่ว่าจะเป็น military like training, labor hard work มันเป็น surgical resident life ซึ่งผมเชื่อว่าไม่ว่าสถาบันฝึกอบรมที่ไหน หากยังคิดที่จะ keep the pace บนแนวหน้า จะต้องเป็นอย่างนี้ ผมเชื่อว่าอาจมีคนเถียงว่าที่โน่นเพื่อนบอกสบาย ที่นั่นทำงานพิเศษได้คล่องตัว ผมว่าถ้าอยากจะเรียนอนุบาลหมีน้อยหรือชอบอยู่กับ dead-wood ก็เป็นทางเลือกอันชอบของท่านสถาบันไม่ควรยอม compromise ในส่วนที่มันจำต้องเป็น
.
ในส่วนของ trainee ผมเคยพูดในวงเหล้าหลายครั้งว่า training ไม่ใช่การตบมือข้างเดียว มันจะดีมันจะน่าพอใจได้ ต้องอาศัย great effort ของทั้ง staffs และ residents หากต้องการให้มีการสอน ก็ต้องพยายามจัดให้มีการเรียนรวมทั้งทำจริตให้ใฝ่เรียนด้วย ไม่ต้องไปเพิ่มไปเติมactivity อะไรเพราะกิจกรรมที่มีอยู่มันเยอะนรกอยู่แล้ว เพียงแต่ทำให้ทุก session มัน well prepared และ more productive ลองตอบคำถามเหล่านี้สิ คุณเตรียม morning conference ของคุณอย่างดีแค่ไหน คุณใช้ประโยชน์จาก"คนนั่งหลัง"อย่างเต็มที่แล้วหรือยัง คุณเคยเตรียมอ่านหนังสือและวางแผนการผ่าตัดอย่างรัดกุมก่อนจะปูผ้ากี่ครั้ง คุณเคยคิดที่จะ train hand skill นอกห้องผ่าตัดบ้างหรือไม่ คุณสนใจในการเขียนเวชระเบียนอย่างดีเพื่อให้เป็นข้อมูลที่ review ได้แค่ไหน

ผมเชื่อว่าถ้าเราจะสร้าง training program ที่ distinguish เราจำเป็นต้องยืนบนหลักการและปณิธานในระดับหนึ่ง ปรับในสิ่งที่ควรปรับ แต่ไม่ยอม compromise ให้กับ idiot matters




Posted by : พี่ว่าว , Date : 2003-05-30 , Time : 09:30:31 , From IP : 133.1.67.161

ความคิดเห็นที่ : 7


    ผมขออยุญาติแสดงความคิดเห็นครับ ผมมีความเห็นคล้ายๆพี่ว่าว (ไม่ทราบว่าเป็นพี่ว่าวที่ศึกษาต่อบนดาวอังคารหรือเปล่าครับ) ผมมีคิดว่ามีหลายปัจจัยที่ทำให้แทย์ลาออก หากเราคิดว่าเกิดจาก incompatibility ระหว่างผู้เรียนกับสถาบันแล้ว เราคงต้องหาวิธีที่ทำให้ผู้ที่จะเข้ามาเรียนทราบก่อนว่าจะเกิดอะไรขึ้นในระบบการเรียนการสอนของที่นี่บ้าง ผมคิดว่ากระบวนการคัดเลือกมีส่วนสำคัญมากครับ หากที่นี่มีระบบการคัดเลือกที่ดี สามารถเลือกคนที่อยากเรียนและเรียนได้จริงๆก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อสถาบันและจำนวนศัลยแพทย์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตครับ ผมคิดว่าคงต้องมาทบทวนและวิเคราะห์ว่าสาเหตุของการลาออกเกิดจากปัญหาอะไรแน่ เราสามารถแก้ไขปัญหาได้หรือไม่ ผมยังคิดว่าที่นี่มีข้อดีอยู่มากแต่ในขณะเดียวกันก็มีจุดด้อยหรือข้อบกพร่องบ้างเหมือนกันครับ หากเราพยายามวิเคราะห์และหาแนวทางปก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ก็อาจทำให้ระบบการเรียนการสอนดีขึ้นไม่มากก็น้อยครับ ผมไม่คิดว่าเด็กที่จบจากมอ. หรือสถาบันอื่นจะมีความคิดลาออกต่างกันเนื่องจากมีหลายปัจจัยดังที่พี่ว่าวได้กล่าวไว้แล้ว สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรให้มีแพทย์อยากมาเรียนที่นี่มากขึ้นและสามารถสอนให้เป็นศัลยแพทย์ที่ดีมีประสิทธิภาพเพื่อไปทำประโยชน์ให้แก่ชุมชน เมื่อนั้นเราก็จะเป็นที่ยอมรับของทุกคนครับ

Posted by : free bird , Date : 2003-05-30 , Time : 11:21:29 , From IP : 172.29.1.172

ความคิดเห็นที่ : 8


   ผมคิดว่ากระทู้นี้เกี่ยวพันกันบางส่วนกับกระทู้ล่าสุดที่ว่าทำอย่างไรให้ นศพ.และแพทย์ที่จบจาก มอ.มีความรักและผูกพันทางด้านจิตใจกับสถาบัน ที่จริงแล้วเราไม่เคยทราบจริงๆว่าคนที่ลาออก ทำไมถึงลาออก อาจจะเป็นเพราะเราไม่เคยถามหรืออาจจะถามแล้วแต่คนที่ลาออกไปแล้วก็ไม่อยากจะพูดอะไรอีก เหตุผลที่แท้จริงอาจทราบกันในวงแคบที่เป็นคนสนิทเพียงไม่กี่คน การวิเคราะห์จึงทำได้ลำบากก็ได้แต่ตั้ง hypothesis ซึ่ง based on เหตุผลที่ไม่ใช่ทางวิทยาศาสตร์
ถ้า extern ที่เลือกเป็น พชท.ศัลย์มีข้อมูลของการตัดสินใจไม่เพียงพอในขณะนั้น เมื่อมาอยู่แล้วไม่ได้อย่างที่คาดหวังจึงขยับขยายไปในทิศทางที่ตนเองคิดว่าเหมาะสมกับวิถีชีวิตของตนเองมากกว่า ซึ่งก็เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคนที่จะกระทำได้ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร


Posted by : LIONKING , Date : 2003-05-30 , Time : 13:24:23 , From IP : 172.29.1.172

ความคิดเห็นที่ : 9


   คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก
งานหนักพอทนได้ ลำบากใจนี่สิไม่รู้จะทำอย่างไร
เฮ้อ จะพูดมากก็ไม่ได้


Posted by : . , Date : 2003-05-30 , Time : 15:48:33 , From IP : 172.29.3.94

ความคิดเห็นที่ : 10


   เฮ้ออออ.......รู้อยู่แล้ว....ว่ามันเป็นกระทู้ล่อเป้า......ก็ยังคงเขียนกันต่อมายาวยืด.......เอาหละ....เอาๆ.....อยากเขียนกันดีนัก......พอได้แล้ว......ตืนได้แล้วครับ....เลิกอาศัยอยู่ใน Matrix กันได้แล้ว....ไอ้โลกในอุดมคติที่คิดฝันกันนะไม่มีวันเป็นจริงไปได้หรอก.....เราต่างรู้กันอยู่ดีทุกคนแล้วว่าเราได้พยายามกันมาแค่ไหนแล้ว.....แล้วอะไรคือสิ่งที่เราได้มาบ้าง.....มีแต่เจ็บตัว....ไม่คุ้มเลยที่จะเอาชีวิตลงไปเสียง.....ไม่มีใครสนใจสิ่งที่เราคิดหรือพูดหรอก...จำไว้สิ...."คำพูดของพวกไร้อำนาจ....ไม่มีความหมายหรอก....".....เราทำได้แค่นี้...ทำไมบางอย่างเวลาสั่งมาปุ๊ปได้ปั๊ป....ทำไมเราร้องเรียน....ต้องมีหนังสือ...ต้องมีเหตุผล...ต้องมี....และต้องมีอะไรอีกเป็นตับ.....จำกันไม่ได้แล้วเหรอ?.....ผมสิ้นหวังแล้ว....และผมก็ได้แต่หวังว่าคงไม่มีอะไรทำให้ผมต้องรู้สึกแย่ลงไปกว่านี้....ผมแค่อยากจะทำงานอย่างสนุกกับงานที่ผมรักแค่นั้น....อย่ามาอ้างอะไรกับการทำงานหนักที่เกิดจากการจัดการของระบบที่ไม่ดีและไม่ให้ทางแก้ไขอะไรนอกจาก"มันเป็นแบบนี้มานานแล้ว"อีกเลย......ขอผมอยู่เฉยๆดีกว่า....และขอร้องคนที่คิดจะตอบอะไรเรื่องนี้หรือเขียนกระทู้อะไรแบบนี้อีก.....พอเถอะครับ.....ผมใช้ internet มานานจนรู้ว่าทำแบบนี้ไม่ได้อะไรขีนมาหรอก........เสียเวลา......เดี๋ยวก็โดนลบ.........Absolute power ไม่ได้อยู่ในมือเราอยู่แล้ว......เราเปลี่ยนโลกไม่ได้ด้วยการเขียนอะไรไร้สาระในนี้หรอก........เราต้องลงมือทำเองครับ....ถ้าอยากได้มาซึ่งสิ่งที่เราต้องการ....และผมก็เหนื่อยเหลือเกินแล้วครับ......ผมอยากพักอยู่เฉยๆและสนุกกับการเป็นคนธรรมดาสักคนในโลกที่วันๆมีแต่เรื่องโหดร้าย.......แค่ได้หลับตาลงนอนโดยไม่ต้องมาวาดฝันหรือคิดอะไรบ้าๆที่ไม่มีวันทำได้.....แค่นั้นก็เป็นสุขแล้วครับ..............................



Posted by : Death , Date : 2003-05-30 , Time : 17:53:46 , From IP : 172.29.3.123

ความคิดเห็นที่ : 11


   อืม.. เห็นด้วยกับคุณ Death .. เหมือนระบบ PBL ของนศพ.เลย complaint เท่าไหร่ ถ้าไม่ได้ดั่งใจคณะกรรมการ ก็ไม่มีผล Feedback... feedback หลังสอบ feedbackเท่าไหร่ ไม่เห็นมีการเปลี่ยนแปลง หรือมีก็น้อยมากๆ เว้นแต่ complaint ว่า สอนหนูน้อยๆหน่อย ขอชั่วโมง SDL มากๆ---> แบบนี้ทันตาเห็นเจงๆ ha ha ha !!!

Posted by : V , Date : 2003-05-30 , Time : 18:32:59 , From IP : 172.29.2.172

ความคิดเห็นที่ : 12


   เอ้อ...คุณ Death ครับ ผมเห็น (อ่าน) พบว่าคุณ Death ประกาศมามากมายหลายครั้งว่าพูดอย่างไรไปก็ไม่เกิดประโยชน์ จะมีการลบกระทู้ Absolute power ฯลฯ แต่ไม่ค่อยได้ยิน comment บนเนื้อหาสักเท่าไหร่ หรือผมได้มองข้ามไปก้ไม่ทราบ? ขณะที่คุณ death อาจจะไม่ทราบ แต่ว่าเนื้อหาบนกระดานแห่งนี้ได้มีการถูกเอาไปอภิปรายถึงในที่ประชุม QA คณะฯ และเป็นการนำเสนอที่สร้างสรรค์ด้วย ผมจึงไม่เห็นด้วยที่ว่าที่เราพูดๆกันบนนี้ไม่มีใครที่มีอำนาจแท้จริงได้ยินหรือไม่สนใจ ข้อมูลของคุณ Death ที่สร้าง impression ทำนองนั้นคงจะไม่ accurate

ดังที่ผมเคยกล่าวมาแล้ว (หลายเรื่องเต็มทน) โดยเฉพาะเรื่อง "เจตนา" ของการแสดงออกทางกายวาจาใจ ผมนั้นอยากจะ optimistic ว่าคงจะมีการนำเสนอเพื่อสร้างสรรค์ หรือหากจะ criticize ก็เป็น constructive (or positive) criticism อย่างที่คุณ LIONKING ว่า หากเราไม่ได้ไปสัมภาษณ์คนที่ลาออกว่าเป็นเพราะอะไร ก็คงจะได้แต่คาดเดา ทิศทางของการคาดเดานั้นก็คงจะวนเวียนขึ้นอยู่กับอะไรอยู่ในจิตใจและเจตคติของคนเดาในขณะนั้น

คุณ...บอกว่าจะเรียนถามคุณกะหลั่วเป็ดบางอย่างแต่ผมไม่เห็นคำถามนะครับ ทางที่ดีคุณอาจจะมีข้อมูลรายละเอียดบางอย่างที่ accurate และ precise ซึ่งสามารถจะช่วยพวกเราในที่นี้เข้าใจสถานการณ์มากยิ่งขึ้นก็ได้ ทำไมไม่ลอง share ข้อมูลลงมาล่ะครับ

การส่งกระทู้ลงมาบนกระดานแห่งนี้คงจะไม่สามารถจะเปลี่ยนโลกได้อย่างที่คุณ Death ว่า แต่บนกระดานแห่งนี้เป็นสนามฝึกการแสดงความคิดเห็นอย่างดีในสายตาของผม คุณ Death อาจจะลองเปลี่ยนจาก style เดิมมาลอง comment เพื่อจะดู responses จากกระดานดูก็ได้นะครับ อย่างน้อยถึงจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง โลกไปได้กลายเป็นสีกุหลาบในวันพรุ่งนี้ คุณ Death ก้ได้ระบายอะไรๆจากในอก และบางทีอาจจะมีคำตอบที่เข้าทีบ้างไม่เข้าทีบ้างมาให้อ่านเล่นๆก็เป็นได้



Posted by : Phoenix , Date : 2003-05-30 , Time : 19:47:27 , From IP : 172.29.3.208

ความคิดเห็นที่ : 13


   ......บางทีผมก็เหนื่อยใจนะ.....คล้ายๆที่คุณ (.)เขียนไว้ก่อนหน้าผมนั้นหละ......งานหนักหรือเหนื่อยไม่เป็นไรหรอก......แต่กับอะไรๆที่ไม่เป็นเรื่อง.....บางทีมันก็เป็นเรื่องได้.....คุณ Phoenix น่าจะเข้าใจที่ผมพูด.....ผมไม่ได้อยากขุดภาคตัวเองมาประจานให้ชาวบ้านดูเท่าไรนัก (แต่ก็คล้ายๆว่าที่ทำอยู่ก็คือการขุดแบบกลายๆนั้นหละ....:D..)...ผมจะยกตัวอย่างอะไรที่คิดว่าเบาๆเล่นๆให้คนที่นี้อ่านกันดู....ผมอยากจะทราบความเห็นของคนที่พอจะเข้าใจเหมือนกัน......อ้าาาา.....เอาเรื่องการจัดเวรดีกว่า....ผมจะไม่พูดเรื่องเวร ER นะครับ....เพราะนั่นนะเรื่องใหญ่เกินไป....และผมก็เบื่อกะเรื่องนั้นด้วย.....ผมจะพูดถึงเวรที่อยู่แบบปกติก็แล้วกัน....ทำไมพวกผมไม่ได้สิทธิในการจัดตารางเวรเองหรือครับ?....ผมค่อนข้างจะแปลกใจในการจัดการระบบนี้มาก....เพราะแต่ไหนแต่ไรมา...ผมเป็น Exterm ผมยังจัดกันเองกับเพื่อนเลย....อย่าว่าถึงตอน Externเลย...ถามว่าตอนนี้มีที่ไหนเค้าจัดเวรโดยเจ้าหน้าที่ธุรการที่ภาค...ที่ไม่ได้มาอยู่เวรเองบ้างหรือครับ.....ผมค่อนข้างไม่พอใจพอสมควรกับบางคำพูดเช่นว่า....."รุ่นผมคนมาก".....คนมากแล้วแปลกยังไงหรือครับ....ต้องใช้งานกันจนตายกันไปข้างนึงหรือเปล่า....เคยทราบไหมครับว่าผมอยู่เวร 10 เวรนี่เละแบบไม่ได้นอนกี่เวร....9เวรครับ...อีกวันก็มาทำงานต่อ....ผมเหนื่อยไหม?....ไม่หรอกครับ...สนุกดี...ทำงานได้ไหม....ทำได้.....แล้วผลงานออกมาดีหรือเปล่า....ไม่เลยครับ......ถ้าเทียบกับคนที่พักอย่างเพียงพอก่อนมาทำงาน...ผมเข้าใจว่ารุ่นของคุณ Phoenix อยู่เวรและงานหนักกว่าพวกผมมากนัก....แต่ผมอยากรู้ว่าอะไรที่ทำแล้วทำให้ชีวิตของทั้งคนไข้และของหมอดีไปด้วยกันทั้ง 2 ด้านเนี่ย...น่าสนใจไหมครับ....หรือจะปล่อยให้มันเป็นเวรกรรมสืบต่อไป...โดยบอกว่าเมื่อก่อนก็เป็นมาแบบนี้....ไม่ต้องแนะนำว่าถ้าไม่ไหวให้พักได้นะครับ....ในความเป็นจริงมันทำไม่ได้หรอกครับ...เมื่อคืนไม่ได้นอน...วันนี้ OPD คนไข้ 200 คน จะปล่อยพี่ๆน้องๆตรวจกันให้ตายไปข้างนึงนี่...บางทีผมก็ทำไม่ลงจริงๆ....ต้องลากสังขารแบบ 50% มาทำงาน...และบางทีที่ไม่ไหว...ก็จะโดนเหน็บแนมแบบกลายๆว่าสำออย...อ่อนแอ...บางทีมันท้อใจนะครับ....ผมไม่มีข้อมูลหรือ Paper ใดๆมายืนยันว่าการทำงานแบบไหนหรืออยู่เวรเท่าไรจะให้ผลของการทำงานและความพึงพอใจของคนไข้สูงสุด....เท่ากับอะไรนะหรือ...เท่ากับผมไม่มีอะไรเลยนะสิ....อ้างลอยๆว่าไม่ไหว....ใครสนหรือเปล่าครับ...นี่แค่เรื่องง่ายๆแค่การจัดเวรยังขนาดนี้เลย....เคยมีใครสนว่ามันมีผลต่องานอื่นๆที่ตามมาหรือเปล่าครับ....ผมอยากจะแนะนำว่าเลิกให้คติแบบการซื้อโลงศพมาจัดเวรได้ไหม....แบบว่าคนซื้อไม่ได้ใช้....คนใช้ไม่ได้ซื้อ...คนอยู่ไม่ได้จัด...คนจัดไม่ได้อยู่...ผมเคยพยายามหาทางแก้ไข....สุดท้ายก็เจอทางตันที่ว่า...เป็นคำสั่ง....OK.....ผมอยากรู้จังว่ามีใครจะฟังคำขอร้องของพวกผมบ้างไหมครับ....หรือว่าสั่งได้ก็สั่ง....อยากให้ทำอะไรก็ทำ.......สั่งมาหละกัน....

นั้นหละครับคุณ Phoenix เรื่องเบาๆเล็กๆที่ผมคิดว่าพูดได้โดยไม่ขุดอะไรออกมามากนัก....ผมมีความเชื่อโดยไม่มีหลักฐานใดๆมาสนับสนุนว่า....พวกผมน่าจะได้รับผิดชอบการจัดเวรเองโดยไม่ต้องรับคำสั่งจากใครครับ...เป็นสิทธิพื้นฐานที่พวกผมควรจะได้รับ....เพราะพวกผมเป็นคนอยู่เวร...มีเหตุผลเท่านั้นครับ......

ผมจะลองดูแค่นี้ก่อน....ว่าคุณ Phoenix จะว่าอย่างไร...แต่แค่นี้ผมก็รู้สีกสบายขึ้นเล็กน้อยจากการได้ระบายสิ่งที่เก็บไว้ส่วนนึงแล้วครับ....ถึงจะเป็นส่วนเล็กก็เถอะครับ....ขอบคุณครับ........:D....:D



Posted by : Death , Date : 2003-05-30 , Time : 20:47:23 , From IP : 172.29.3.123

ความคิดเห็นที่ : 14


   กับเรื่องเบา ๆ เล็ก ๆ ที่คุณ Death กล่าวมานั้น ผมก็เห็นมานานแล้ว ให้เจ้าหน้าที่ที่คุณไว้ใจให้จัดเวรนั้น ไม่ทราบว่าได้ใช้สมองในการจัดหรือ ??? จัดมาไม่มีความยุติธรรมเลยสักเดือน ไม่เชื่อคุณก็เอาตารางเวรเก่า ๆ มาดูกันได้
นอกจากนี้ยังมีหลายอย่างที่ผมเห็นด้วยกับคุณ (.) พี่ในภาคผมบางคนช่วยจัดการในเรื่องบางเรื่อง (เวร ER, Manage เตียงใน ICU, etc.) ซึ่งเขาไม่ต้องทำก็ได้ แต่ที่ทำก็เพื่อส่วนรวม แต่กลับถูกเรียกไปด่าว่า เขาเรียกว่า "ทำคุณบูชาโทษ" การจะกล่าวหาใครควรสืบค้นข้อมูลอย่างแน่ชัด แล้วจึงนำว่ากล่าวกัน


Posted by : Mippo , Date : 2003-05-30 , Time : 21:12:05 , From IP : 172.29.3.230

ความคิดเห็นที่ : 15


   ใจเย็นๆทั้งสองฝ่ายนะครับ
เห็นพาดหัวข้อไว้น่าสนใจเลยเข้ามาดู
ผมเองก็ไม่รู้รายละเอียดของเรื่องราวว่าเป็นอย่างไร
เท่าที่อ่านดูพอจะจับใจความได้ว่า
ปัญหาที่พชท.ศัลย์ลาออกกันเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง
ไม่ว่าจะเป็น ความคาดหวังที่มากเกินไปของinternต่อภาค
การปรับตัวไม่ได้ ระบบการtrainที่เข้มข้นมาก งานที่ล้นมือ
แต่ที่เห็นว่าเป็นปัญหามากที่สุดคือ ความคับข้องใจ
ทั้งสองฝ่ายไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน
เริ่มปรับความเข้าใจกัน ด้วยการสำรวจตัวเองก่อน
ฝ่ายพชทก็อดทนให้มากหน่อย ผมเข้าใจว่าความอดทนบางครั้งก็มีขีดจำกัด
ฝ่ายภาควิชาก็อย่าเชื่อมั่นมากเกินไปว่าตัวเองถูกต้องทั้งหมด
พชท.4คนที่ออกไปเป็นสัญญานว่า ต้องมีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้นแน่
สูญเสียทั้งทรัพยากรบุคคล ทั้งโอกาสในการสร้างศัลยแพทย์มาทำงานเพื่อคนไข้
อย่าให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้อีกเลย...


Posted by : ผู้หวังดี , Date : 2003-05-30 , Time : 22:39:40 , From IP : 172.29.1.160

ความคิดเห็นที่ : 16


   อืม...
จัดประชุมอีกครั้งดีไหมเนี่ย?.....
แต่...เอ...จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือเปล่านา?...
หรือว่าจะลอยไปตามลม....
ไม่งั้นก็เจ็บตัวจากแผลเก่าๆอีกครั้ง.....
สงสัยต้องยืนยันเหมือนเดิม.....
ปิดตา ปิดหู ปิดปาก ดีกว่า




Posted by : กะหลั่วเป็ด , Date : 2003-05-30 , Time : 23:36:32 , From IP : 172.29.3.219

ความคิดเห็นที่ : 17


   ผมคิดว่าสามารถจัดการ check ได้เรื่องการจัดเวรที่ไม่แฟร์ (แปลว่ามีบางคนอยู่มาก บางคนอยู่น้อยใช่ไหมครับ?) เนื่องจากตอนนี้ยังไม่ทราบว่ารุ่นไหนเป็นรุ่นไหนที่กำลังพูดถึงอยู่แต่ก็ไม่น่าจะยากนัก ตามปกติผมคิดว่าการหมุน rotation ให้อยู่เท่าๆกันนั้นน่าจะง่ายสุดและยุติธรรมที่สุดแล้ว แต่ฟังจากที่คุณ Death ว่ามาคงจะเป็นการ set แบบใดไม่ทราบที่ทำให้มีการไม่ยุติธรรมเกิดขึ้น ทีนี้ถ้าจัดให้ยุติธรรมได้ ยังอยากจะจัดเองอยู่หรือเปล่า? เท่าที่ผ่านมามีคนบอกว่า resident เรางานหนักมากอยู่แล้วไม่ควรเพิ่มงาน paper work อะไรเข้าไปอีก ดูเผินๆนี่ก็เป็นงานอย่างที่ว่าซึ่งหากเจ้าหน้าที่ทำให้แฟร์ได้ก็น่าจะสะดวกชีวิตมากขึ้นรึเปล่า? คือในความคิดเห็นของผมเองโดยฟังข้อมูลเท่าที่มีขณะนี้ การจัดเวรนั้นไม่ยากแต่เจ้าหน้าที่จัดให้ไม่ยุติธรรม การแก้ไขที่ resident เดือดร้อนน้อยที่สุดน่าจะเป็นให้เจ้าหน้าที่จัดให้มันแฟร์ซึ่งไม่น่าจะลำบากอะไร ไม่น่าจะเรื่องของอยากจัดแต่ไม่ให้จัด ซึ่งออกจะเป็นวิธีแก้การจัดเวรที่เพิ่มงานให้แก่ resident เองโดยไม่จำเป็น ในความเห็นของผม หรือว่ามีกลไกอะไรที่ต้องเป็น resident เท่านั้นจึงทำได้ดีพอ?

ที่ถามนี้เพราะผมเข้าใจว่า resident มีงาน routine ทุกเดือนในการรวบรวม MM หา case Traumatic review, interesting cases, surgical grand round, minor thesis, journal club, Xray conference, Patho-conference, Collective review อยู่แล้วซึ่งจัดหามาทันบ้างไม่ทันบ้างคละๆกันไปก็ไม่ว่ากันถ้าหา slot ลงใหม่จนได้ แต่ก็เป็น evidence อยู่พอประมาณแล้วว่าชีวิตนั้น hectic ขนาดไหน ไยต้องหางานมาเพิ่มอีก ถ้าหากมีเดือนไหนส่งตารางเวรไม่ทันได้เป็นการหาเรื่องใส่ตัวเองไปรึเปล่า?

ผมไม่แน่ใจเรื่องใครจะมาหาว่า reseident ศัลย์สำออยได้ในโรงพยาบาลนี้ คงจะต้องมีการพิจารณา context ว่า เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

ผมเข้าใจว่า staff ศัลย์ห่างไกลจากคิดว่าสถานการณ์ของภาคในขณะนี้ perfect หรือ nothing wrong มากกว่าที่ทุกคนคิด (อาจจะพูดได้ว่าตรงกันข้ามก็ว่าได้) มี room of improvement อีกมากมายเหลือจะนับให้หมด ฉะนั้นใครที่จะมี Input อะไรก็โปรดให้มาได้เลย ไม่รับปากว่าจะได้ดังใจทั้งหมด แต่รับปากได้ว่ามีคนฟัง และฟังอย่างระมัดระวัง ฟังอย่าง scrutinizing ที่สุดเท่าที่ข้อมูลหนึ่งๆจะสามารถถูกรับฟังได้ทีเดียว

ไม่ว่าภาควิชาไหนๆก็คงไมอยากให้คนลาออกไปหรอกครับ ขึ้นอยู่กับว่าคนที่ลาออกให้ข้อมูลไว้มากน้อยเพียงไรก่อนจะออกถึงสาเหตุ มิฉะนั้นยากที่จะวิเคราะห์อะไรออกมาได้ ใครมีข้อมูลก็นำเสนอมาได้ ขอแล้วขออีกขนาดเป็น anonymous ก็ยังไม่ให้ก็ไม่ทราบจะอ่านใจกันได้อย่างไร เราคงต้องมีการว้ใจกันระดับหนึ่ง ผมไม่เคยทวง identity ของใครแต่ขอแค่ข้อมูลก็ยังไม่ให้ก็หมดทางที่จะทำอะไรให้ได้เหมือนกัน



Posted by : Phoenix , Date : 2003-05-30 , Time : 23:49:55 , From IP : 203.155.144.42

ความคิดเห็นที่ : 18


   - คนไม่พอก็คือคนไม่พอ ไม่ว่าจะเป็น rotation หรือเวร ถ้าไม่มีคนก็ว่างเอาไว้ และควรจะยอมรับว่าต่อไปอีก 1 ปีข้างหน้าจะยิ่งแย่กว่านี้ ไม่ใช่มัวแต่มานั่งโยกย้ายฟ้าดินหาคนไปโป๊ะโน่นโป๊ะนี่ และเทงานใส่คนที่เหลืออยู่ให้มากขึ้น เพราะสถานการณ์จะยิ่งวิกฤตมากขึ้น ความหมายของการจัดเวรที่ผมพูดถึงคือในด้านนี้ครับ....ในเมื่อผมไม่มีหลักฐานใดๆยืนยันว่าเวรกี่เวรดีหรือเหมาะสม.... เจ้าหน้าที่ทีภาคก็ไม่มีอะไรมายันกับผมเหมือนกันว่า 10 เวรดีที่สุด.... เอามาจากไหนเหรอครับ.... ในแง่ของ evidence base แล้ว... คงทราบว่าสิ่งที่เชื่อต่อๆกันมาถูกจัดอยู่ในระดับไหน... จะให้ผมทำวิจัยเรื่องนี้ไหมครับ.... แค่แบบสอบถามเรื่องความพึงพอใจในการปฏิบัติงาน น่าจะเหนือกว่าคำพูดลอยๆของผมหรือเปล่า?
- เวร ER ลองทำแบบสอบถามดูก็ได้ว่ามีสักกี่คนที่เต็มใจอยากจะไปอยู่ให้โดนจิกและไม่ให้เกียรติกันอย่างทุกวันนี้ เช่น OPD admit คนไข้ มา20คน จะให้ไปอยู่ ER ตอน 4 โมงได้ไง ในเมื่อ OPD เลิก 16.30 และยังไม่ได้รับ 20 คนที่ admit มาใหม่ และยังไม่ได้ round อีก 20 คนที่มีอยู่แล้ว ซึ่งบางคนอยู่ ICU ด้วย จะให้ทิ้งให้ intern ทำก็ใจร้ายไปแล้ว ไม่มีใครสนใจหรอก พอไม่พอใจบางครั้งก็ฟ้องร้องอาจารย์ ให้เรียบร้อยว่าตามแล้วไม่ยอมมาอยู่เวร.... ดีจังเลย
- แค่นี้ก่อนนะครับ.... คุณ Phoenix มีคำแนะนำสำหรับใน 2 เรื่องนี้ไหมครับ.... ตอนนี้ผมรู้สึกว่าหัวของผมพาดอยู่บนกิโยตินแล้วครับ...และผมกำลังรออยู่ว่าเมื่อไรใบมีดจะหล่นลงมา...หรือจะมีใครจะโดดลงมาช่วยหรือตายไปกับผมบ้าง.....ขอบคุณครับ....:D



Posted by : Death , Date : 2003-05-31 , Time : 01:53:58 , From IP : 172.29.3.212

ความคิดเห็นที่ : 19


   เอ.... 5 คนลาออกในช่วงเวลา สั้น ๆ หรือปล่าวครับเนี่ย

แล้วก็อยากทราบ ครับว่า ภาควิชา ที่กําลังคุยถึงกันอยู่ มี mechanism อะไรในการให้ resident ระบายออกซึ่งความคับข้องหมองใจ

มีที่ หรือ คนที่จะให้เขา ventilate ความเครียด ที่ แทบจะเรียกได้ว่าเป็น
" ธรรมชาติ " ของการเทรน โดยไม่ทําให้เขาถูกมองเป็นคนขี้เกียจ

อันนี้ ถามจริง ๆ เพราะอยากทราบ ไม่ได้ประชดประชันนะครับ



โดยส่วนตัว คนจะเปลี่ยน เป้าหมายในชีวิต กลางคัน เป็นเรื่อง ธรรมดา มาก

....แต่ resident ลาออก 5 คน ถือเป็น " wake up call " ที่ภาควิชาต้องลุกขึ้นมา investigate แล้วละครับ


Posted by : ชฎายุ , Date : 2003-05-31 , Time : 02:39:57 , From IP : TruPPPv92-227-112.in

ความคิดเห็นที่ : 20


   เท่าที่จับประเด็นปัญหาของคุณ Death ได้ ประเด็นหลักน่าจะเป็นเรื่องของความต้องการความยุติธรรมของการจัดเวรให้กระจายให้เท่าๆกัน ส่วนเรื่องงานหนักน่าจะเป็นประเด็นรองที่เกี่ยวเนื่องมาจากการจัดเวร ซึ่งอาจารย์ผู้มีหน้าที่น่าจะลงไปดูแล้วแก้ไขเสีย ไม่ใช่เรื่องยากอะไร และคุณDeath ก็ไม่เห็นจะต้องกลัวอะไรเพราะคุณกำลังบอกถึงปัญหาเพื่อให้มีการแก้ไขให้ภาควิชาฯดีขึ้น เป็นการติเพื่อก่อ
ที่จริงแล้วผมก็เคยทำงานหนักมากมาก่อน และตอนนี้ก็ยังทำอยู่ แต่ผมก็ไม่ได้คิดให้น้องๆต้องเป็นแบบผม โลกมันเปลี่ยนไป ผมก็เคยคิดอย่างที่หลายคนคิดว่ามันยุติธรรมกับผมและครอบครัวหรือเปล่า จะย้ายไปที่ๆสบายกว่าก็หลายครั้งหลายหนแต่ก็เป็นทางเดินชีวิตที่เราเลือกของเราเองไม่มีใครมาบังคับเรา และผมคิดว่าทุกที่มีปัญหาถ้าเราหนีปัญหาเราอาจจะต้องหนีตลอดไป ผมจึงพยายามทำงานในหน้าที่ให้ดีที่สุด แก้ปัญหาเท่าที่ทำได้ สร้างสรรค์งานเพื่อให้เป็นที่พึ่งพิงของน้องๆ ที่จะต้องมารับช่วงพัฒนาต่อไป ผมมีประสบการณ์มากมายจากการทำงานหนักนั้น และมีความภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของสถาบันนี้ ถึงแม้จะไม่ได้จบจากที่นี่ก็ตาม


Posted by : LIONKING , Date : 2003-05-31 , Time : 11:02:10 , From IP : 172.29.1.172

ความคิดเห็นที่ : 21


   ......คุณ LIONKING ครับ......มันมีอะไรอีกหลายๆอย่างครับ.....ไม่ใช่แต่เรื่องเวรหรอกครับ....บางอย่างผมก็นั่งนึกอยู่ว่ามันเหมาะสมไหมที่จะเอามาเขียนให้คนอ่านกัน.....แม้แต่ในเรื่องราวละเอียดปลีกย่อยของเวร.....ข้อมูลบางอย่างที่รู้แน่ว่าถ้าพูดออกมาแล้วจะถูกพาดพิงไปบุคคลที่3 ที่สามารถระบุตัวได้เลย.......ไม่ค่อยจะน่าทำเท่าไหรครับ......เรื่องเวรเป็นปัญหาใหญ่ปัญหานึงที่คาใจผมมานานพอสมควร.....และคิดว่าเป็นการดูว่ามีแน้วโน้มจะไปได้ดีหรือแย่แค่ไหนเมื่อเอามาเขียนในที่นี้.....ถ้าแย่มาก...ผมตาย(โดนเรียกไปด่า).....ผมก็คงกลับไปปิดหู ปิดตา ปิดปากแบบที่คุณ กะหลั่วเป็ด แนะนำ....และทนสิ้นหวังและรับกรรมต่อไป...หรือรอจนถึงจุดนึง.....ที่ทนไม่ได้อีก....ก็คงมานั่งบ่นบ้าอะไรแบบนี้อีกมั้งครับ.....:D...:D

ผมเชื่อว่าผมมาเรียนแบบนี้มันต้องหนักและเหนื่อยอยู่แล้ว.....แต่ผมคิดว่าบางอย่างที่"จำเป็น"ต้องเหนื่อย"จริง"และหลีกเลี่ยงหรือหาทางออกที่ดีกว่าไม่ได้แล้วหละก็....ควรจะมีเหตุผลรองรับหรืออธิบายให้เข้าใจมากกว่าคำพูดที่ว่า..."นี่เป็นคำสั่ง" ....มันเกินไปครับ........:D..:D



Posted by : Death , Date : 2003-05-31 , Time : 11:34:12 , From IP : 172.29.3.123

ความคิดเห็นที่ : 22


   เข้าใจdeath เห็นใจว่ามันมีอะไรอีกเยอะ
แต่ก็คงช่วยอะไรไม่ได้เพราะไม่ได้อยู่ภาคนั้น

สำหรับคนที่ผ่านมาอ่านหรือไม่เข้าใจสถานนะการ
อาจจะงง

ดูง่ายๆว่าภาคอื่นเค้าไม่มีประวัติการ
ลาออกมากมายหรือทุกปีกันแบบนี้
นั้นก็ผิดปกติแล้ว

ใช้ทุนศัลย์ไม่ได้อ่อนแอ สำออย
หรือเรียกร้องอะไรที่มันเว่อร์กว่า
ใช้ทุนภาคอื่นๆ



Posted by : ขอโทษที่สอด , Date : 2003-05-31 , Time : 13:15:58 , From IP : 172.29.3.224

ความคิดเห็นที่ : 23


   ผมต้องขอบคุณ death เพราะสิ่งที่คุณเขียนทำให้ผมจับประเด็นได้ว่าตัวอย่างของปัญหาเป็นเรื่องอะไร แม้มันจะมิได้มาจากคนที่ลาออก และพอจะจับประเด็นความรู้สึกของคุณได้
เรียนตามตรงว่าลึก ๆ แล้วผมก็มีความรู้สึกคล้ายกับคุณที่การพูดคุยหรืออภิปรายกันบนกระดานข่าวไม่อาจนำมาซึ่ง solid impact หรือแม้กระทั่ง sympathetic response จาก right person แต่ผมก็จำได้ว่าคราวที่มีคนคุยกันเรื่อง CBC นอกเวลาราชการ เราได้รับคำตอบจากอาจารย์วิญญู คราวที่เราคุยกันเรื่องข้าวเวร ต่อมามันมีการปรับปรุง ผมหวังว่าการคุยกันที่นี่คราวนี้จะเป็นเหมือนคราวเหล่านั้น อย่างน้อยก็นำมาซึ่งการเห็นปัญหาและการร่วมมือกันหาทางออกที่ดี

ขอคุยประเด็นเรื่องการจัดเวรก่อน เพราะเห็นว่ามันน่าจะทำได้ทันที ผมทราบมาว่าเหตุหนึ่งที่ธุรการจัดให้เพราะ resident ไม่จัด หรือส่งไม่ทันวันที่ 25 นี่เป็นเรื่องที่ผมมิได้ฟังใครมา เพราะบ่อยครั้งในวันสิ้นเดือนหรือกระทั่งต้นเดือนใหม่ ผมเห็นเจ้าหน้าที่นั่งปั่นตารางเวรอยู่ ผมเชื่อว่าทางออกที่ดีคือ ขอข้อกำหนดเรื่องเวร (เดี๋ยวขยายความ) มาจากภาค แล้วจัดโดยมีข้อแม้ว่าต้อง respect to deadline ถ้าถึงเวลาแล้วไม่จัด ก็ต้องยอมรับตารางเวรเอื้ออาทรไป chief ควรจะช่วยดูแลเรื่องนี้ รวมทั้งเรื่องตารางการจัดกิจกรรมทางวิชาการในแต่ละเดือน

เรื่องข้อกำหนดเรื่องเวร งาน และการไปอยู่ห้องฉุกเฉิน ผมเชื่อว่า working hour ของ resident ควรจะได้มีการศึกษาอย่างจริงจัง นี่เป็นปัญหาที่ worth to pay for research ไม่ต่างจากเรื่องการบริหารจัดการที่ OPD ผมมีสมมติฐานที่ว่าชั่วโมงการทำงานของ resident ควรจะได้รับการจำกัดภายใต้เงื่อนไขค่าจ้างและความสดชื่น การหา optimum point ควรจะมาจาก well designed study มิใช่ (the one who thinks he is) experts opinion นี่เป็นเรื่องที่ภาควิชาเรามีศักยภาพที่จะนำร่องทำได้ หากจัดแล้วงานมันเกิด hour load ก็เป็นความรับผิดชอบของโรงพยาบาลที่จะต้องจัดสรรทรัพยากรเพิ่ม หรือลดบริการลง ทั้งนี้ข้อแม้คือ resident จะต้องทำงานอย่างเต็มที่ อย่างมืออาชีพในชั่วโมงทำงาน มิใช่นอนดูมิวสิกวิดีโอในห้องพักแพทย์รอให้ครบชั่วโมงแล้วไปอยู่โรงพยาบาลเอกชน แนวทางอีกประการคือไม่จำกัดด้วยชั่วโมง แต่ประเมิน adequacy ด้วยปริมาณงาน หมายถึงมี job description หรือ performance indicator ที่ชัดเจน ทุกวันนี้การทำงานมันไหลไปตาม culture และ imitation

ผมขอแสดงความไม่เชื่อคำกล่าวที่ว่าปัญหาการทำงานของแพทย์ใช้ทุนได้มีการนำไปถึง steering committee เพราะไม่เคยเห็นหลักฐานจากรายงานประชุมเลย

รู้ว่าเสี่ยงและอาจไม่มีประโยชน์ที่สอด แต่ผมเป็นพี่พวกเขาและเป็นลูกศิษย์พวกคุณที่เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า สังคมดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องช่วยกันสร้าง


Posted by : พี่ว่าว , Date : 2003-05-31 , Time : 13:21:58 , From IP : 133.1.67.161

ความคิดเห็นที่ : 24


   อ่านมาหลายความเห็นจนทนไม่ไหวต้องมาโพสบ้าง
ผมเข้าใจความรู้สึกของพี่ Death ดีว่าบางครั้งเราก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออกในสภาวะแบบนี้
เนื่องจากของบางอย่างถ้าผู้มีอำนาจเอาแต่สั่งการโดยไม่ได้โดดมาอยู่ในเหตุการณ์เดียวกับเรา เค้าก็ไม่รู้หรอกว่าไอ้คำสั่งที่เค้าได้แต่เขียนในกระดาษ กับเรื่องจริงมันอาจจะต่างกันสุดขั้ว เหมือนกับสายบางสายในภาค
ผมคิด(เอาเอง)ว่าหลายๆเรื่องที่มีคำสั่งมาจากผู้มีอำนาจเบื้องบน ถ้าผู้ปฏิบัติจะนำมาปรับเปลี่ยนกันเอง โดยยังคงกรอบของงานเดิมเอาไว้ และพอใจต่อผู้ปฏิบัติงานทุกคน เป็นสิ่งที่น่าจะทำได้ เช่น การจัดเวร ward และเวร ER เหมือนที่พี่ๆเคยจัดกันเอง ถ้าจัดแล้วมีคนอยู่เวรครบทุกวัน ทุกคนที่อยู่เวรพอใจ มันก็น่าจะโอเคใช่ไหมครับ แต่นี่กลายเป็นว่า พี่คนที่ช่วยจัดการเรื่องเวร(ขอไม่เอ่ยนาม) ซึ่งไม่ได้อะไรตอบแทนนอกจากความเหนื่อย กลับโดนเบื้องบนต่อว่า ว่า"เป็นผู้จัดการหรือไง" (อะไรทำนองนี้นะครับ แต่จริงๆคำพูดมันถูกพูดด้วยอารมณ์และน้ำเสียงที่ไม่ค่อยรื่นกระดูกค้อน ทั่ง โกลน เท่าไหร่) ผมงี้สงสารพี่คนนั้นมากๆแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ขนาดรุ่นพี่่ยังโดนขนาดนั้น เป็นผมคงไม่เหลืออะไร อีกเรื่องเช่นการดูแลเตียง ICU ผมเองยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่รู้สึกว่า ไม่มีใครอยากมาทำหน้าที่นี้เลย เพราะเตียงเต็ม แต่ไม่มีใครยอมย้ายออก และไม่มีใครยอม off case พี่คนที่เคยทำ ก็เห็นเจ็บตัวฟรีกันทั้งนั้น(เท่าที่ได้ยินนะครับ)
สุดท้ายผมขอเสนอนะครับว่า การที่มีเหตุการณ์ลาออกทุกปี มันอาจจะมีปัญหาอะไรจริงๆก็ได้ ถ้าให้มีการตรวจสอบจากบุคคลที่เป็นกลาง ไม่สังกัดภาคใด จะเกิดประโยชน์หรือเปล่าก็ไม่รู้
ยังงัยนี่ก็เป็นความคิดเห็นหนึ่งจากมุมมองของคนตัวเล็กๆคนหนึ่งครับ
ป.ล. เอาใจช่วยพี่ Death ต่อสู้ต่อไปเพื่อความยุติธรรมครับ ตราบใดที่พระอาทิตย์ยังตกทางทิศตะวันตก พี่อย่ายอมแพ้นะครับ




Posted by : Surgeon , Date : 2003-05-31 , Time : 13:37:56 , From IP : 172.29.3.162

ความคิดเห็นที่ : 25


   ผมว่าพชท.ศัลย์ก็ทำงานหนักเท่าๆกับภาคอื่น
นิสัยใจคอก็ไม่น่าจะสำออยกว่า
เรียกร้องก็ไม่น่าจะมากกว่า
ทำไมภาคอื่นไม่มีปัญหาแบบนี้จนต้องออก
ลองไปดูว่าภาคอื่นเค้าจัดการกันยังไงดีไหม
เอาเรื่องใกล้ตัว เช่น เวร ER บางภาคยังไม่เห็นต้องเอา cheif เวรลงมาเลย




Posted by : Prolene , Date : 2003-05-31 , Time : 13:54:05 , From IP : 172.29.3.162

ความคิดเห็นที่ : 26


   โห ไม่ได้เปิดมาหลายวัน กลายเป็นกระทู้ top hit ไปแล้ว
ผมติดใจคุณ (.) เหมือนกับอาจานนกไฟ ที่จะถามอะไรผมแล้วก็ไม่ถาม
คนที่ลาออกคนแรก ผมรู้สึกว่าเค้าไม่เคยเดินเข้ามาในภาค หรือห้องพักแพทย์เลย แม้แต่วิญญาณก็ไม่ได้กลิ่น
คนที่ลาออกคนที่2 ผมไม่เห็นว่าเธอจะชอบศัลย์มากมายอะไรอย่างที่คุณกล่าวอ้าง อันนี้ผมถามจากพี่ที่เคยอยู่ด้วย
คนที่ลาออกคนที่ 3 และ 4 น่าจะ include เข้ามาใน study ส่วนที่ถามว่าที่นครฯดีกว่ายังงัย ผมขออ้างคำพูดของอดีตอาจารย์ม.อ.ท่านหนึ่งซึ่งปัจจุบันย้ายไปทำงานที่นั่นว่า"คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยากนะมึง"
ก็เท่านั้นเอง




Posted by : กะหลั่วเป็ด , Date : 2003-05-31 , Time : 14:10:39 , From IP : 172.29.3.123

ความคิดเห็นที่ : 27


   เพื่อนๆชอบเล่นฟุตบอลไหมครับ
ถ้าเพื่อนๆชอบเล่นกันน่าจะรู้จักคำว่า"ล้วงลูก"กันดีนะครับ


Posted by : ร่วมด้วยช่วยกันล่ม , Date : 2003-05-31 , Time : 14:21:00 , From IP : 172.29.3.123

ความคิดเห็นที่ : 28


   เหตุการณ์นี้เคยเกิดกับx-rayมาแล้ว
ในอดีตสูญเสียคนไปมากมาย
อย่าให้เกิดขึ้นอีกเลย
ไม่ว่ากับภาคใด
ปัญหามีอยู่แน่
แต่ผู้มีอำนาจจะแคร์หรือไม่
โปรดติดตาม


Posted by : กรุณาอย่าลบกระทู้นี้ , Date : 2003-05-31 , Time : 14:57:41 , From IP : 202.57.168.150

ความคิดเห็นที่ : 29


   เวลาที่นายจะสู้ อย่าสู้เพื่อความยุติธรรมเพราะมันไม่มีอยู่จริง แต่ให้สู้เพื่อสภาพที่ดีพอที่พวกนายอยู่ได้ และภาควิชาไม่ตาย

Posted by : พี่ว่าว , Date : 2003-05-31 , Time : 14:59:20 , From IP : 133.1.67.161

ความคิดเห็นที่ : 30


   เงียบมาฟังผม สาเหตุอาจเป็นจากผมที่ทำให้ลาออกไป หรือหมออยากเป็นคนถัดไปรึเปล่า

Posted by : ทน-พละ , Date : 2003-05-31 , Time : 16:08:35 , From IP : 172.29.3.123

ความคิดเห็นที่ : 31


   สาเหตุที่ พ.ช.ท. ลาออก ใครๆก็รู้ แต่อย่าดัดจริตว่าไม่รู้เลย โกหกทั้งนั้น หรืออย่าพยายามพูดเป็นหลักการให้ดูดีเลย ต้นเหตุคือใคร? อยากรู้ชื่อไหม ความจริงคนอื่นที่มีความสามารถสูงในภาคนี้มีหลายคน แต่คนเหล่านี้ไม่ใช่นักสร้างภาพให้ผู้ใหญ่เห็น แต่ทำงานโดยให้ภาคนี้เจริญก้าวหน้าและทุกคนมีความสุขได้ แต่มีใครให้โอกาสเขาไหมละ ไม่ใช่เล่นแต่พวกตัวเอง

Posted by : แรมโบ้ , Date : 2003-05-31 , Time : 17:15:02 , From IP : r236-skaHS1.S.loxinf

ความคิดเห็นที่ : 32


   ลองทบทวนอดีตที่ผ่านมา ภาคศัลย์สูญเสียคนไปไม่ใช่น้อยทั้พชท.และอาจารย์ แพทย์ศัลย์หลายท่านที่ถูกสร้างจากที่นี่
อยู่ได้ไม่กี่ปีก็จากไป หลายท่านมีความสามารถมากแต่ก็ไม่อาจดึงตัวไว้ให้อยู่ที่นี่ได้ ถ้ามองถึงอนาคตตอนนี้ต้องรีบสร้างอาจารย์แพทย์รุ่นใหม่ขึ้นมาให้ทันรุ่นเก่า อาจไม่ต้องรีบมองถึงอนาคตตอนนี้เองก็มีปัญหาแล้ว หลายหน่วยขาดคน
ศัลย์เด็กมีอาจารย์อาวุโสอยู่ท่านเดียว ท่านก็อายุมากแล้ว ต้องอยู่เวรทุกวัน ขนาดล้มป่วยถึงขั้นต้องCT Brain ยังต้องมาผ่าตัดcase emergency พอท่านอาการทุเลาขึ้นหน่อยก็มานั่งตรวจOPD เข้าOR generalบางสายมีอาจารย์อยู่ท่านเดียว ผมนับถือท่านจริงๆ นับถือในความเสียสละเพื่อคนไข้ ต้องเข้าใจว่าที่นี่ไม่ได้ดึงดูดด้วยเกียรติยศชื่อเสียงอย่างจุฬา รามา ศิริราช นี่ไม่ได้ดึงดูดด้วยงเงินทองอย่างโรงพยาบาลเอกชน คนที่อยู่ที่นี่อยู่ด้วยเพราะใจรัก เพราะอุดมการ์ณ หากคิดจะให้มีคนเก่งๆอยู่ที่นี่คงต้องเอาชนะใจเขาให้ได้


Posted by : ? , Date : 2003-05-31 , Time : 17:18:55 , From IP : 172.29.3.123

ความคิดเห็นที่ : 33


   ขนาดผมยังเรียนไม่จบก็กลัวภาคศัลย์จะตายแล้ว

ถ้าจะเรียนต่อศัลย์ไม่ขอเลือกที่นี่เด็ดขาด กลัวจริงๆ


Posted by : ..... , Date : 2003-05-31 , Time : 17:47:36 , From IP : 172.29.2.240

ความคิดเห็นที่ : 34


   ผมเห็นด้วยกับคุณ? แล้วคุณphoenixละคิดยังไงกับสิ่งที่?postมา

Posted by : . , Date : 2003-05-31 , Time : 17:54:14 , From IP : 172.29.3.59

ความคิดเห็นที่ : 35


    อ่านกระทู้นี้ด้วยความเห็นใจจริงๆ คิดว่าปัญหาในการทำงานของแพทย์ใช้ทุนที่มอคงคล้ายๆกันคือทำงานหนัก และเห็นด้วยกับคุณคนหนึ่งที่บอกว่าเป็นงานหนักที่เกิดจากการจัดการที่ไม่ดี การจัดระบบที่ไม่ดีเป็นสาเหตุหนึ่งที่เพิ่มความยุ่งยากในการทำงานและมีสาเหตุอื่นอีกเยอะแยะทั้งที่เป็นเรื่องของแต่ละคนและของระบบ บางอย่างแก้ได้ บางอย่างแก้ไม่ได้ บางอย่างพอเวลาผ่านไป ปัญหามันก็สลายไปเอง แต่บางปัญหายิ่งหนักหนาสาหัสขึ้น
ปัญหาของแพทย์ใช้ทุนศัลย์ ไม่ทราบว่าอาจารย์ผู้ดูแลแพทย์ใช้ทุนศัลย์และหัวหน้าภาครู้เรื่องหรือไม่ แหะๆ หรือเขาเป็นตัวก่อปัญหาเองด้วย! ไม่ได้ยุแหย่อะไรนะ ไม่รู้เรื่องตื้นลึกหนาบางใดๆทั้งสิ้นจึงคิดแบบว่าอะไรๆก็เป็นไปได้ทั้งนั้น ถ้าไงใครที่มีอำนาจช่วยเอาเป็นธุระด้วย รู้สึกเห็นใจแพทย์ที่เป็นผู้ทำงานที่แท้จริงจริงๆ
ส่วนปัญหาความคับข้องใจของคนนี่ สาเหตุใหญ่คือจริตของคนเรามันไม่เหมือนกัน มันเลยเกิดความคับข้องใจทุกที่ที่คนเรามาอยู่ทำงานและใช้ชีวิตร่วมกัน แต่ถ้าคนเรายอมรับฟังกันและเอาใจเขามาใส่ใจเราบ้าง มันก็คงบรรเทาความคับข้องใจลงได้บ้าง


Posted by : vaitong , Date : 2003-05-31 , Time : 19:18:12 , From IP : 172.29.3.205

ความคิดเห็นที่ : 36


   ขอเสนอความคิดเห็นสักเล็กน้อย ไม่รู้ว่าจะไร้สาระหรือเปล่า สมมตินะครับ สมมติถ้าหลังจากเหตุการณ์นี้ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง (คือสมมติให้มันแย่ไว้ก่อนนครับ) เราจะทำอย่างไรกับน้องที่จะมาสมัครในปีต่อๆไปเสียดายเวลาของเค้าและสงสารคนที่อยู่ต่อที่ต้องทำงานหนักมาขึ้นกว่าเดิม

คือเคยรู้จักกับน้องที่ลาออกไป จำได้ว่าก่อนเข้าภาคเค้ามีความมุ่งมั่นและอยากจะเป็นหมอผ่าตัดมากเลยที่เดียว okถ้าเป็นเด็กจากที่อื่นก็ถือว่าไม่ทราบสถานการณ์ แต่นี่ก็เด็กข้างในแท้ๆ แต่ในที่สุดก็ไม่ไหว ไม่คิดว่าความตั้งใจของเค้าจะแพ้ค
อื่นๆ หรือว่าความตั้งใจอย่างเดียวไม่พอ ในปีต่อๆ ไปเราน่าจะมีสิทธิบอกความจริงกับน้องก่อนสมัคร ทั้งความรู้สึกภายในและปัญหาต่างๆโดยที่ข้อมูลเหล่านี้ไม่ถึงหูอาจารย์(เกรงภัยพิบัติ) แล้วให้น้องกลับไปคิดทบทวนดูจริงๆอีกที เพราะมันแปลกมากนะครับที่ภาควิชาหนึ่งใช้ทุนเกือบทั้งภาคต้องเคยคิดจะลาออกอย่างน้อยก็หนึ่งครั้งในชีวิต

อยากแสดงความเห็นบ้างนะครับ


Posted by : :-O , Date : 2003-05-31 , Time : 19:19:36 , From IP : 172.29.3.214

ความคิดเห็นที่ : 37


   OK วันนี้ผมได้ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการจัดเวร เอาเรื่องนี้ก่อน

จากที่ทราบ "ไม่มี" นโยบายว่าธุรการ๘องภาควิชาฯจะต้องเป็นคนจัดเวร ผมเข้าใจว่าแพทย์ใช้ทุนปีสี่รุ่นปัจจุบันจัดเวรเองและก็ไม่มีปัญหาอะไร ขณะเดียวกัน request ทำนองเดียวกันเคย applied ต่อรุ่นชั้นปีอื่น แตมีอุปสรรคดังต่อไปนี้
๑) หาคนอาสาสมัครจัดอย่างสม่ำเสมอไม่ได้ เพราะ "too many conditions and impossible to please everyone"
๒) บางทีมีผลถึงกับจัดส่งตารางเวรให้พิมพ์ไม่ทัน ไม่ว่าจะเป็นเพราะสาเหตุข้อหนึ่ง หรือสาเหตุอื่น แต่การที่จัดเวรไม่ทันออกใช้นี้ผมว่า unacceptable
ข้อเสนอในการแก้ไข
๑) ยืนยันมาบนกระดานนี้ว่าสาเหตุที่ไม่ได้จัดเวรเองนั้น เป็นเพราะภาควิชาฯยืนยันว่าธุรการเท่านั้นจะจัดเวรให้ได้ หรือว่าเป็นเพราะสาเหตุที่ผมได้รับมา หรือสาเหตุอื่นที่ยังไม่ได้พูดถึง ผมจะรับไปตรวจสอบ
๒) ถ้าแพทย์ใช้ทุนจะจัดเวรเองขอให้มีเงื่อนไขดังต่อไปนี้
...๒.๑) ตารางเวรเสร็จและสามารถแจกไปตามที่ต่างๆได้ตรงตามกำหนดทุกเดือน
...๒.๒) ขอให้กำหนดชื่อคนรับผิดชอบการจัดเวรของรุ่น ส่งมาที่คณะผู้ทำงานด้ารการศึกษาระดับหลังปริญญา เราจะได้ตามได้ว่าใครเปนคนรับผิดชอบ
...๒.๓) การจัดเวรจะต้อง "ไม่ compromise optimal conditions" ที่ผู้ป่วยจะได้รับการดูแล ได้แก่
...........A) แพทย์ใช้ทุนไม่อยู่เวรติดต่อกันเกิน 2 consecutive times (เสาร์ และ อาทิตย์ และวันหยุดราชการ นับเป็น 2 consecutive times)
...........B) หลักการข้อ A รวมถึงผลจากการแลกเวรด้วย เนื่องจากแพทย์ใช้ทุนเห็นพ้องในหลักการว่าการอยู่เวรติดๆกันนั้น compromise ประสิทธิภาพ ซึงภาควิชาเห็นด้วย ใครจงใจแลกเวรเพื่ออยู่เวรติดต่อกันคงจะเป็นการจงใจลดประสิทธิภาพการอยู่เวรลง ตรงนี้น่าจะเห็นพ้องต้องกันว่าเป็น unacceptable condition
...........C) No blank เวร definitely ถ้าคนไม่พอเกณฑ์มาจากชั้นปีอื่นมาช่วย การจัดจำนวนคนต่อเวรมากนั้นจะ balance กับปริมาณเวรทั้งหมดต่อคนอยู่แล้ว เช่น ถ้าอยู่กันคืนละหนึ่งคน ก็คงอยู่เวรกันแค่เดือนละ 2-3 ครั้ง อยู่มากคนก็จะ deal กับเวลาคืนยุ่งๆได้ดีขึ้น หาก performance ในปัจจุบัน support ว่าแพทย์เวรน้อยคนกว่าเดิมสามารถมีประสิทธิภาพเท่าเดิม concept ในการลดจำนวนคนอยู่เวรก็จะฟังขึ้น แต่ผมไม่แน่ใจตรงนี้เท่าไรนักว่าจำนวนคนอยู่เวรที่มีอยู่มีประสิทธิภาพคับแก้วและมีคนว่างงานหรือล้นงานจริงหรือไม่ เรื่องนี้น่าศึกษาทีเดียว เพราะถ้าจัดจำนวน resident ต่อเวรลดลงปริมาณเวรต่อหัวก็จะลดลงด้วย

ถ้า conditions ข้างบนสมเหตุสมผล ทางภาคจะอนุมัติให้แพทย์ใช้ทุนรุ่นที่ต้องการจัดเวรเองสามารถทำได้ โดยมีผลปฏิบัติทันทีที่ submit ชื่อผู้รับผิดชอบการจัดเวร

OK เอาเรื่องเวรไว้ตรงนี้ เรื่องอื่นจะตามมา



Posted by : Phoenix , Date : 2003-05-31 , Time : 19:45:01 , From IP : 172.29.3.227

ความคิดเห็นที่ : 38


   มีคนพูดถึงมากมายเกี่ยวกับความหายนะต่างๆที่จะเกิดขึ้นจากการแสดงความเห็น ซึ่งผมก็รออยู่ด้วยความตื่นเต้นเร้าใจว่ามันจะเกิดหรือไม่เกิด หรือเกิดได้มากน้อยแค่ไหน

ในกรณ๊ที่มีคนสงสัย "ระบบประเมิน" ของภาควิชานั้น ผมเชื่อว่าสามารถตรวจสอบได้ เพราะเรามีบันทึกไว้ทั้งหมด ตั้งแต่ การมาเข้าร่วมกิจกรรมวิชาการของภาค ความตรงต่อเวลา การบันทึกเวชระเบียน ผลสอบ in-training ในชั้นปีต่างๆ รวมทั้งอะไรจะเกิดขึ้นได้บ้างจากการประเมินดังกล่าว ทั้งหมดอยู่ในหนังสือคู่มือ (เล่มหน้าปกสีเทา) ส่วนภัยพิบัติด้านอื่นนั้นผมขอให้ชี้แจงราละเอียดมาให้ฟังหน่อนนะครับ ไหนๆตรงนี้ก้เป็น anonymous คงจะไม่เป็นไรกระมังถ้าทุกๆคนช่วยกันจำแนกว่า "ภัยพิบัติ" จากการแสดงความเห็นที่เกิ ดขึ้นมาแล้วนั้นมีต่อใครและอย่างไรบ้าง อย่างที่สัญญาคือจะไม่มีการ trace back the identity เราต้องการข้อมูล เพราะผมยังคงรู้สึกว่าแนวทางการนำเสนอบางส่วนยังเป็น style บัตรสนเท่ห์ หรือ การบ่น ที่จับใจความไม่ใคร่ได้ (ต้องขอโทษความจำกัดความรู้ด้านภาษาและการวิเคราะห์ของผมด้วย)

จากเท่าที่อ่าน มีคนจำนวนมากกำลังเป็นห่วงภาควิชาศัลยศาสตร์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี อย่างที่เราคาดหวังจาก positive criticism หรือ constructive criticism คือนอกเหนือจาก
1) นำเสนอข้อบกพร่อง เราต้องการ
2) ข้อเสนอแนะวิธีการแก้ไข

ขอบพระคุณทุกท่านที่ได้เสนอว่าภาควิชาควรจะวิเคราะห์เหตุการณ์ที่ผ่านมา เราจะรับไปปฏิบัติและปรับปรุง อ้อ...ผมยังมองไม่เห็นชัดเจนนักที่มีคนให้ศึกษาจากบุคคลกลางที่ไม่เกี่ยวข้องเรื่องการลาออกของพชท.นะครับ ว่าทำไมเราจะได้ข้อมูลที่ดีกว่าการซักถามจากคนที่อยู่ในเหตุการณ์ และทำไมจึงจะเป็นการแม่นยำและตรงแระเด็นมากกว่า บางทีอาจจะขยายความต่ออีสักนิดว่าอยากจะให้ไปศึกษาจากใคร ที่ไหน อย่างไรครับ ขอบพระคุณที่ช่วยกรุณาแนะนำ



Posted by : Phoenix , Date : 2003-05-31 , Time : 19:58:45 , From IP : 172.29.3.227

ความคิดเห็นที่ : 39


   เรื่องการปฐมนิเทศและการชี้แจงข้อมูลต่อแพทย์ใช้ทุน

๑) ผมเชื่อว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็น routine มาทุกปีแล้ว ว่าจะเจอะเจออะไรบ้าง จะมีก็อาจจะยกเว้นในกรณ์ที่นอกเหนือการควบคุมเช่นคำสั่งของแพทยสภาหรือราชวิทยาลัยศัลยแพทย์ ที่ภาควิชาฯไม่ได้คาดการณืไว้ก่อน นอกเหนือจากนั้นผมเข้าใจว่าเรามีข้อมูลให้ไว้ทั้งหมด

๒) ภาควิชามีคู่มือให้แพทย์ผู้ฝึกอบรมดังนี้คือ
...๒.๑ คู่มือปฏิบัติงานในภาควิชาศัลยศาสตร์
...๒.๒ คู่มือหลักสูตรวุฒิบัตรเพื่อความชำนาญทางวิชาชีพสาขาศัลยศาสตร์ (อิงราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย)
...๒.๓ คู่มือปฐมนิเทศ
และกำลังจะมีคู่มือเล่มที่ ๔ คือ "คู่มือหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูงสาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก"
ภายในคู่มือดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างการบริหารภาควิชาศัลยศาสตร์ องค์ประกอบและหย่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง สถานที่ปฏิบัติงาน หน้าที่และความรับผิดชอบของแพทย์ใช้ทุนและแพทย์ประจำบ้านชั้นปีต่างๆทุกชั้นปี หลักสูตรและโครงสร้างของหลักสูตรวุฒิบัตรและหลักสูตรใหม่ที่จะเริ่มใช้ปีการศึกษา ๒๕๔๖ นี้ (เริ่มเดือนมิถุนายน)
ถ้าหากใครสงสัยว่าภาควิชาฯสามารถจะทำให้เกิด "หายนะ" ได้แค่ไหนอย่างไร แนะนำให้ตรวจสอบดูในคู่มือต่างๆข้างบนครับ มีมาตรการชัดเจนว่าอะไรจะเกิดขึ้น ที่ไหน เมื่อไร และอย่างไร โดยใคร จริงๆแล้วเรา "ยัง" ไม่ได้ apply absolute rules ซะด้วยซ้ำสำหรับกฏเกณฑ์ต่างๆ แต่ผมอาจจะผิดก้ได้ ถ้าหากคิดว่ากฏเกณฑ์ดังกล่าวที่ได้กำหนดไว้ในคู่มือใช้ได้ เรายินดีที่จะปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดทุกประการ ใครยังไม่ได้คู่มือหรือมีแต่ยังไมอ่น ขอแนะนำให้ค้นหาอ่านดูได้ครับ

๓) แพทย์ประจำบ้านรุ่นใหม่และแพทย์ใช้ทุนศัลย์ปีหนึ่งที่พึ่งผ่านเสริมทักษะจะมีการปฐมนิเทศ วันพฤหัสบดีที่ ๕ มิถุนายน งานนี้ไม่ได้จัดเพราะกระทู้นี้นะครับแต่มีโครงการล่วงหน้าซึ่งน่าจะแจกจ่ายไปแล้วตั้งแต่อาทิตย์ก่อน แพทย์ผู้ฝึกอบรมรุ่นพี่อยากจะมา review อีกรอบก็ยังได้ เวลา 9.00-12.00 น.

๔) การชี้แจงข้อมูลแพทย์ใช้ทุนเกิดขึ้นโดยโครงการ resident counselling อยู่แล้ว ด้วยสาเหตุบางประการที่อาจจะเป็นเพราะขาดความไว้เนื้อเชื่อใจหรืออะไรบางอย่าง แพทย์ใช้ทุนไม่ได้มาประชุมครบเท่าไรนัก ถ้าผมจำไม่ผิดเคยมีอยู่นึ่งครั้งที่มีอาจารย์ที่ปรึกษาและแพทย์ใช้ทุนหนึ่งคนมารออยู่ประมาณเกือบสองชั่วโมงและในที่สุดก็เลิกไป แต่จากที่ประชุมที่ว่านี้มีการเปลี่ยนแปลงที่ record ด้ดังนี้
...๔.๑ กระบวนการปรึกษาระหว่างภาควิชาฯถูกปรับเปลี่ยนใหม่โดยข้อเสนอแนะของพชท.
...๔.๒ feedback เรื่องผู้ป่วยมาไม่ตรงวัน subspecialty ภาควิชาฯมีหนังสือชี้แจงตารางปฏิบัติงานของภาควิชาไปยังโรงพยาบาลทั่วเขตภาคใต้อีกครั้งหนึ่ง
...๔.๓ เรื่องการขโมยของ ภาควิชาฯได้แจ้งตำรวจมาตรวจสอบลายนิ้วมือของผู้ที่สามารถ access ในที่ต่างๆที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นยังไม่มีรายงานการเกิดซ้ำของการขโมยอีก
...๔.๔ feedback การจัดการสอนชั่วโมงภาษาอังกฤษ ในรูปแบบหรือ format ที่ได้มีการอภิปรายนำเสนอ
ถึงแม้ว่าข้อเสนอทุกอย่างไม่สามารถมีการปฏิบัติหรือเปลี่ยนแปลงตามต้องการทุกอย่าง แต่การที่มีบางคนนำเสนอในที่สาธารณะเพื่อให้เกิดความรู้สึกว่าไม่มีคนรับฟังความเห็นหรือเกิดการเปลียนแปลงอะไรเลยในภาควิชาศัลยศาสตร์นั้นเป็นที่น่าผิดหวังอย่างยิ่ง และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก็มิได้ควบคู่กับความหายนะต่อใครแต่อย่างใด ถ้าหากเราสามารถประพฤติตนโดยหลักการ positive criticism อย่างสม่ำเสมอรวมทั้งหลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลที่บิดเบือนจากความจริงจะช่วยให้ทิศทางการพัฒนาของภาควิชาฯไปได้ราบรื่นยิ่งขึ้น และอาจจะเป็นกำลังใจแก่คนที่ยินดีจะรับฟังมากขึ้นด้วยหากงานที่ทำไปมีคน appreciate เหมือนอย่างที่ resident ต้องการให้คนอื่นทราบว่าตนเองทำงานอยู่เหมือนกัน การนำเสนอในลักษณะลอบแทงหลัง ปล่อยข่าวลือนั้น พี่ขอแนะนำน้องว่าไม่ทำให้เกิดความเจริญต่อตัวเองและคนรอบข้าง หลีกเลี่ยงซะก่อนที่จะติดเป็นนิสัย




Posted by : Phoenix , Date : 2003-05-31 , Time : 20:33:04 , From IP : 172.29.3.227

ความคิดเห็นที่ : 40


   ตอบที่ละข้อนะครับ....:D
ข้อ 1 - มีปัญหาในแง่ของ "ข้อกำหนด" ของการจัดเวรแต่ละเดือนค่อนข้างมาก....โดยไม่มีข้อกำหนดตายตัวว่าชั้นปีไหนต้องอยู่เวรอะไรบ้าง.....โดยเปลี่ยนเอาตามใจชอบเป็นรายเดือนว่าเป็นคำสั่งประจำแต่ละเดือนนั้นๆ....โดยไม่สามารถตรวจสอบที่มาของแต่ละคำสั่งที่มานั่น....มาจากไหน....ใช้อะไรในการคิดออกมา...ปัญหาที่ไม่ได้สิทธิในการจัดเวรนั้นเป็นเรื่องจริง.....เช่นมีสิทธิจัดเวรบางส่วน...ส่วนที่เหลือให้ว่างเอาไว้....จะใส่ให้ที่หลัง....หรือไม่ได้รับสิทธิในการรับรู้เลยว่าต้องอยู่เวรวันไหนที่จะมีผลกระทบกับเวรอื่นๆ...เช่นคืนนี้เป็น Third call, พรุ่งนี้เป็น ER มะรืนนี้เป็น ICU (เวรที่ไม่สามารถรับรู้หรือกำหนดได้และมีปัญหามากคือ ER) ที่ไม่ได้สิทธิได้ๆโดยคำพูดว่า "พวกคุณไม่มีสิทธิจัดเวร ER" ขอยืนยันตรงนี้......ไปสอบถามได้เลย....จัดออกมาแต่ละทีไม่เคยได้เรื่องเลย....จัดออกมาติดๆกันก็มี....รวมถึงเวรอื่นๆที่มีผลคาบเกี่ยวเนื่องจากการขาดคน....จะไม่มีสิทธิแตะต้องใดๆเลย.....โดยคำกล่าวอ้างเดียวกัน.....เป็นเหตุผล
ข้อ 2 - จะตอบเป็นข้อย่อยนะครับ
2.1 และ 2.2 สามารถทำได้ครับ.....
2.3Aและ2.3B ไม่มีใครบ้าพอจะแลกเวรมาติดๆกับให้ตายไปข้างนึงอยู่แล้ว....อาจจะเคยมีบ้าซึ่งผมไม่ปฎิเสธ....แต่จากกลไกการทำงานมีการตักเตือนตามลำดับรุ่นอยู่แล้ว.....
2.3C คิดว่าเป็นข้อทีมีปัญหามากที่สุดและเกี่ยวเนื่องกับข้อที่ 1 ด้วยในแง่ของการขาดคน.....ผมไม่รู้ว่ากี่เวรเท่าไหรถึงจะถือว่าดีและเหมาะสมในการอยู่....มีอะไรเป็นหลักฐานเป็นชิ้นเป็นอันไหมที่บอกว่าเท่าไหรถึงดี....Neuro ควรจะอยู่วันเว้นวันให้ตายกันไปข้างนึงหรือเปล่า...10 เวรของคนที่เป็น Chief Uro ที่ต้องผ่าตัด 3 วัน และออกOPD 2 วันและดูแลคนไข้ 50 คน และตรวจคนไข้ 200 คนที่ OPD โดยทำทุกอย่่างเนี่ย.....มันไม่น่าจะเท่ากับ 10 เวรของคนที่อยู่ Patho หรือ Elective ที่ไม่ต้องมา Round เช้าหรือไม่?.....ส่วนตัวผมยังเชื่ออยู่ว่าเราต้องยอมรับการไม่มีคนที่จะทำให้บางเวรมีคนไม่ครบได้แล้ว...จากตัวอย่างของ X-ray ที่มีคนพูดถึง....เคยดูตารางเวรของ X-ray ไหมครับ.....ผมไม่ปฏเสธว่างานมันไม่เหมือนกัน...งานของเราต้องการคนมากกว่า...แต่สมัยก่อนที่ทราบศัลยกรรมก็ไม่เคยออยู่เวรถึง 8 คนต่อคืนเท่าสมัยนี้....ไม่ปฏิเสธว่าคุณภาพการทำงานไม่เท่ากันแน่ระหว่างคนมากกับคนน้อย.....ผมเคยบอกแล้วว่าผมไม่มีอะไรมายืนยันว่ากี่เวรดี....หรือกี่คนดี....ซึ่ง....ทางภาคก็ไม่มีเช่นกัน...การจะถูกสั่งให้ทำอะไรในเรื่องแบบนี้น่าจะได้ความเห็นชอบของทั้ง 2 ฝ่ายมากกว่ามาสั่งว่า..เดือนนั้นจะเอาแบบโน้น....เดือนนี้ห้ามคนโน้นอยู่โน่นหรือนี่....ผมมีสิทธิปฏิเสธคำสั่งที่ไม่ชอบธรรมเหล่านี้หรือเปล่า.....ถ้าคนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับผม...ทางภาคจะว่าอย่างไรหละครับ?.....ผมแนะนำนะครับซึ่งเขียนไปแล้ว....ยอมรับซะเถอะว่าคนไม่พอแล้ว.....จะมานั่งเทงานให้มากขึ้นให้คนเหนื่อยกันมากขึ้นและลาออกไปมาขึ้นเพื่ออะไรหรือครับ......ผมรู้ว่าการที่มาเรียนแบบนี้การได้ดู case มาก การได้ทำ case มากเป็นผมประโยชน์ที่ดี....แต่นั่นน่าจะอยู่บนพื้นฐานการทำงานอื่นๆที่ต้องมองว่ามันไปมีผลเกี่ยวข้องด้วย.....ผมไม่แนะนำให้ทำแบบบางภาคที่อยู่เวรแล้วอีกวันไปพัก..เพราะมันจะมาลงว่าคนก็ยิ่งไม่พออีกอยู่ดี...ยอมรับเถอะครับ...ว่าต่อไปจะเริ่มมีปัญหาขึ้นมาตามหน่วยต่างๆที่คนไม่มี.....การจะโยกย้ายหรือทำอะไรที่เป็นการหักหาญน้ำใจหรือสร้างความไม่พอใจให้มากขึ้นเรื่อยๆโดยไม่สอบถามทางผู้ร่วมงานแล้ว.....เป็นสิ่งที่ผมยอมรับไม่ได้ครับ.....
.....เอาเท่านี้ก่อนนะครับ.....แล้วสำหรับเรื่องอื่นผมจะมาตอบอีก......โต้แย้งได้เต็มที่ครับ.....ขอบคุณครับ....:D..:D



Posted by : Death , Date : 2003-05-31 , Time : 20:48:41 , From IP : 172.29.3.123

ความคิดเห็นที่ : 41


   ขอโทษที่ผมพิมพ์ไม่เก่ง หาคำที่อ่านแล้วดูน่าเชื่อถือเหมือนบางท่านข้างบนไม่ได้
แต่ลองถามพชท.ศัลย์ทั้งหมดดูสิ ว่าเรื่องจริงมันเป็นอย่างไร มีกี่คนที่คับข้องใจกับการเทรนนิ่งที่นี่ มีกี่คนที่ทนๆอยู่ไปวันๆ มีกี่คนที่บรรลุวิชาหูทวนลม มีกี่คนที่นับวันรอไปจากที่นี่และจะไม่กลับมาเหยียบอีก (มีรุ่นพี่หลายคนที่จบไปเคยบอก และเค้าก็ไม่มาเหยียบอีกจริงๆ) มันคงเป็นการยากที่จะได้คำตอบที่แท้จริง เพราะทุกคนก็กลัวอำนาจเบื้องบนอยู่ดี คงมีแต่ในกระดานอภิปรายนี้มั๊ง ที่พชท.ศัลย์จะกล้ามาคุยกันจริงๆ (ผมว่าข้างบนเนี้ย พชท.ศัลย์เกือบหมดนั่นแหละ)


Posted by : Prolene , Date : 2003-05-31 , Time : 20:53:46 , From IP : 172.29.3.162

ความคิดเห็นที่ : 42


   เวร ER อยู่ "นอกระบบ" ของภาควิชาฯ และผมเข้าใจว่าเราเคยอภิปรายเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้ว และเข้าใจด้วยว่า alternative ที่เรา (ภาคฯ) จะไม่ทำในขณะนี้ คือ absolute control โดยโรงพยาบาลซึ่งผมเข้าใจว่าจะต่อรองยิ่งยากกว่านี้อีก

ผมอ่านเสร็จแล้วก็ยังจับใจความไม่ได้อยู่ดีว่าอะไรคือข้อเสนอของคุณ Death หรือ คุณ Death เห็นด้วยกับข้อเสนอของผมหรือเปล่า? ฟังดูเกือบจะเข้าใจว่าคุณกำลังเสนอว่าหากพชท.มีความเห็นว่าบาง location ไม่จำเป็นต้องมีคน cover พชท.ขอสิทธิ์ที่จะไม่ fill ตำแหน่งนั้นในคืนนั้นโดยไม่ต้อง consult ภาควิชาฯรึเปล่า ไม่แน่ใจ ลองเรียบเรียงสิ่งที่จะเกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงหลังจากที่พชท.เป็นผู้จัดเวรเอง แบบที่ผมทำได้หรือไม่ จะได้พิจารณา เพราะคงไม่มีใครให้ blank cheque ว่าจัดอย่างไรก็ได้ มันไม่เป็นระบบ

ลองเสนอแนวทางในทางปฏิบัติโดยสมมติว่าคุณ Death เป็นผู้จัดเวร จะทำอย่างไร ไม่ใช่ขออำนาจการจัดเวรก่อนแล้วค่อยคิดว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร

คุณ Prolene สามารถบอกมาตรงนี้ได้เลยครับว่า เรื่องจริงเป็นอย่างไร มีกี่คนที่คับข้องใจกับการ train ที่นี่ มีกี่คนที่ทนไปวันๆ มีกี่คนที่บรรลุวิชาที่คุณว่า มีกี่คนที่จะไม่มีวันกลับเหยียบที่นี่อีก ตอนนี้ทุกคนเป็น anonymous กลัวอะไรและกลัวใคร? ผมเข้าใจว่าได้อธิบายไปอย่างละเอียดที่สุเล้วว่าภาควิชาฯสามารถจะทไอไรได้บ้างในระบบที่มีอยู่ ทำไมไม่ลองทำใจเชื่อผมแล้วไปอ่านคู่มือดู แล้วมาให้ข้อมูลล่ะครับ ผมสนใจมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่กำลังเกลียดที่นี่จนไม่มาเหยียบอีกนั้ น่าสนใจทีเดียว ผมพึ่งอภิปรายในอีกกระทู้หนึ่งเรื่องรักสถาบัน อาจจะเกี่ยวข้องหรือเปล่าไม่แน่ใจเหมือนกัน



Posted by : Phoenix , Date : 2003-05-31 , Time : 21:22:39 , From IP : 172.29.3.227

ความคิดเห็นที่ : 43


   ขออธิบายศัพท์คำว่า "ล้วงลูก" มันเป็นศัพท์เทคนิคคำหนึ่งทางการฟุตบอล นักฟุตบอลในสนามมีฝ่ายละ 12 คน แต่ละคนมีหน้าที่แตกต่างกันไป ถ้าเกิดผู้จัดการทีมลงไปทำหน้าที่นักฟุตบอล 1 คน ในตำแหน่งปีกซ้าย การมีปีกซ้ายก็เหมือนไม่มี ถ้าผู้จัดการทีมลงไปทำหน้าที่แทนนักฟุตบอลทุกคน ก็เหมือนกับไม่ต้องมีทีมดีกว่า แต่ละคนมีหน้าที่ของตัวเอง มีความรับผิดชอบของตัวเอง การ"ล้วงลูก" แบบนี้ จะทำให้นักฟุตบอล เกิดความไม่สบายใจมากกว่า


Posted by : ร่วมด้วยช่วยกันล่ม , Date : 2003-05-31 , Time : 21:39:07 , From IP : 172.29.3.123

ความคิดเห็นที่ : 44


   ผมเคยรักและปฏิบัติงานที่ ER อย่างเต็มที่และตรงเวลา และแล้วเวลาก็ทำให้ทุกๆอย่างที่มันเคยเป็น เปลี่ยนไปด้วยความจงใจ
อย่างที่คุณ Death กล่าว ว่าสายงานหนึ่งๆมี พชท ศัลย์ปีสูงเพียง 1-2 คนหลังออก OPD เสร็จมี Admit ประมาณ 10-20 คนเป็นไปได้ยังไงที่จะรับคนไข้ได้หมดและลงไปอยู่เวร ER ได้ทัน 16.00 PM. หรือจะกล่าวอ้างว่าให้น้องๆ พชท ปีต่ำกว่ารับ case และเข้า ORกับ อาจารย์ก็ได้ แล้วจะได้เรียนรู้อะไรหล่ะครับ
จะมา training หาหอกอะไรหล่ะครับ { Sensor }แล้วอีกอย่างถ้าเป็นcaseใหญ่ๆ
เช่น aneurysm , etc...คุณๆคิดว่าเหมาะสมไหมครับที่จะให้ Intern/พชท ปี 1
ช่วยผ่า ถ้าเป้นพ่อเป็นแม่เราๆก็อยากให้ได้รับการรักษาที่ดี จริงไหมครับ
เหตุการณืนี้เคยเกิดกับผมมาแล้ว และ ER ก็พยายามสั่งให้ผมลงไปให้ทัน 16.00 PMทั้งๆที่มันเป็นไปแทบไม่ได้ ดั้งนั้นผมจึงไม่ใคร่มีใจให้ ER อีกต่อไป!


Posted by : Tiger , Date : 2003-05-31 , Time : 22:27:15 , From IP : 172.29.3.218

ความคิดเห็นที่ : 45


   เอาหละคุณ Phoenix......อย่าลืมที่ผมเคยบอกไว้....ผมบอกแล้วนี่เป็นตัวอย่างของเรื่องเล็กๆ...ที่ผมยกขึ้นมาแค่เรื่องเดียวแค่นั้น.....นี่มันเรื่องการจัดเวร....คุณลองหยุดเฉยๆ...แล้วถอยออกมาดูสิ่งทีคุณกำลังไม่เข้าใจที่ผมเขียน...."นี่มันเรื่องการจัดเวร" หมายความว่าไงนะเหรอครับ......มันเป็นเรื่องไร้สาระเล็กๆเรื่องนึงเองครับ.....ไปถามแต่ละภาควิชาที่มีที่นี่ดูได้.....มีภาคไหนมีปัญหาเรื่องการจัดเวรบ้าง....มันเรื่องไร้สาระ.........ปัญหาที่มีมันไม่ได้เกิดจากมีหรือไม่มีคนจัดหรอก.....มันเกิดจาก"คำสั่ง" เข้าใจคำว่า"คำสั่ง"หรือไม่ครับ.....ว่ามาจากไหน........ทำไมต้องมากะเกณฑ์ในการทำงานเรื่องเล็กๆนี้ด้วย....จะให้ผมไปขอความเห็นจากภาคหรือครับ.......คุณไม่ทราบเหรอไงว่าไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม....ต่อให้มีเหตุผลแค่ไหน....ถ้าไม่ผ่านผู้ออก"คำสั่ง" ก็ไม่ผ่าน.......ไม่ว่าสาเหตุเหล่านั้นจะนำมาซึ่งความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของคนทำงานแค่ไหนก็ตาม.....อย่าลืมนะครับ.....นี่มันเรื่อง"การจัดเวร"......ยังไม่ไปถึงเรื่องใหญ่โตอื่นๆเลย.....คำตอบที่คุณตอบออกมาให้คนอื่นเห็นที่นี่มันอธิบายในตัวของมันอยู่แล้ว......ขนาดเรื่องจัดเวรถ้าจะจัดต้องให้ภาคอนุมัติ......คุณกลัวไม่มี"ระบบ"ยังงั้นเหรอ....ไอ้"ระบบ"ที่ว่าเอามาจากไหน.....เป็นความเห็นชอบหรือพึงพอใจเป็นส่วนตัวของ"ใคร"ที่ไม่ได้มาทำงานจริงหรือเปล่า....หรือเป็นประสบการณ์อันเก่าคร่ำครึที่ไม่พัฒนาตามการพัฒนาของโลก......พวกผมไม่ใช้ทหารที่ยัดดาบให้เล่มนึงใส่มือแล้วบอกให้ออกไปรบ.....โดยมีแม่ทัพนั่งบัญชาการอยู่บนหอรบ....แล้วสั่ง....เอาหน่วยหนึงบุกไปก่อน....ตายไปครึ่งนึง...เอ้าหน่วยสองบุกตาม....ผมอยู่อยู่หน่วยสองได้ไหมถ้าเลือกได้....เพราะไม่ต้องออกไปเสี่ยงตายก่อน.....ผมเลือกที่จะทำได้ไหมครับ....ถ้าทหารทั้งหมดหันดาบกลับมาใส่แม่ทัพแล้วบอกว่าไม่รบแล้ว.....ไม่อยากตาย....อยากชนะไปรบเองก็แล้วกัน...อยากจะทราบเหมือนกันว่าแม่ทัพคนเดียวจะสู้ทหารทั้งกองทัพได้อย่างไร......แค่การ"จัดเวร"ยังขนาดนี้เลย...ถามจริงๆ....จะมีสักกี่คนที่จะยังทำตาม"คำสั่ง"แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ....มันหมดสมัยของเรื่องแบบนั้นแล้ว...การบอกว่ามีระบบโดยไม่แคร์ว่าระบบนั้นมีผมก่อให้เกิดความไม่พอใจแค่ไหนแก่คนทำงาน...ระบบนั้นเรียกว่า"เผด็จการ"ครับ......พวกผมดูไร้การศึกษาขนาดจัดเวรเองไม่ได้เลยเหรอครับ....?

ข้อแนะนำของผมคือว่า.....น่าจะจัดการเรื่องเล็กๆน้อยๆให้เป็นเรื่องง่ายๆ...และอาศัยความพึงพอใจของทั้งสองฝ่ายโดยเน้นคนทำงานเป็นหลัก....ไม่ใช้มาอิงอะไรกับ"ระบบ"ของผู้สั่งการที่ไม่มีอะไรมายืนยันว่าสิ่งที่"คำสั่ง"ออกมาเป็นสิ่งที่ดี...พวกผมก็ไม่คิดว่าสิ่งที่ผมทำดีที่สุดเพราะไม่มีหลักฐานเหมือนกัน....แต่ในแง่ผู้ที่ต้องทำงานและถ้าสิ่งที่ทำนำมาซึ่งความพึงพอใจโดยไม่เกิดผลเสียต่องานโดยรวม....สิ่งนั้นน่าจะยอมรับได้มากกว่า.......

ถามคุณ Phoenix นิดนึงเถอะครับ....คิดว่าตอนนี้มันเกิดวิกฤตเรื่องจำนวนคนหรือยัง.....และทาง๓าคมีแนวทางอย่างไร.....ถ้ายังมีคนลาออกเรื่อยๆ.....จะทำอย่างไรต่อไป....เพิ่มงานให้คนที่มีอยู่....ผมเชื่อว่านั่นไม่ใช้ทางออกที่เข้าท่าเลย...

เน้นอีกครั้งนะครับ นี่มันเรื่องเล็กๆสำหรับที่อื่นครับเรื่อง"จัดเวร"เนี่ย...แต่ที่นีดูเป็นเรื่องใหญ่โตเหลือเกินครับ....ขอบคุณครับ...:D...:D



Posted by : Death , Date : 2003-05-31 , Time : 22:48:14 , From IP : 172.29.3.123

ความคิดเห็นที่ : 46


   ขอบคุณที่ให้ข้อมูลอย่าง civilized ครับ ทางที่ดีผมเสนอว่าให้มีข้อเสนอหรือทางแก้ไขทางออกที่คุณๆคิดว่าดีมาด้วย จะเป็นการดีหรือไม่?



Posted by : Phoenix , Date : 2003-05-31 , Time : 22:50:38 , From IP : 172.29.3.227

ความคิดเห็นที่ : 47


   มีคนเข้ามาตอบกระทู้นี้กันเยอะจัง ขอเสนอความเห็นของตัวเองซักเล็กน้อยนะครับ
-ผมเลือกเองที่จะเป็นหมอ เพราะรู้สึกว่าการเป็นหมอทำให้พ่อแม่ผมภูมิใจ รู้สึกดีที่เมื่อแม่บอกว่า ไปตรวจที่มอ.แล้วเจอลูกคุณ เขาเป็นหมอที่ดี ตั้งใจดูแลคนไข้ พ่อผมบอกว่า ตั้งแต่วันแรกที่มามอบตัวตอนเข้าเรียนแพทย์ พอได้ยินประกาศว่า ขอเชิญผู้ปกครองของนักศึกษาแพทย์เข้าห้องประชุม พ่อผมรู้สีกตื้นตันใจ คนที่หาเช้ากินค่ำอย่างเราสามารถส่งลูกให้เรียนแพทย์ได้
-ผมเลือกเองที่จะเรียนต่อศัลยกรรมและเป็นที่มอ ถ้าไม่ได้ก็ไม่เรียน จะไปอยู่ชุมชน recommendation ของผมค่อนข้างweak แต่อาจารย์ก็ให้โอกาสผม
แน่นอนพ่อแม่ผมดีใจมาก ผมรู้สีกภูมิใจ
-ปีแรก ผมเป็น intern ผ่าน ward med อาจารย์หลายท่านบอกว่าให้ผมรักษาความเป็นตัวของตัวเอง อย่าให้อะไรร้ายๆในภาคมาแปดเปื้อนเมื่อเข้าภาค ( ภาคผมมันแย่ขนาดนั้นหรือ ผมคิดในใจ )
-ผมรักในความเป็นศัลยแพทย์ รักพี่รักน้องที่ตั้งใจดูแลคนไข้ พยายามสอนนศพที่ตั้งใจดูคนไข้ คอยจำสิ่งดีๆจากอาจารย์
-การทำงานในภาคทำให้ผมรู้สึกเหนื่อย เริ่มเห็นไม่ตรงกับคนอื่น เริ่มดุคนอื่นที่ผมคิดว่าเขาทำไม่ถูกต้อง ไม่ใส่ใจคนไข้ หลายคนจึงบอกว่าผมเปลี่ยนไปและดุขึ้น
-ผมจะลาออกก็ต่อเมื่อผมไม่สามารถดำรงความเป็นตัวของตัวเองได้


Posted by : megumi , Date : 2003-05-31 , Time : 22:53:14 , From IP : 172.29.3.188

ความคิดเห็นที่ : 48


   

ภาควิชาก็ยังตั้งอยู่ที่เดิมครับ ( ชั้น ๑ โรงพยาบาล ) ไม่ได้เกิดอะไรขึ้นกับภาค
ส่วนคนที่ลาออกไม่รู้เหตุผลเลยจริงๆ ( เพราะเขาไม่ได้บอกกับทุกคนในที่สาธารณะ การคาดเดามีทั้งที่ถูกและผิด ) แต่คิดว่าคงมีเหตุผลที่ดีกับตัวเขาเอง


ส่วนพี่ๆน้องๆที่ยังทำงานอยู่ในภาควิชาศัลยศาสตร์ก็ขอให้ประสบความสำเร็จนะครับ อยากเห็นศัลยแพทย์ มอ. สร้างชื่อเสียงให้กับสถาบันของคุณ ผมจะเป็นกำลังใจให้ครับ " สู้ต่อไปยอดมนุษย์ "
ผมเองก็จบมาจากโรงเรียนเล็กๆที่ไม่ได้มีชื่อเสียงอะไร และไม่ได้คาดหวังว่าใครจะมารู้จักโรงเรียนที่ผมเรียนจบ แต่บอกกับตัวเองไว้เสมอว่า “ อย่าทำตัวให้ใครมาดูถูกสถาบันตัวเองได้ “ …….. “ ถึงจะต่ำต้อยน้อยค่าอยู่กับดิน แต่อย่าทิ้งคุณค่าของตัวเอง “

ส่วนการแก้ปัญหาเรื่องการลาออก ผมเองไม่มีคำแนะนำที่ดีให้ ไม่ใช่ว่าจะปิดตา ปิดหู ปิดปาก แต่ไม่รู้จริงๆ เพราะตัวผมอ่อน ( เยาว์ ) ยังด้อยประสบการณ์ การปล่อยให้ trainee ได้มีโอกาสไปดูงานที่อื่นบ้างก็น่าจะมีประโยชน์ครับเขาจะได้เห็นโลกกว้าง…..ไม่ใช่ว่าที่เราไม่มาตราฐาน และอย่ากลัวว่าเด็กเราจะไปทำเสียชื่อ ( ผมมั่นใจว่าคนของสงขลานครินทร์ดีพอ )

" หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน "


Posted by : perf. , Date : 2003-05-31 , Time : 22:58:48 , From IP : 172.29.3.230

ความคิดเห็นที่ : 49


   คุณ Death ครับ ผมได้เรียนถามหลักการและเหตุผลรวมทั้งทางออกที่คุณ Death ต้องการเสนอมาหลายครั้งก็ยังไม่ได้คำตอบ ผมคาดว่าวิธีถามของผมอาจจะไม่เป็นที่ถูกใจ ผมเข้าใจว่าการที่คุณ Death ส่งกระทู้ลงมานี่เพื่อเสนอความเห็นและอยากจะได้ทางแก้ไขใช่หรือไม่ครับ? ทำไมไม่ทำอย่างที่ว่าล่ะครับ?

๑) อะไรคือข้อแตกต่างจากปัจจุบันหลังจากพชทเป็นคนจัดเวร
๒) อะไรคือแนวทางแก้ปัญหาของพชท.ผู้จัดเวร เมื่อ"คิดว่า" คนไม่พอ?

คุณ Death คิดว่าการจัดเวรดูแลผู้ป่วยของภาควิชาศัลยศาสตร์เป็นเรื่องไร้สาระนั้นผมไม่เห็นด้วย ยิ่งถ้าเป็นสิ่งที่มีปัญหา ยิ่ง "มีสาระ"
คุณ Death ถามผมว่าอะไรคือระบบ และระบบมาจากไหน ผมพอจะตอบได้ครับ ระบบคือ "แนวทางบริหารจัดการโดยยึดจากหลักการ"
ระบบมาจากไหน? ระบบมาจากหลักการและเหตุผล
และอะไรคือหลักการและเหตุผล? หลักการคือการมีแพทย์อยู่เวรเพียงพอแก่ความต้องการของผู้ป่วย
เพียงพอนั้นคือสามารถบริหารจัดการ average case ที่มาที่ ER ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อะไรคือประสิทธิภาพ? คือการมีผลที่ไม่พึงประสงค์ต่อผู้ป่วยน้อยที่สุดโดยใช้ปริมาณแพทย์น้อยที่สุดด้วยเช่นกัน

การบริหารจัดการผุ้ป่วยฉุกเฉินต้องมีระบบหรือไม่? ผมคิดว่าต้องมี
การจัดเวรดุแลผู้ป่วยฉุกเฉินต้องมีระบบหรือไม่? ผมคิดว่ามี
เพราะอะไร? เพราะถ้าไม่มีระบบ แปลว่าไม่มีหลักการ การจัดเวรขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้จัด ซึ่งไม่มีการการันตีคุณภาพที่จะดูแลผู้ป่วย

คุณ Death ถามผมว่าผมเข้าใจ "คำสั่ง" หรือไม่? ผมเข้าใจครับ และเข้าใจการโต้เถียงคำสั่งอย่างมีเหตุผล และเข้าใจการปฏิบัติตามคำสั่งที่มีเหตุผล และเข้าใจว่าก่อนที่จะบอกว่าอะไรไม่มีเหตุผลนั้นผมต้องถามหาเหตุผลก่อน และเข้าใจว่าการถามที่จะได้คำตอบนั้นควรถามใครและถามอย่างไร

ย้อนกลับมาที่ remark ของคุณ Death
คำตอบที่คุณตอบออกมาให้คนอื่นเห็นที่นี่มันอธิบายในตัวของมันอยู่แล้ว......ขนาดเรื่องจัดเวรถ้าจะจัดต้องให้ภาคอนุมัติ
ถูกต้องแล้วครับ เพราะถ้าเกิดปัญหาคนอยู่เวร หรือการอยู่เวรที่ ER ใครเป็นคนรับผิดชอบ? เวรศัลย์ก็คงจะเป็นภาคศัลยศาสตร์รึเปล่า?
แต่ขอร้องประการหนึ่งครับ โปรดอย่าคิดว่าการอยู่เวรเพื่อดุแลผู้ป่วยฉุกเฉินทางศัลยศาสตร์เป็นเรื่องเล้กน้อย และไม่มีสาระ คุณ Death ทราบดีว่าพชท.ภาควิชาเราช่วยชีวิตคนไข้มามากน้อยแค่ไหน และมีกี่ครั้งที่เรารู้สึกว่าคนไม่พอและบางคนอาจจะเกิด complication จากการ under-force ในแต่ละครั้ง ขอย้ำอีกครั้ง ครั้งต่อไปผมอยากจะได้ยิน วิธีปฏิบัติ และหลักการอยู่เวร นะครับ


ผมกำลังรอ "คำตอบ และแนวทางแก้ไข" ที่เป็นข้อเสนอของคุณ Death อยู่ และผมเชื่อว่าหลายต่อหลายคนในที่ต่างก็ตื่นเต้นรอคอยอยู่เช่นกัน ทำไมไม่หยุดอุปมาอุปมัย แล้ว get on with the job ล่ะครับ ผมอยากจะทราบ concept การจัดเวรของพชท.และแนนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆ และอยากจะรับฟังมาหลายกระบวนท่าแล้ว


Posted by : Phoenix , Date : 2003-05-31 , Time : 23:11:52 , From IP : 172.29.3.227

ความคิดเห็นที่ : 50


   อ่ะแฮ่ม ต้องเอามือออกจากตา หู และปากจนได้
อาจานนกไฟครับ ผมขอออกความเห็นเฉพาะเรื่องการจัดเวรนะครับ
คือ น่าจะให้พชท.จัดกันเองได้ครับ แล้วส่งก่อนวันที่ 20 ของเดือน โดยให้มีคนอยู่เวรทุกวัน อยู่เท่าๆกันไม่มีใครอยู่มากกว่าใคร
มันก็ดูง่ายๆแค่นี้แหละครับ แต่ตกลงว่าถ้าทำแบบที่ว่านี้ได้ ทางภาคจะยอมให้จัดเองไหม ถ้ายอม ผมว่าปัญหานี้คงหมดไปครับ ก่อนหน้านี้ ตอนที่จัดกันเองก็ยึดหลักนี้ และทุกคนก็มีความสุขดี ไม่เห็นมีปัญหา จนกระทั่งไม่ให้จัดเองนั่นแหละครับ...เจ้านาย




Posted by : กะหลั่วเป็ด , Date : 2003-06-01 , Time : 00:10:50 , From IP : 203.147.29.123

ความคิดเห็นที่ : 51


   ผมตอบไปแล้วนะครับ....ผมอุสาห์เว้นช่วงคั่นบรรทัดไว้ให้อ่านว่าตรงนั้นคือที่ทีผมตอบ....ผมจะก็ปปี้มาให้ดูอีกครับ...กลับไปอ่านดูได้ว่าผมก็อปมาถูกหรือเปล่านะครับ....:D

ข้อแนะนำของผมคือว่า.....น่าจะจัดการเรื่องเล็กๆน้อยๆให้เป็นเรื่องง่ายๆ...และอาศัยความพึงพอใจของทั้งสองฝ่ายโดยเน้นคนทำงานเป็นหลัก....ไม่ใช้มาอิงอะไรกับ"ระบบ"ของผู้สั่งการที่ไม่มีอะไรมายืนยันว่าสิ่งที่"คำสั่ง"ออกมาเป็นสิ่งที่ดี...พวกผมก็ไม่คิดว่าสิ่งที่ผมทำดีที่สุดเพราะไม่มีหลักฐานเหมือนกัน....แต่ในแง่ผู้ที่ต้องทำงานและถ้าสิ่งที่ทำนำมาซึ่งความพึงพอใจโดยไม่เกิดผลเสียต่องานโดยรวม....สิ่งนั้นน่าจะยอมรับได้มากกว่า.......

ถ้าต้องให้ผมมานั่งแจกแจงเป็นข้อ 1 ข้อ 2 อะไรแบบนั้นคงจะค่อนข้างลำบาก....หลักการของผมอาศัยความพึงพอใจของทั่ง 2 ฝ่าย....โดยเน้น"คนทำงาน" และไม่ก่อผมเสียแก"งานโดยรวม"....อ่านแบบใจเย็นๆนิดนึงครับ...อย่าใส่อารมณ์กับข้อความที่เขียนมากนัก....ผมไม่ได้มีความคิดจะต่อยตีกับคุณ....จริงนะ...:D...:D

ผมไม่ได้มองว่าการจัดเวรเป็นเรื่องไร้สาระ...แต่ผมหมายถึงเมื่อเทียบกับปัญหาอื่นๆที่มีอยู่....เรื่องนี้แทบจะเป็นเรื่องไร้สาระไปเลย......ผมบอกตั้งกี่ครั้งแล้วว่า....ผมจะลองยกตัวอย่างเรื่องมาพูดดู....ว่าคนในนี้จะว่ายังไง....นี่....คือเรื่องที่ผมยกมา....กลับไปอ่านข้อความเก่าๆของผมดูได้....(จะว่าไปบางทีผมก็เขียนไม่เข้าท่าเหมือนกัน...ขอโทษครับ..:D..)

อีกอย่างเรื่องของระบบและหลักเกณฑ์ทั้งหลายนั้นนะ....ผมไม่คิดว่าชีวิตคนเราต้องมีหลักเกณฑ์ในทุกๆเรื่อง.....ผมไม่เถียงหรอกว่าถ้าไม่กฎสังคมก็อยู่ไม่ได้.....แต่กับอะไรบางอย่างที่มันเล็กน้อยเนี่ย.....ผมขอเถอะครับ...ปล่อยวางมันซะบ้าง...หลักการที่คุณว่ามามันดี...แต่ถ้าคนส่วนใหญ่ไม่ต้องการหละ.....คุณจะบอกว่าพวกผมเถียงอะไรไม่ได้เพราะไม่มีหลักการ 1 และ 2 และ 3 อย่างงั้นเหรอ?.....ไม่หรอก....ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่เป็นคนตัดสินใจส่วนนั้นอยู่แล้ว....ผมไม่ได้ขอให้ใครในนี้เชื่อถือผม...เพราะเชื่อว่าเสียงส่วนใหญ่นำมาซึ่งคำที่เรียกว่า"ประชาธิปไตย"....ซึ่งได้อ้างอิงถึงความพอใจในการทำงานและไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนหรือเสียผลประโยชน์.......สิ่งนั้นน่าจะอะลุ้มอะล่วยกันได้....ผมเข้าใจว่าการไม่มีหลักการทำให้คุณไปดำเนินเรื่องต่อให้พวกผมได้ยาก....เพราะไม่มีเหตุผลอะไรไปบอกที่ประชุมภาคว่า....ทำไมพวกผมถึงอยากได้แบบนั้นแบบนี้.....แต่ลองมองห่างๆดูบ้างดีไหม.....ผมบอกแล้วว่าผมแก้ไขอะไรในโลกจากการเขียนที่นี่ไม่ได้......ผมเขียนตามที่คุณ Phoenix แนะนำให้ผมเขียนว่าอาจจะได้ระบายอะไรออกมา...และอาจจะมีอะไรเข้าท่าบ้างไม่เข้าท่าบ้างมาให้อ่านกันในที่นี้...ข้อความแต่ละข้อความที่ผ่านมาคุณ Phoenix คงเห็นแล้วว่ามีกี่คนที่ให้ความเห็นในเรื่องนี้.....มันเป็นปัญหาใหญ่เกินกว่าที่ผมและคุณ Phoenix จะทำได้.....ผมเคยบอกว่าผมสิ้นหวังแล้ว.......และตอนนี้ผมก็ยังคิดแบบนั้นอยู่.....

เอาหละ....ผมตอบไปส่วนนึงแล้ว....ผมจะตอบที่คุณถามผมเพิ่มแล้วกัน.....ขอโทษครับที่บางทีผมใส่อารมณ์ในสิ่งที่ผมเขียน....และทำให้คุณไม่พอใจและอารมณ์เสียตามไปด้วย

๑) อะไรคือข้อแตกต่างจากปัจจุบันหลังจากพชทเป็นคนจัดเวร
- ผมว่าไม่ต่างกันมาก....แต่ในแง่ความสบายใจที่สามารถจัดการงานและชีวิตของแต่ละคนน่าจะดีขึ้น....มีเวลาให้กับชีวิตพอที่จะไปทำอย่างอื่นและกำหนดวางแผนการทำงานได้...จะไปประชุมปลายเดือน..จะลาพักแก้เครียด...:D
....ปลายเดือนมี MM จะได้ไปเตรียม....อะไรแบบนั้น..( ผมยอมรับว่ามันดูไม่เข้าท่า...แต่ก็แค่สบายใจ....)

๒) อะไรคือแนวทางแก้ปัญหาของพชท.ผู้จัดเวร เมื่อ"คิดว่า" คนไม่พอ?
- ไม่พอก็คือไม่พอ....เพราะไม่รู้จะเพิ่มงานทำไมให้เหนื่อยตายกันมากขึ้น.....พวกผมส่วนหนึ่งไม่ใช้ปี 1 ที่ถ้าอยู่เวรแล้วอีกวันไม่ไหวก็พักแล้วให้พี่ๆทำแทนได้....บางคนเป็น Chief ซึ่งต้องมาทำงานเกือบทั้งหมด....ไม่เถึยงว่าถ้าเวรที่มีอยู่แล้วยุ่งอีกวันมาทำงานแล้วผลงานออกมาแย่แน่......แต่คงไม่น่าจะดี....ถ้าต้องเพิ่มปริมาณวันที่แย่ออกมาให้มากขึ้นกว่าปกติ...Staff ควรจะลงมามีบทบาทตรงนี้มากขึ้นหรือไม่....ผมเชื่อว่าน่าจะจำเป็นแล้วหละครับ....อีกไม่นานจะมีคนลาออกอีก...แล้วจำนวนคนต่อหน่วยก็จะลดลงไปอีก....จะเริ่มมีบางหน่วยในปีหน้าที่อาจจะไม่มี residentศัลย์ก็ได้...หรือถ้าจะมี....อาจจะเป็นปี 1 ที่ต้องมาทำงานหนักขึ้นกว่างานที่พวกเขาจะค่อยๆเรียนรู้ไปตามปีที่มากขึ้น.....คงพูดยากถ้าจะบอกว่าถ้างานไม่ดีผมเสียจะลงที่ใคร....และใครจะโดนด่า....

...:D....ไม่รู้ว่านั้นตอบแบบน่าพอใจหรือเปล่า....ถามเพิ่มได้นะครับ.....:D...:D.......ผมไม่รู้ว่าควรจะพูดแบบนี้หรือเปล่า......แต่ผมไม่เชื่อจริงๆว่าทุกอย่างต้องเป็นหลักเป็นการเสมอ......สิ่งที่เราเชื่อถือกันมาอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ถูกเสมอก็ได้....เราควรที่จะปรับและเปรียบแปลงหลายๆอย่างไปได้ในแนวทางที่สร้างความพอใจมากขึ้น....อย่างที่ผมบอก...ทั้ง 2 ฝ่าย....โดยไม่เดือดร้อนต่องานโดยรวม......ขอบคุณครับ..:D

บางทีผมอาจจะยังเด็กไป....แต่บางที่เวลาผมไม่ต้องคิดเรื่องอะไรให้รกหัวมากๆเนี่ย....ผมมีความสุขมากเลยหละครับ...:D



Posted by : Death , Date : 2003-06-01 , Time : 00:29:21 , From IP : 172.29.3.123

ความคิดเห็นที่ : 52


   Test


Posted by : Tiger , Date : 2003-06-01 , Time : 00:34:03 , From IP : 172.29.3.218

ความคิดเห็นที่ : 53


   เอาโลโก้ใหม่ๆมาโพสดีกว่า เผื่อว่าบรรยากาศจะเย็นลงกันบ้าง






Posted by : กะหลั่วเป็ด , Date : 2003-06-01 , Time : 00:39:38 , From IP : 203.147.29.123

ความคิดเห็นที่ : 54


   

Posted by : Tiger , Date : 2003-06-01 , Time : 00:44:51 , From IP : 172.29.3.218

ความคิดเห็นที่ : 55


   พี่ Tiger โพสรูปหมาเหรอครับ....ไม่เจอกันไม่กี่วันพี่เปลี่ยนสถานภาพแล้วเหรอครับ...:D...:D



Posted by : Death , Date : 2003-06-01 , Time : 00:49:03 , From IP : 172.29.3.123

ความคิดเห็นที่ : 56


   คุณPhoenix คุณชอบพูดแต่คำว่าหลักการและ back stabbing คิดว่าน่าเบื่อมาก คุณแน่ใจว่าตัวเองดีแล้วหรือ คุณเคยอยู่เวรบ้างหรือเปล่าในปัจจุบันนี้ อาจารย์ที่อาวุโสกว่าคุณยังอยู่กันตั้งหลายคน ที่พูดอย่างนี้จะให้คุณเข้าใจหัวอกคนที่อยู่เวรบ้าง กระดานนี้ไม่ใช่ที่จะตกลงอะไรเป็น officialได้ คนที่ไม่อยู่เวร ไม่มีวันเข้าใจความรู้สึกคนที่อยู่เวรได้ คุณควรลงมาอยู่เวรบ้าง มีข้อสังเกตสำหรับทุกๆคนให้คิด ดังนี้
1.สุนัขรับใช้ มีใครรู้ไหมมีความหมายอย่างไร
2.เสร็จศึกฆ่าขุนพล คืออะไร ระวังบางคนจะประสบเคราะห์กรรมเช่นนี้
3.คนที่จะประสบความสำเร็จ ควรทำงานและสนใจสิ่งที่ตัวเองร่ำเรียนมาเฉพาะทางเป็นหลัก ไม่ใช่ไปทำงานด้านอื่นที่ตัวเองไม่ได้เรียนมา (อาจถูกสั่งให้ทำ) แล้วคิดว่างานนี้เป็นงานสำคัญ จะทำให้ตัวเองโด่งดัง ความคิดเช่นนี้คงจะผิด
จำไว้ว่าพยายามทำงานในสิ่งที่ตัวเองร่ำเรียนมาเฉพาะทาง
ที่เขียนแบบนี้ แม้ว่าจะไม่ใช่คำหวาน แต่ก็ไม่ใช่คนที่ปากหวานก้นเปรี้ยว ที่เตือนเพราะรักจริง จำคำไว้และ Print เก็บใส่กระดาษไว้ดูในภายภาคหน้ากันลืม
เพราะสิ่งที่พูดนี้จะเป็นความจริง แต่ต้องใช้เวลานานหน่อย
คุณ Phoenix ขอโทษที่ต้องพูดอีกเรื่องหนึ่ง คือ ข้อเสนอต่างๆ ในกระดานนี้ คุณรับไปได้แต่มั่นใจ 100% ว่า คุณไม่มีอำนาจตัดสินใจ เพราะทุกวันนี้ก็เห็นอยู่แล้วว่า คุณคอยรับคำสั่งของใคร อย่าพยายามปฏิเสธด้วยถ้อยคำที่เป็นหลักการสวยหรู เพราะที่พูดนี้คือ ความจริงที่ออกมาโดยไม่ได้ขัดเกลา (คุณจะฝืนความรู้สึกของผู้ชมไม่ได้หรอก ถ้าสมมุตินี่คือการแข่งขันกีฬา



Posted by : แรมโบ , Date : 2003-06-01 , Time : 01:01:49 , From IP : 203.146.198.247

ความคิดเห็นที่ : 57


   อย่าไปว่าเค้าเลยครับ ได้ข่าวว่าเพิ่งโพสรูปเป็น




Posted by : กะหลั่วเป็ด , Date : 2003-06-01 , Time : 01:02:16 , From IP : 203.147.29.123

ความคิดเห็นที่ : 58


   เอ่อ ทำไมคุณแรมโบ้ถึงใช้ตัวหนังสือที่ดูรุนแรงจังครับ อาจานนกไฟก็พี่น้องเราเองนั่นแหละครับ




Posted by : กะหลั่วเป็ด , Date : 2003-06-01 , Time : 01:04:34 , From IP : 203.147.29.123

ความคิดเห็นที่ : 59


   รูปเสือครับพี่ Death ! สงสัยพี่ Death ต้องไป OPD ตาหน่อยแล้วหล่ะ เอาถั่วออกจากตาครับ


Posted by : Tiger , Date : 2003-06-01 , Time : 01:11:36 , From IP : 172.29.3.218

ความคิดเห็นที่ : 60


   อ้อ ลืมไป มีอีกเรื่องหนึ่งที่ขอพูด คือ คุณ Phoenix ชอบเสียดสีผู้อื่นว่า คุณภาพคับแก้วหรือว่าขี้เกียจกันแน่ คำนี้เลียนแบบมาจากใครมิทราบ การมองผู้อื่นแต่ในแง่ร้ายตั้งแต่แรก มันบ่งบอกถึงสันดานของคนคนนั้น ว่าเป็นอย่างไร ขอให้ความเห็นว่า พ.ช.ท.ศัลย์ ไม่ใช่คนที่ขี้เกียจ คนเหล่านี้ทำงานหนัก เพื่อส่วนรวม อย่างน้อยก็ทำให้พวกอาจารย์ทั้งหลาย รวมทั้งคุณ Phoenix มีความลำบากน้อยลง ถ้าไม่มีพวกเขาแล้วคุณ Phoenix ต้องอยู่เวรเอง คุณจะรู้สึกอย่างไร
คุณกะหลั่วเป็ดก็เช่นเดียวกัน เห็นโพสท์ตั้งแต่แรกก็รู้แล้วว่าคิดอย่างไรกับกระทู้นี้ ถ้าคุณไม่รู้จริงว่า ทำไม พ.ช.ท.ศัลย์ถึงลาออกเยอะ ก็อย่าออกความเห็นโดยพยายามโน้มน้าวว่าไม่มีปัญหาอะไร


Posted by : แรมโบ้ , Date : 2003-06-01 , Time : 01:24:52 , From IP : 203.146.198.247

ความคิดเห็นที่ : 61


   นั่นไง โดนเข้าจนได้
ผมไม่ได้โน้มน้าวว่าไม่มีปัญหาอะไรซักหน่อยนะคุณแรมโบ้ ผมรู้ว่ามันมีปํญหาจริง แต่ผมเองก็รู้ว่ามันคงแก้ไขอะไรไม่ได้หรอก พวกผมเคยพูดคุยและเสนอความเห็นไปในหลายเรื่องหลายครั้งแล้ว แต่มันก็ลอยหายไปกับสายลม ก็เลยไม่ค่อยจะซีเรียสกับมันให้เหนื่อยมากไปกว่าที่เป็นอยู่ก็เท่านั้น ผมเองมีแผลเยอะแล้ว ไม่อยากเจ็บตัวอีก ก็เลยไม่ได้ออกความเห็นมาก ปล่อยให้หนุ่มๆไฟแรงเค้าถกกันไป ผมก็ออกมาแจมนิดๆหน่อยๆเท่านั้นเอง
ผมก็อยู่ข้างเดียวกับพชท.นั่นแหละครับ ไม่ได้จะมาโต้แย้งอะไร
เจ็บตัวอีกแล้วเรา...เฮ้อ!




Posted by : กะหลั่วเป็ด , Date : 2003-06-01 , Time : 01:35:59 , From IP : 203.147.29.123

ความคิดเห็นที่ : 62


   อยู่เวร Call ต่าง ๆ หนักแค่ใหนไม่ว่า แต่ที่ทนไม่ไหวคือเวร ER คุยกันไปหลายทีแล้ว ผอ. รองผอ. ก็รับปากว่าจะแก้ไข ผ่านมาเป็นปีไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยน ไม่ต้องมาถามเหตุผล คุยไปหลายครั้ง ประชุมหลายที มีแต่รับปาก ไม่เห็นทำสักที ขอสรุปอย่างนี้
1> การเอาแพทย์ใช้ทุนศัลย์ลงไปอยู่ ER ไม่ได้ทำให้ การดูแลผู้ป่วยศัลยกรรมเร็วขึ้น กลับทำให้การ consult ซ้ำซ้อนขึ้น Chief resident ที่ไปอยู่ ER ต้อง consult first call ลงไปเพื่อดูแล้วรายงานเป็นลำดับขั้นใหม่อยู่ดี
2> Miss diagnosis ที่ ER ไม่น่าจะแก้ปํญหาโดยการเอา พชท.ศัลย์ ไปอยู่ ER แต่ควรให้ แพทย์เวร Consult เมื่อไม่แน่ใจ เวรศัลยกรรมรับ Consult ไม่ยากหรอกครับ ไม่ว่าจะสงสัยอะไร เหมือไม่เหมือนแค่ใหน ก็ต้องลงไปดูอยู่แล้ว ขอแค่ Consult มาเท่านั้น
3> เรื่องความรวดเร็วในการรับ Consult เวรเราไม่เคยช้าอยู่แล้ว เวลามี Case trauma มา เราใช้เวลาไปถึงเท่าใหร่ เวลามี CPR ใครถึงที่เกิดเหตุก่อน สิ่งเหล่านี้มี record อยู่แล้วลอง check ดูได้
4> พชท.ปีอาวุโสควรได้อ่านหนังสือ หาความรู้มากเท่าที่จะทำได้ ทั้งเพื่อการสอบ และเพื่อดูแลรักษาผู้ป่ายในสาย ไม่ควรต้องไปอยู่เวร ER อีก อย่าสงที่บอก ถ้าไม่แน่ใจก็ Consult มา
5> ทั้งรพและ ER คงไม่ต้องการ แพทย์เวรที่ถูกบังคับให้ไปอยู่ด้วยความไม่เต็มใจ ทำงานแบบไม่เต็มใจ ผลของงานจะออกมาอย่างที่เคยมีปัญหากันแล้ว
6> ผอ.รพ เคยพูดในที่ประชุมระหว่าง พชท. Med และ Surgery เมื่อปีสองปีที่แล้วว่า "ภาคศัลย์คงอยากให้พชท.ศัลย์ลงไปสอน นศพ.ที่อยู่เวร ER " (ท่านคงลืมไปแล้วและคงปฏิเสธด้วยว่าไม่ได้พูด เพราะท่านขี้ลืมบ่อย และ เราก็ไม่ได้อัดเทปไว้เป็นหลักฐาน ) อยากให้ ภาคศัลย์ตอบคำถามนี้ครับ

สรุปแล้วคิดว่ายกเลิกเวรศัลยกรรมที่ ER เถอะครับ Rotation ER ก็เพียงพอแล้ว



Posted by : กำลังจะเป็นคนที่ 6 , Date : 2003-06-01 , Time : 02:14:15 , From IP : 203.147.29.123

ความคิดเห็นที่ : 63


   ชีวิตทั้งหมดของแต่ละคนจะขึ้นอยู่กับหลักการและเหตุผลแค่ไหนคงจะไม่มีใครบังคับได้ครับ ผมอาจจะเห็นว่าคนเราควรจะมีหลักการและเหตุผลโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรากำลังพูดถึงจรรยาบรรณหรือวิชาชีพ

กฏหรือกฏหมายนั้นเพิ่ม reinforce หน้าที่, และหน้าที่นั้นเป็นแค่ subset หนึ่งของจริยธรรม, จริยธรรมนั้นเป็นสาขาหนึ่งของปรัชญา, และปรัชญาวิชาชีพแพทย์นั้นไม่มีใครเขียนไว้ได้ดีเท่าที่สมเด็จพระราชบิดาฯอีกแล้ว ผมยึดมั่นและยังคงเชื่ออย่างยิ่งว่าอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นกับแพทย์หรืองานของแพทย์จำเป็นอย่างที่สุดที่จะต้องมีหลักการ ผมไม่ทำงานเพราะ popularity ครับ ผมไม่คิดด้วยว่าลักษณะการทำงานของผมเป็นการทำเพื่อ please คนส่วนใหญ่ การถกเหตุและผลนั้นผมเคยพูดไว้หลายครั้งแล้วว่าไม่ใช่การเชียร์บอลหรือเชียร์มวย ไม่ใช่แม้กระทั่งการใช้เสียงส่วนใหญ่ เสียงส่วนใหญ่นั้นไม่ใช่สิ่งที่นำมาใช้ในเรื่องจริยธรรมและหน้าที่ครับ นั่นอาจจะเรียกว่าม็อบแทน ไม่เป็นประโยชน์ที่แต่ละฝ่ายจะเกณฑ์คนมาเซ็นหนังสือเสนอเรื่องอะไรก็แล้วแต่โดยไม่มีเหตุผลและหลักการประกอบ

ผมมีความชำนาญหลายด้านจริงอย่างที่คุณ Rambo ว่าไว้ครับ หากจะแบ่ง phase การเรียนรู้ของผมเป็นระยะๆคงจะเป็นสาม phases ตั้งแต่ พบ. และ phase สุดท้ายเป็น phase ที่ผมใช้ระยะเวลายาวนานที่สุด ส่วนที่ว่าผมมีความชำนาญด้านไหนมากที่สุดนั้นเป็นที่ debatable ครับ แต่คงจะไม่เกี่ยวกับหัวข้อสนทนาในวันนี้ ผมมีวัตถุประสงค์ในการทำงานของผมค่อนข้างชัดเจนพอสมควร และพอจะทราบว่าตำแหน่งไหนเหมาะกับความรู้ความสามารถของผมมากที่สุด

ผมไม่แน่ใจว่าทุกคนในที่นี้เคยได้ยินที่ผมพูดมาครั้งหนึ่งหรือเปล่า ถึงการนำเสนอเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ หรือสิ่งที่ได้มีการอภิปรายกันในห้อง medical ethics class รวมทั้งอีกมากมายหลายกระทู้ แพทย์ใช้ทุนศัลยกรรมทุกท่านมีสิทธิ์ที่จะมีข้อสรุปว่าตัวผมคิดเห็นต่อแพทย์ใช้ทุนศัลย์ หรือ แพทย์ใช้ทุน แพทย์ อาจารย์แพทย์คนไหนอย่างไร ทั้งด้านการกระทำและคำพูด พอมาถึงตรง "ตีค่า" แล้ว คงจะเป็นอิสระครับว่าใครจะคิดว่าใครมีค่าแค่ไหน และสิ่งที่คิดนั้นสนับสนุนโดยการกระทำหรือคำพูดหรือไม่

คุณ Death ครับ ถ้าคุณมองย้อนกลับไปไม่กี่กระทู้ที่ผมตอบตอนแรกนั้น จริงๆแล้วเป็นแค่การเติมคำในช่องว่างที่หาก OK ก็ส่งชื่อผู้ที่จะเป็นคนรับผิดชอบการจัดเวรมา แล้วเรื่องก็สามารถดำเนินการได้

๒) ถ้าแพทย์ใช้ทุนจะจัดเวรเองขอให้มีเงื่อนไขดังต่อไปนี้
...๒.๑) ตารางเวรเสร็จและสามารถแจกไปตามที่ต่างๆได้ตรงตามกำหนดทุกเดือน
...๒.๒) ขอให้กำหนดชื่อคนรับผิดชอบการจัดเวรของรุ่น ส่งมาที่คณะผู้ทำงานด้ารการศึกษาระดับหลังปริญญา เราจะได้ตามได้ว่าใครเปนคนรับผิดชอบ
...๒.๓) การจัดเวรจะต้อง "ไม่ compromise optimal conditions" ที่ผู้ป่วยจะได้รับการดูแล ได้แก่
...........A) แพทย์ใช้ทุนไม่อยู่เวรติดต่อกันเกิน 2 consecutive times (เสาร์ และ อาทิตย์ และวันหยุดราชการ นับเป็น 2 consecutive times)
...........B) หลักการข้อ A รวมถึงผลจากการแลกเวรด้วย เนื่องจากแพทย์ใช้ทุนเห็นพ้องในหลักการว่าการอยู่เวรติดๆกันนั้น compromise ประสิทธิภาพ ซึงภาควิชาเห็นด้วย ใครจงใจแลกเวรเพื่ออยู่เวรติดต่อกันคงจะเป็นการจงใจลดประสิทธิภาพการอยู่เวรลง ตรงนี้น่าจะเห็นพ้องต้องกันว่าเป็น unacceptable condition
...........C) No blank เวร definitely ถ้าคนไม่พอเกณฑ์มาจากชั้นปีอื่นมาช่วย การจัดจำนวนคนต่อเวรมากนั้นจะ balance กับปริมาณเวรทั้งหมดต่อคนอยู่แล้ว เช่น ถ้าอยู่กันคืนละหนึ่งคน ก็คงอยู่เวรกันแค่เดือนละ 2-3 ครั้ง อยู่มากคนก็จะ deal กับเวลาคืนยุ่งๆได้ดีขึ้น หาก performance ในปัจจุบัน support ว่าแพทย์เวรน้อยคนกว่าเดิมสามารถมีประสิทธิภาพเท่าเดิม concept ในการลดจำนวนคนอยู่เวรก็จะฟังขึ้น แต่ผมไม่แน่ใจตรงนี้เท่าไรนักว่าจำนวนคนอยู่เวรที่มีอยู่มีประสิทธิภาพคับแก้วและมีคนว่างงานหรือล้นงานจริงหรือไม่ เรื่องนี้น่าศึกษาทีเดียว เพราะถ้าจัดจำนวน resident ต่อเวรลดลงปริมาณเวรต่อหัวก็จะลดลงด้วย

ถ้า conditions ข้างบนสมเหตุสมผล ทางภาคจะอนุมัติให้แพทย์ใช้ทุนรุ่นที่ต้องการจัดเวรเองสามารถทำได้ โดยมีผลปฏิบัติทันทีที่ submit ชื่อผู้รับผิดชอบการจัดเวร


ผมว่าค่อนข้างชัดเจนนะครับว่าอะไรคือ "หลักการ" และอะไรคือ "เหตุผล" ไม่น่าจะมีกำกวมอย่างใด? หรือมี?

ในที่นี้มีคนไม่ปล่อยวางอยู่เยอะครับอย่างที่คุณ Death ว่า ผมคนนึงที่ไม่ปล่อยวางเรื่องหลักการและเหตุผลแน่ๆตราบใดที่เรากำลังพูดเรื่องการดูแลรักษาคนไข้ ผมมีความรับผิดชอบและหน้าที่ที่จะไม่ปล่อยวางครับ นั้นคือสิ่งที่ผมถูกจ้างมาให้ทำงาน และเหนืออื่นใดนั้นคือปรัชญาการทำงานของผมด้วย คุณ Death ขอให้ลองทำอะไรแบบไม่มีหลักการดู ผมจะลองขอให้คุณ Death ทำอะไรแบบมีหลีกการดูบ้างก็แล้วกัน

ถ้าพวกเราจบออกไปเป็นศัลยแพทย์ โอกาสที่เราจะต้องเป็นหัวหน้าทีมการรักษาของสถานที่ที่เราจะไปทำงานจะสูงมาก อย่างน้อยก็ใน OR ล่ะหนึ่งที่ การเป็นศัลยแพทย์นั้นมีหน้าที่และความรับผิดชอบมากมาย และต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญๆที่เกี่ยวกับชีวิตของผู้อื่นจำนวนมาก ดังนั้นเราจึง จำเป็นต้องยึดมั่นในหลักการและเหตุผลครับ เราอาจจะ relax ตอนไปกินเหล้า เลือกซื้อกระดาษทิชชู หรือหาร้านกินข้าว แต่ถ้าเกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาคนไข้แล้ว ต้องเป็น "หลักการเหตุผล" จึงจะสามารถรักษามาตรฐานและคุณธรรมของวิชาชีพได้




Posted by : Phoenix , Date : 2003-06-01 , Time : 03:59:06 , From IP : 172.29.3.227

ความคิดเห็นที่ : 64


   คุณ Rambo ครับ

เป็นจริงอย่างที่คุณว่าหลายประการทีเดียวว่าผมมีอิสระในการทำงานค่อนข้างมากเมื่อเปรียบเทียบกับคนอื่น ผมคิดว่างานอะไรบ้างที่ผมทำออกมาในเวลาและนอกเวลานั้นจะแสดงออกมาในไม่ช้านี้ และนั่นเป็นสิ่งที่ผมถูกรัฐบาลคัดเลือกและส่งผมไปเรียนมาครับ หน้าที่ที่ผมสัญญาต่อรัฐบาลและต่ออาจารยทุกคนที่ได้ช่วยทำงานแทนผมในระหว่างนั้นคือกลับมาใช้ความรู้ความสามารถที่ต้องไปขวนขวายมาทำในสิ่งที่ไม่มีคนทำที่นี่ให้สำเร็จก้แค่นั้น ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรมาก

ผมเป็นคนดีหรือไม่คงไม่เกี่ยวกับความมั่นใจในตัวเองครับคุณ Rambo ผมแค่คนธรรมดาที่มี conviction และ conscience ของสิ่งที่ผมได้แสดงออกทั้งกายวาจาและใจ ซึ่งเป็นเองที่ใครๆก็ทำได้ และไม่ได้ทำให้วิเศษวิโสกว่าผู้อื่นแต่อย่างใด เวรนั้นผมเคยอยู่มาเหมือนกันครับ รุ่นผมนั้นมีทั้งหมดสองคนครับ รุ่นพี่มีสามคน และ chief มีสองคนครับ ดูแลงานที่แพทย์ใช้ทุนศัลยศาสตร์ในขณะนี้กำลังทำอยู่ ไม่ทราบว่าจะเปรียบเทียบกันได้ไม่ได้อย่างไร แต่จะว่าผมไม่เคยลองไม่เคยอยู่คงจะไม่ถูกต้องทีเดียวนัก ผมนอนอยู่ห้องเวรมาเกือบตลอด 7 ปีโดยแทบจะไม่เคยกลับหอเลย ยกเว้นตอนเช้าไปเปลียนเสื้อหน่อยนึง นั่นรวมทั้งตอนที่ผมเปลี่ยนสถานภาพแล้วด้วยสามปี เวรยุ่งเป็นยังไงพอจะนึกภาพออกครับ

คำถามของคุณ Rambo น่าสนใจผมขอตอบก็แล้วกัน

1.สุนัขรับใช้ มีใครรู้ไหมมีความหมายอย่างไร
น่าจะแปลว่าหมาที่รับใช้สิ่งที่ใช้สติปัญญาต่ำกว่าความเป็นมนุษย์บงการรึเปล่า?
2.เสร็จศึกฆ่าขุนพล คืออะไร ระวังบางคนจะประสบเคราะห์กรรมเช่นนี้
ขุนพลที่รับใช้ประเทศชาติทุกยุคทุกสมัยนั้นไม่ได้รับใช้เจ้านายหรอกครับ แต่เขารับใช้ "หลักการ" นั่นเป็นสาเหตุที่เขาเหล่านั้นเป็นขุนพลได้ นั่นป็นสาเหตุที่ขุนพลงักฮุยเป็นที่เคารพนับถือต่อลูกหลานต่อๆมาจนทุกวันนี้ เพราะท่านรับใช้ชาติ เป็นตัวอย่างว่าทหารที่รบเพื่อชาติเป็นอย่างไร และต้องเสียสละเพียงไหน ถ้างักฮุยหนีทหาร ไม่เชื่อคำสั่งฮ่องเต้ที่หลงฟังกังฉินเรียกกลับมาฆ่า จะมีทหารจำนวนมากมายมหาศาลของประเทศจีนเอาอย่าง กลียุคก็จะเกิด ทั้งๆรู้ว่ากลับแล้วตายแน่ๆท่านงักฮุยจึงยอมสละชีวิตของท่านเพื่อหลักการ ผลก็คือขุนนางกังฉินนั้นได้ชื่อเหม็น ตัวงักฮุยตาย แต่หลักการการดำรงชีวิตของท่านคงอยู่เป็นอมตะ
3.คนที่จะประสบความสำเร็จ ควรทำงานและสนใจสิ่งที่ตัวเองร่ำเรียนมาเฉพาะทางเป็นหลัก ไม่ใช่ไปทำงานด้านอื่นที่ตัวเองไม่ได้เรียนมา (อาจถูกสั่งให้ทำ) แล้วคิดว่างานนี้เป็นงานสำคัญ จะทำให้ตัวเองโด่งดัง ความคิดเช่นนี้คงจะผิด
ถูกต้องที่สุดครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เรียนมามาก เรียนมาสูง จะต้องจำแนกได้ว่าที่ที่ optimal ที่สุดที่สามารถจะใช้ความรู้ความสามารถของเขานั้นอยู่ที่ไหน ข้อนี้ผมเห็นด้วยกับคุณ Rambo 100%

คุณ Phoenix ขอโทษที่ต้องพูดอีกเรื่องหนึ่ง คือ ข้อเสนอต่างๆ ในกระดานนี้ คุณรับไปได้แต่มั่นใจ 100% ว่า คุณไม่มีอำนาจตัดสินใจ เพราะทุกวันนี้ก็เห็นอยู่แล้วว่า คุณคอยรับคำสั่งของใคร อย่าพยายามปฏิเสธด้วยถ้อยคำที่เป็นหลักการสวยหรู เพราะที่พูดนี้คือ ความจริงที่ออกมาโดยไม่ได้ขัดเกลา (คุณจะฝืนความรู้สึกของผู้ชมไม่ได้หรอก ถ้าสมมุตินี่คือการแข่งขันกีฬา

ผมเกรงว่าข้อมูลของคุณ Rambo ผิดพลาดครับ ขณะนี้ "คำสั่ง" ที่ผมรับนั้นน้อยมา ตรงกันข้าม ผมได้ free rein ในการจัดตั้งโครงการและหลักสูตร และการปรับปรุงต่างๆมากมาย และทำหน้าที่ "แนะนำ" อีกหลายๆคนว่าควรจะทำอย่างไร น่าสนใจมากที่เดียวที่จะมีคนเห็นโดยทั่วไปว่าผม "รับคำสั่ง" และน่าสนใจมากกว่าที่คุณสรุปว่าผม "ไม่มีอำนาจตัดสินใจ" คำพูดผมไม่สวยหรูครับ และ most of the time คนฟังไม่ค่อยเข้าหู ผมเกรงว่าบนกระดานแห่งนี้คงจะมีคนเหนด้วยกับคุณ Ranbo น้อยเต็มทนว่าที่ผม comment นั้น "สวยหรู" ผมไม่จำเป็นต้องปฏิเสธอะไรหรอกครับ สถานผมนั้นไม่จำเป็นที่จะต้อง "แก้ตัว" แต่เป็น "ชี้แจง ชี้แนะ และสอน" แค่นัน้เอง

คนที่มองคนในแง่ร้ายนั้นมีอยู่เยอะจริงอย่างที่คุณ Rambo ว่าครับ ผมเห็นด้วย






Posted by : Phoenix , Date : 2003-06-01 , Time : 04:25:18 , From IP : 172.29.3.226

ความคิดเห็นที่ : 65


   



" เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร "

แนะนำคุณ phoenix เชิญแพทย์ใช้ทุนในภาคของท่านมาประชุมร่วมกันจะดีไหมลองถามความสะดวกกันตรงนี้เลยใครอยากให้มีการประชุมแก้ไขปัญหา สะดวกเมื่อไหร่ เวลาไหน ที่ไหน หรือคิดว่าการอภิปรายโดยใช้นามแฝงได้ข้อมูลที่ดีกว่าเพราะไม่ต้องกลัวอคติ ไม่อยากเผชิญหน้าโดยตรงก็เป็นเหตุผล

" ลูกผู้ชาย กล้าทำกล้ารับ " ตอนนี้เหมือนเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจยังไงก็ไม่รู้ ผมคิดว่ารัฐบาลคงอยู่เต็มวาระครับ

ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่สอง
ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง
ลาภทรัพย์และเกียรติยศจะตกแก่ท่านเอง
ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งอาชีพไว้ให้บริสุทธิ์
มหิดล




Posted by : perf. , Date : 2003-06-01 , Time : 05:11:16 , From IP : 172.29.3.211

ความคิดเห็นที่ : 66


   .......มันยากจะยอมรับเหลือเกินครับกับ"คำสั่ง"ที่ออกมาโดยไม่ได้สนใจคนทำงาน.....จริยธรรมเป็นเรื่องยากที่จะไม่ใช้หลักการและเหตุผล.....แต่มันน่าจะออกมาจากปากของคนที่น่าศรัทธา....และสามารถให้เราที่จะถาม....และพร้อมที่จะอธิบายเมื่อเราไม่เข้าใจ....มากกว่ามาในรูปแบบของการสั่งการที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ...ผมไม่มีแม้แต่สิทธิสักนิดเลยที่จะถามเหรอครับ?....แม้แต่เป็นความต้องการของคนส่วนใหญ่.....แต่ไม่ผ่านหลักการที่มี.....ก็ต้องตั้งหน้าตั้งตารับกรรมต่อไปอย่างงั้นหรือเปล่าครับ......ไม่ว่าทางภาคจะสั่งอะไรออกมา.....พวกผมก็ไม่สามารถสอบถามหรือโต้เถียงได้ใช่ไหมครับ....แม้ว่าคำสั่งเหล่านั้น...จะไม่เคยสนใจใยดีพวกผมเลย......ไม่เคยสอบถามว่ามีใครสมัครใจจะทำหรือไม่ก็ตามอย่างงั้นเหรอครับ........อยากจะทำอะไรก็ทำไปเถอะครับ.....ตราบใดที่ผมยังทนได้....ผมจะไม่ลาออกหรอกครับ.....คงอีกไม่นาน.....คำตอบหลายๆอย่างจะชัดเจนมากขึ้น....เมื่อมีคนลาออกมากขึ้น....องค์กรที่ไม่แคร์หรือสนใจคนทำงาน...ไม่มีทางอยู่ได้อย่างดีหรอกครับ.......ผมคงไม่อ้างถึงเรื่องอะไรมากกว่านี้....เพราะแค่เรื่องระดับนี้.....ยังได้แค่นี้เองครับ.....ต่อให้พวกผมลาออกกันทั้งหมดคงไม่มีความหมายเลยใช่หรือเปล่า.....ภาคจะยังคงยึดกับหลักนั้นต่อไป....ผมเชื่อว่าอย่างนั้น.....ผมไม่มีหลักการอะไรมาก....และคงจะพยายามทำให้เป็นหลักการยากเหมือนกัน....พี่ที่จบที่นี่คนนึงที่ผมเคารพเคยบอกว่า....แกแค่ทำงานที่แกชอบแค่นั้นแกก็มีความสุขแล้วครับ.....ผมจะพยายามคิดแบบนั้น.....และหาความสุขให้ได้จากการทำงาน.......ขอร้องนะครับ....อย่ามายุ่งอะไรกับชีวิตของผมมากนัก....ตอนนี้สถานที่แห่งนี้....ได้สูญสิ้นศรัทธาไปจากใจของผมแล้วครับ......

ไม่ต้องเรียกประชุมก็ได้นะครับ.....ไม่มีความหมายอะไรกับผมอีกแล้ว.....ผมเคยคาดหวังว่าจะได้อะไรการประชุม.....แต่ละครั้งที่ผ่านไปที่คนลดลงเรื่อยๆ....คงเป็นคำตอบให้คุณ Phoenix ได้ว่า.....ปัญหาใหญ่ๆที่มีทั้งหลายแก้ไม่ได้หรอกครับ...ถ้าผู้มีอำนาจในการสั่งการยังไม่เปลี่ยนแนวความคิดหรือจะใส่ใจผู้ร่วมงานให้มากกว่านี้....เคยเห็นไหมครับ...ว่าทำไมคนบางคนถึงได้รับศรัทธาจากคนรอบข้าง....ในขณะที่บางคน....ไม่เคยได้รับสิ่งเหล่านั้นเลย....แค่ที่ได้รับการกราบไหว้ ไม่ได้แปลเสมอว่าคนที่ไหว้เคารพนะครับ......การสร้างความเกรงกลัวให้ผู้อื่นเพื่อให้งานเดินไปได้ซึ่งผู้ร่วมงานไม่ยินยอมหรือเห็นชอบด้วยแล้วก็ไม่ได้บอกว่าการบริหารงานจะราบรื่นตลอดไปเช่นกัน......แค่รอ......ว่าเมื่อไร.....แค่นั้น............



Posted by : Death , Date : 2003-06-01 , Time : 07:06:51 , From IP : 172.29.1.160

ความคิดเห็นที่ : 67


   คุณ Death พูดถูกแล้ว คุณPerf.คงไม่ทราบว่าได้มีการประชุม พชท.ศัลย์ไปหลายครั้งแล้ว แต่ไม่มีอะไรดีขึ้น เพราะเรื่องนี้คุณ Phoenix ไม่มีอำนาจตัดสินใจ การdebatบน platform นี้ดีกว่าเพราะ anonymous ได้ความรู้สึกที่แท้จริงมากกว่า คุณPhoenixชอบพูดแต่อดีตที่อยู่เวรมาก ถามว่าปัจจุบันนี้คุณอยู่เวรหรือเปล่า ตอนนี้คุณรับรู้สภาพความลำบากหรือเปล่า หรือเพราะการอยู่เวรเป็นงานที่ไม่คู่ควรแล้ว ทำงานบนสวรรค์ดีกว่า คนเราถ้าอยากช่วยคนอื่นอยู่เวร ก็สามารถเรียนรู้และฝึกใหม่ได้ เคยได้ยินคนรุ่นก่อนคุณ เขาอยู่เวรหนักกว่าคุณ เขายังไม่เคยเอามาคุย หรือบังคับให้รุ่นน้องต้องเลียนแบบเลย โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว คนที่บริหารเก่งกว่านี้มีอีกมากมาย เขาสามารถทำให้ out putออกมาเท่ากัน โดยที่ใช้คนทำงานน้อยกว่านี้ ที่สำคัญเครียดน้อยกว่านี้และทุกคนมีความสุขด้วย
ขอยกตัวอย่าง บน OR ก็ได้ ทำไมบางคนผ่าตัดโดยใช้คนช่วยที่มีฝีมือไม่มากและจำนวนคนช่วยก็ไม่มาก แต่ผลงานออกมาดีเท่าอีกคนหนึ่งที่ใช้คนแน่นเหมือนตลาดนัดและเกณฑ์เฉพาะเหล่าผู้มีฝีมือมาช่วยทั้งนั้น(การผ่าตัดชนิดเดียวกันด้วย)
คุณเคยให้โอกาสคนเหล่านี้บริหารงานบ้างหรือเปล่า บอกแล้วว่าคนเหล่านี้สร้างภาพไม่เก่ง พูดให้ลิงเคลิ้มหลับไม่เป็นและที่สำคัญที่สุด จงจำไว้ว่าเขาไม่รู้จัก back stabbing เพราะตัวเขาเองถูกแทงจนหลังพรุนหมดแล้ว


Posted by : แรมโบ้ , Date : 2003-06-01 , Time : 11:02:38 , From IP : r191-skaHS1.S.loxinf

ความคิดเห็นที่ : 68


   เรียนคุณ perf

ผมเองรู้สึกเสียใจเหมือนกันที่ได้มีการตัดสินใจใช้ platform นี้มาเพื่อการแสดงออก ทั้งนี้เคยได้แจกบันทึกข้อความไปเมื่อหลายเดือนแล้วว่าหากแพทย์ใช้ทุนหรือแพทย์ประจำบ้านมีอะไรที่ต้องการ "จะถาม" หรือต้องการจะ"ชี้แจง" ขอเพียงแจ้งมาที่ภาคฯ ก็จะมีการจัด session ให้ทันที การประชุมศัลย์ที่ว่าเกิดขึ้นทั้งหมดสี่ครั้งคือครั้งแรก 26 กันยายน 45 เป็นปฐมนิเทศว่ากิจกรรมนี้มีเพื่ออะไร ครั้งที่สองคือ 31 ตุลาคม 45 เป็นครั้งที่มี feedback เรื่องการอยู่เวร ER ของโรงพยาบาล การที่ผู้ป่วยจากรพ.ข้างนอกมาผิดวัน และการรับปรึกษาระหว่างภาควิชาฯ ซึ่งสองในสาม topic มีการปรับปรุงและ response ภายในสองอาทิตย์ ครั้งที่สาม 16 มกราคม 46 มีการพูดถึงเรื่องขโมยของภายในภาค การจะปรับหลักสูตรใหม่ และการเตรียมสอบ basic sciences ส่วนครั้งสุดท้ายคือ 3 เมษายน 46 เรื่องการจัดกิจกรรมวิชาการ การแบ่งงานความรับผิดชอบ feedback เรื่องหน้าที่และความรับผิดชอบการอยู่เวร

ผู้เข้าร่วมประชุมมีจำนวนโดยเฉลี่ย 13-15 คน น้อยที่สุดที่ไม่ได้นับคือ 1 คนที่มารอกับอาจารย์ที่ปรึกษาประมาณเกือบสองชั่วโมง ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 46 ซึ่งหลังจากครั้งนั้นทางภาคฯได้กำหนดให้เป็นการ "นัดเมื่อต้องการ" เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ การประชุมแต่ละครั้งจัดที่ภาควิชาฯบ้างที่ห้องพักแพทย์ใช้ทุนบ้าง เริ่มตั้งแต่ 18.00 น. ส่วนใหญ่จะเสร็จสิ้นประมาณ 20.00-20.30 น. เข้าใจว่ามีครั้วหนึ่งเลิกประชุม 21.00 น.

การเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงที่ได้จากการประชุมนี้ได้ post ไปตอนต้นแล้ว แต่เนื่องจากเรื่องที่พชท. ต้องการไม่ได้ดังใจทุกเรื่องหรือเพราะเหตุอื่นใดก็แล้วแต่ ทำให้เกิดการสรุปว่ามันไม่ work ซึ่งอันนี้ผมไม่เคยได้รับ feedback ว่าเราควรจะยกเลิกกิจกรรมประชุมนี้มาก่อนจนกระทั่งเราได้มีการพดกันบนนี้ในครั้งนี้นี่เอง

เรียนถามคุณ Death ว่าการที่เราเปิดประชุมอย่างที่ว่านั้น รวมทั้งให้โอกาสที่ถ้าทาง resident ต้องการถามหรือ feedback อะไรให้เรียกประชุมได้ทันที (ผมมี copy ของหนังสือเวียนที่ว่าอันนี้ หากใครเกิดพลาดไม่ได้รับ และหาว่าผมกำลังโกหก) เป็นการ จำกัดสิทธิในการถาม หรือแสดงความเห็น อย่างที่คุณ Death ว่าหรือไม่อย่างไร? การที่แพทย์ใช้ทุนตัดสินว่าขอ debate อย่าง anonymous บนกระดานกระทู้ และบางท่านเห็นเป็นโอกาสที่ดีในการเติม personal attack โดยที่ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นนั้น เป็นความผิดของภาควิชาฯ และเป็นการจำกัดสิทธิในการแสดงความคิดเห็นหรือการถามอย่างไร? คุณ Death เคยถามผมหรือไม่ว่า "คำสั่ง" แต่ละอย่างของภาควิชาฯ (ไม่ใช่ของโรงพยาบาล) มีเหตุผลและหลักการอย่างไรมาก่อนหรือไม่ ก่อนที่คุณ Death ได้สรุปว่า "ถามไม่ได้ และแสดงความคิดเห็นไม่ได้"? บางทีถ้าลองถามผมอาจจะชี้แจงให้ได้ บางทีถ้าลองแสดงความคิดเห็นผมก็อาจจะฟัง บางทีถ้าคุณ DEATH เรียกประชุม ผมก็อาจจะจัดให้ได้ทันที จะเอาอาจารย์ท่านใดมาฟังด้วยก็ยังได้ แต่คุณ Daeth เลือกที่จะสรุปโดยไม่ได้ลองถาม ลองแสดงความคิดเห็น หรือลองเรียกประชุม แต่ผมว่าอย่างนั้นแล้วการกล่าวหาภาคฯวิชาว่าไม่ได้มี platform ในการถามหรือแดงความคิดเห็นเลยนั้นจะเป็นการ "ไม่แฟร์" หรือเปล่า?

ผมเชื่อว่าการที่ใครก็ตามแสดงความคิดเห็นมีสองประการคือ ๑) ต้องการมีคนฟัง ๒) ต้องการ action และผมคิดว่าในการประชุมทุกครั้งที่ผ่านมาผมได้เสนอแนะ "วิธี" การนำเสนอพร้อมเหตุผลและหลักการ ว่าน่าจะเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ผมเสียใจเช่นกันที่การแนะนำให้รุ่นน้องเป็นคนมีหลักการและเหตุผล และสามารถนำเสนอได้โดยไม่ต้องเป็น anonymous เป็นการล่วงละเมิดความสุขส่วนตนของใคร ผมไม่เคยตั้งใจที่จะทำอย่างนั้นและผมขอแสดงความเสียใจและขอโทษมา ณ ที่นี้ แต่ผมขอยืนยันว่าทำไปเพราะหวังดี และไม่ใช่ทำไปเพราะไม่ต้องการให้คุณ Death หรือใครไม่มีความสุข

ผมยินดีที่จะเปิดประชุมแพทย์ใช้ทุนถ้าคุณ DEATH คิดว่าเราสามารถพูดกันได้ และผมสามารถ "ฟัง" และนำไปคิดได้ คุณ DEATH อยากจะให้คนกลางเข้ามาฟังก็ได้นะครับ จะเอาอาจารย์ภาควิชาฯอื่นหรือ แพทย์ใช้ทุนภาควิชาฯอื่นก้ได้ ผมสามารถฟังและแสดงความคิดเห็นได้โดยไม่ต้องเป็น anonymous และ integrity ของผมนั้นทนการทดสอบได้ครับ



Posted by : Phoenix , Date : 2003-06-01 , Time : 12:14:30 , From IP : 172.29.3.222

ความคิดเห็นที่ : 69


   คุณ Rambo ครับ

สาเหตุประการเดียวที่ผม "เล่า" (ไม่ได้โอ้อวดอะไร) ว่าผมเคยอยู่เวรอย่างไรนั้น เป็นเพราะเพื่อแสดงให้เห็นแค่นั้นว่าผมพอจะเข้าใจความยุ่งของการอยู่เวรศัลยกรรม ผมไม่คิดหรอกครับว่าการทำงานหนักจำเป็นยังไงที่จะต้องมาโอ้อวดหรือป่าวประกาศในที่สาธารณะ แต่ถ้ามีคนถามว่าเคยอยู่เวรหรือเปล่าที่จะมา comment ก็แค่ตอบไปก้แค่นั้น

การทำงานเกี่ยวกับคนไข้โดยใช้บุคากรที่ดีที่สุดนั้น ผมไม่เห็นว่าเป็นการเสียประโยชน์ หรือว่า "ไม่เก่ง" แต่อย่างใด จำได้ไหมครับเราพูดมาหลายครั้งถึง "ปรัชญา" ของสมเด็จพระราชบิดา ถ้าหากการผ่าตัดประการหนึ่งใช้คนที่เก่งมาช่วยๆกันเพื่อให้ได้ผลดี ผมว่าคุ้มครับกับการที่มีใครก็ตามจะคิดว่าคนอื่นนั้นเงกกว่า มีฝีมือดีกว่า คุณ Rambo มีสิทธิโดยชอบธรรมทุกประการในการเชื่อว่าใครมีฝีมือที่ดีที่สุด และผู้ป่วยรายไหนควรจะใช้ "คนมีฝีมือ" ซักกี่คนก็น่าจะพอ ส่วนผลการรักษานั้นตรวจสอบได้แน่นอนครับ บางทีถ้าคุณ Rambo สนใจลองค้นดู MM ย้อนหลังไปหลายๆปีก็จะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

ตัดสินว่าคนไหนเป็นผู้บริหารที่ดีนั้นเป็นเรื่องยากในสายตาของผม ผมดีใจที่คุณ Rambo มีความมั่นใจในตนเองพร้อมที่จะสรุปว่าใครบริหารดีหรือไม่ดีเป็นบุคลิกของผู้นำครับ

ผมตัดสินว่าในขณะนี้เพื่อประโยชน์ของผู้ป่วย มีคนที่ qualified กว่าผมในการอยู่เวรอย่างมากมาย ผมได้ยื่นข้อเสนอใน job description นำเสนอต่อท่านคณบดีว่าเพื่อการนี้ผมจะทำอะไรตอบแทนให้แก่ภาควิชาฯ คณะฯ มหาวิทยาลัยฯ และชุมชน (ถูกแล้วครับ โครงการที่ผมจะทำนั้น cover ไปถึงชุมชนด้วย) และ match กับสิ่งที่ผมได้ไปเห็นมา เรียนมาอย่างไร ทางมหาวิทยาลัยเห็นด้วย โดยมีข้อแม้ว่าผมจะต้องแสดงว่าผมสามารถกระทำตามที่พูดได้เป็นรูปธรรมในเวลาที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน คนเราเมื่อโตขึ้นและมีความรับผิดชอบมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องอยู่ทุกที่และทำงานส่วนที่ตนเองไม่ถนัด แต่สำคัญมากที่จะต้องรู้จักความสามารถของตนเองเพื่อที่จะได้ใช้ประโยชน์จากความถนัดนั้นมากที่สุด คุณ Rambo ตอนนี้อาจจเป็นศัลยแพทย์ที่ยิ่งใหญ่กว่าผมมากก็เป็นได้ ซึ่งผมก็มีแต่ยินดีด้วยที่ผุ้ป่วยจะได้รับการรักษาดูแลจากหมอคุณภาพ ผมนั้นความรู้ไม่มาก ความสามารถไม่เยอะ ทำงานไม่ได้ทุกอย่าง เลยต้องเจียมตัวทำแต่สิ่งที่ผมคิดว่าทำได้ดี ทำได้แต่สิ่วที่ตนไปฝึกอบรมมาแปดปีครับ



Posted by : Phoenix , Date : 2003-06-01 , Time : 12:33:37 , From IP : 172.29.3.222

ความคิดเห็นที่ : 70


   ขอคั่นเวลาสักหน่อยสำหรับน้องๆที่ติดตามอ่านกระทู้นี้มา พี่ขอสรุปง่ายๆสำหรับสถานนะการตอนนี้เพื่อกันงงยิ่งกว่าreloadนะครับ สำหรับคนที่ดูmatrixนะครับลองเปรียบเทียบดังนี้
phoenix=หนึ่งในผู้วางโครงสร้างระบบmatrix
ชักจูงให้คนเชื่อในระบบเสมือนจริง
กลับไปเสียบปลั๊กที่หัวอีกครั้ง
บางครั้งก็ปลอมเป็น เทพยากร
Death=นีโอที่กลับมาเกิดใหม่
(ก่อนหน้านี้มีมาแล้วหลายคน)
ต้องรอดู พลังและความสามรถ
ว่าจะโดนปราบได้หรือไม่
Rambo=มอเฟียส ผู้สนับสนุนนีโอ
เพื่อล้มล้างระบบ
ช่วยเหลือมนุษย์ชาติ
กะหลั่วเป็ด=เอเจนต์สมิท เคยผูกติดกับระบบ
ขัดขวางกำจัด คนนอกคอก
ตอนนี้ โดนมอเฟียส สอยไป หนึ่งที
กลับมาอีกครั้งเลยไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด
ต้องรอดูว่าจะมีความสามารถพิเศษ
อะไรเพิ่มขึ้น
คนอื่นๆเช่นtiger,prolene,megumi และคนอื่นๆ
(ขอโทษที่เขียนกันไม่หมดรึจะเอาชื่อจริงหล่าว!)
เป็น มนุษย์ที่ถูกถอดปลั๊ก ออกจากหัว
หนีออกจากmatrixแล้วมาอยู่ใต้ดิน
มีพี่ว่าวเป็นนายกเทศมนตรี

ยังไงก็เชิญติดตามrevolutionกันต่อไปนะครับ

ที่นี้มาคั่นเวลาคลายเครียดกันหน่อยนะครับ
หลายคนอาจคิดว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาภายในแต่ความจริงแล้วคิดว่ามันทำให้เกิดเรื่องหลายๆเรื่องที่คุณอาจจะไม่ทราบ ลองอ่านเรื่องต่อไปนี้สิครับเป็นเรื่องสั้นที่แต่งขึ้น

เด็กที่ถูกเรียกว่า”มัน”
ผมเป็นใครนะเหรอครับ ไม่ต้องสนใจหรอกคุณ! ชื่อเสียงไม่มีความสำคัญหรอก นายผมมักจะเรียกนำหน้าผมว่า”ไอ้” ส่วนเพื่อนๆผมนะเหรอ มันน้อยลงเรื่อยๆ ตั้งแต่จบมา เค้าก็พากันหมางเมินผม ลับหลังก็เรียกผมว่า”มัน”
ทำไมนะเหรอครับก็ผมไปทะเลาะกับเค้าไปทั่วนะสิ แหม!ทำไปได้
ที่จริงผมก็ไม่ไช่คนเลวหรอกนะครับ ตอนจบใหม่ผมนะเพื่อนเยอะพอตัวนา
ก็ตอนนี้งานมันหนักนี่ครับ เครียดด้วย เคยไหมละครับโดนด่าเป็นวัวเป็นควาย
อายจนด้านนะครับ ตื่นแต่เช้า เลิกงานก็หลังคนอื่น แต่นั้นไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ผมไปกัดกับเค้าไปทั่วหรอก นายผมนะสิครับ เอาแต่ใจเป็นบ้า จะเอาอย่างนู้นจะเอาอย่างนี้ ไม่ถูกใจก็กาหัวไว้เลย ตาย!ไม่ได้ผุดได้เกิด ขออะไรต้องได้นะครับ
บางที่ไปขอเค้าCT emergency โดนซอยนะ ก็ต้องด่ามันกลับบ้าง ความจริงมีindicationง่ายๆเลยครับ ไม่ได้กูตาย หรือ ก็นายกูจะเอาพรุ่งนี้งะ มันก็ต้องเบ่งกันบ้าง ก็อาจารย์ภาคโน้นเค้าเป็นลูกศิษย์นายผมมาก่อนทั้งนั้นนี่ครับ แล้วอย่างงี้จะไม่ให้เพื่อนๆภาคอื่นเค้าอยากสอยพวกผมกันได้ยังไง
เมื่อวานนะอีกดอกครับ ทำเท็คเหรอ ก็ENT ไงมายุ่งอะไรกับพวกผมเดี๋ยวนี้พวกผมไม่ทำแล้ว งานผมเองมันหนักจะตายกันอยู่แล้ว ทั้งอยู่เวรทั้งต้องพยายามอยู่นิ่งๆให้มากที่สุด อย่าครีเอทอะไรเชียวนะ เภทภัยจะเข้าตัวได้ อยู่เฉยๆนี่มันเหนี่อยและยากนะครับแต่ข้อดีคือมันsave บางทีอยู่เวรมีแผลที่แขนที่ขางี้ให้Orthoเค้าดูสิครับอย่ามาเรียกผมเลย นายผมไม่สนใจหรอก ทำดีหรือไม่ดี นายก็เอาผมตายได้ละกันความรู้แบบนี้ผมไม่มีนะครับก็นายไม่สอนนะครับ บางทีนะOPD เคสไหนที่มันไม่จ๋าๆนะครับ ถ้านมไม่มีก้อนเท่าบ้านหรือ แผลใส้แตกย้วยเดินมานะครับ consultsหน่วยอื่นsaveสุด ไอ้ประเภทแผลเรื่อรัง ก้อนที่แขนขา ผมส่งไปเลยครับ Ortho ผู้หญิงปวดท้องก็Gyn อย่ามีไข้เชียวนาmedชัวร์เรามันไม่เบื่อไม้เมากันครับเหมือนผัวกับเมีย อย่างว่าละครับมันต้องเสี่ยง ถ้าคนรับconsultเป็นน้องมันก็ไม่กล้าหือ ถ้าเพื่อนด่ายังพอแลกหมัดกันได้ เห็นมั้ยครับโอกาสโดนรุ่นพี่ด่าก็แค่หนึ่งในสาม ถ้าไปconsult นายเหรอครับด่า100%ครับ อ้าวไม่รู้เหรอครับที่นี่เค้าฝึกกับแบบทหารครับเอาไว้รบกับภาคอื่นไง ระดับนายก็เป็นเจ้าพระยานะครับ
ผมมันแค่ไพร่พลรองมือรองteen อย่าว่าผมเลยผมมันแค่ลูกกระจ๊อก เราไม่ได้ทำงานด้วยความเข้าใจหรือเอื้ออาทรนี่ครับ มีแต่คำสั่งกับนอกเหนือคำสั่ง
บางทีอยู่เวรไม่ได้นอน วันต่อไปอยู่เวรERก็นอนสิครับ อะไรนะกินแรงเพื่อนเหรอผมไม่สนใจหรอก แล้วเคยมีใครสนใจผมบ้างมั้ย ไปร้องเรียนเลยสิครับ นายผมไม่สนใจหรอก ขนาดผมตะโกนปาวๆพระคุณท่านยังไม่ฟังเลย ก็ท่านเห็นว่าพวกผมมันมีแค่สองประเภทนี้ครับ โง่กับโง่มาก งานนะผมก็อยากทำให้นะครับแต่มันจะสบายกว่ากันเยอะเลยครับถ้าผมอยู่เฉยๆไม่ต้องสงสารผมหรอกครับสงสารเด็กภาคคุณบ้างก็ดี ที่ต้องรับผลกรรมต่อจากผม
สุดท้ายนี้ข้อย้ำนะครับจริงๆแล้วผมก็อยากเป็นคนดีกว่านี้นาครับ ก็แหมเด็กมันขาดความรักนะครับจะเอาอะไรมาก ไปละครับได้ยินเสียงดังแว่วมาแล้วต้องขอไปสปอลย์นายก่อน

ขอย้ำว่านี่เป็นนิยายที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงหาความจริงอะไรไม่ได้



Posted by : อย่าลบกระทู้นี้เลยครับท่าน , Date : 2003-06-01 , Time : 13:13:00 , From IP : 202.57.172.63

ความคิดเห็นที่ : 71


    รู้สึกว่ากระทู้นี้เริ่มเพิ่มอุณหภูมิขึ้นเรื่อยแล้ว และดูเหมือนจะเบี่ยงเบนไปจากหัวข้อเดิมด้วยครับ
สำหรับพี่น้องชาวศัลย์ทุกคนขอให้ใจเย็นครับ น้อง แรมโบ้ครับกรุณาลดอุณหภูมิ
ของน้องลงหน่อยนะครับ อย่าเก็บมาเป็นอารมณย์ทำร้ายตัวเองเลยครับ
เพราะไม่มีประโยชน์อันใดเลยครับ การ post ของน้องไม่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดใดเว้นแต่จะยุติกระทู้นี้ให้เร็วขึ้น โดยเจ้าหน้าที่จะทำ การลบกระทู้นี้ออกเท่านั้น ดังนั้นเรามา disscuss ก้นอย่างสร้างสรร ดีกว่าเถอะครับ
ผมเชื่อว่าทุกคนที่เคย training surgery ไม่ว่ายุคใดมีความคิดที่จะลาออกอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
ในการ train ผมก็เคยมีความคิดเช่นนี้ (การเรียนต้องทำงานหนักอดหลับอดนอน
ตื่นแต่เช้า อ่านหนังสือ ทำแผล ผ่าตัด หรือ ถือ รีแทรคเตอร์ทั้งวัน ทั้งคืน
อ่าน journal ทำวิจัย ทำ record form งานเอกสารบานตะไท มากกว่าสมัย
ก่อนอักโข อาจารย์ยังด่าอีก บางครั้งด่าเหมือนหมูเหมือนหมาไม่ใช่คน ออกจากห้องผ่าตัดมีหอก กับ สัตว์เลื้อยคลานติดตามตัวมาด้วย หนำซำ้ยังมีเหน็บแนมเปรียบเทียบกับสมัยอาจารย์อีก แนะ สมัยผมยังทำได้คุณมันใจเสาะ อะไรทำนองนี้ แล้วขุดเหตุการณ์ต่างต่าง วีรกรรมต่างต่างมาพูดให้ฟัง บางครั้งผมนึกแย้งในใจ
สมัยก่อน schwartz มีแค่ เล่มเดียวไม่มี volume 2 เหมือนสมัยนี้ หนา ไม่ถึง 800 หน้า ลองไปดูได้ที่ห้องสมุด หนังสืออื่นที่เป็น reference ก็ไม่มาก cytokine ยุคนั้นมีแค่ TNF IL1 ก็เดรินมากแล้ว(ผมเคยเปิดอ่านดู)
งานเอกสารก็ไม่มากเท่านี้ ไม่มี record form หรือ งานอื่น บอกว่าผมผ่าตัดท้ังวันได้ ก็แน่เดะ เป็นผมก็ทำได้ แต่ละคนย่อมมียุคสมัยของตนเองครับ ไม้บรรทัดในแต่ละยุคก็ไม่เหมือนกัน ยุคนี้ไม้บรรทัดมี scale ที่ละเอียดขึ้นกว่าก่อนมาก
ผมคิดเช่นนี้ และผมคิดว่าผมทำดีที่สุดและเพียรพยายามเท่าที่ได้แล้ว ก็ทำให้โล่งใจขึ้นบ้าง ) ทุกคนเคยมีความคิดทำนองนี้ไหมครับ แต่เชื่อผมเถอะครับทุกที่ย่อมมีเหตุการณ์เช่นนี้ ขอให้เรามีความอดทนครับ แล้ววันหน้าย้อนกลับมาคิดดูเหตุการณ์ที่ผ่านมา เราจะรู้สึกภิมูิิใจ
"ขันติเป็นตบะอย่างหนึ่ง"(ยืมคำพูดจากข้อความในหัวหนังสือ schwartz ของรุ่นพี่ผมคนหนึ่งมาใช้)
เดีัยวเย็น จะกลับมาต่อครับ


Posted by : Vicryl , Date : 2003-06-01 , Time : 13:58:23 , From IP : 202.183.151.52

ความคิดเห็นที่ : 72


   ในที่สุดกระดานอภิปรายนี้ก็เป็นดั่งที่ผู้ตั้งกระทู้หวังไว้ ยินดีด้วยครับ
การปกครองมีสองหลักการครับ คือ กระจายอำนาจ กับ รวมอำนาจ มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน การกระจายอำนาจเหมาะสมในภาวะบ้านเมืองสงบสุข ประชาราชก็สงบสุข อยู่กันด้วยการปกครองตัวเองในสังคมเล็กๆ มีกฏระเบียบของสังคมเล็กๆอยู่ภายใต้หลักการของกฏหมาย ขอเพียงได้ผลงานหรือดั่งที่ส่วนกลางกำหนดไว้ก็เพียงพอ ประชาชนก็มีสิทธิและเสรีภาพในตัวเอง มีความเป็น"คน" ตามที่ควรจะเป็น ส่วนการปกครองแบบรวมอำนาจ ใช้ในภาวะบ้านเมืองไม่สงบสุข เช่นภาวะสงคราม ส่วนกลางเข้าไปดูแลแทบจะทุกอย่างของประชาชนไม่ว่า การกิน การอยู่ การจับจ่ายใช้สอย หรือแม้แต่การ"ขี้"(ขอโทษครับที่ใช้คำไม่สุภาพ) ผลงานที่ออกมาโดยรวมดีกว่าแบบกระจายอำนาจ แต่ทำให้เกิดความเครียดกับประชาชนครับ ถ้าการปกครองนี้ใช้นานๆ หรือ นำมาใช้ในภาวะบ้านเมืองสงบสุข จะเกิดความไม่พอใจแก่ประชาชน เกิดการจราจล อพยพลี้ภัย ย้ายถิ่นฐาน เกิดองค์กรณ์ใต้ดิน
พูดมาซะยืดยาว ผมต้องการจะบอกอะไร ผลอยากจะถามว่า ภาควิชาศัลย์ในขณะนี้เป็นอย่างไร บ้านเมืองมีกฎหมายอยู่แล้ว แต่ว่า ฝ่ายปกครองคงคงไม่ต้องไปดูแล ว่าเด็ก 6-7 คน ที่เล่นฟุตบอลกันที่สนามเล็กๆแห่งหนึ่งที่ ตำบลนภากาศ อำเภอ ยกเมฆ จังหวัดลอยๆ ในประเทศของท่าน เขาเตะบอลด้วยเท้าขวาหรือซ้ายครับ
ที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของผมครับ หากไปกระทบต่อบุคคลใด บุคคลหนึ่งต้องขอ อภัยด้วยครับ


Posted by : ร่วมด้วยช่วยกันล่ม , Date : 2003-06-01 , Time : 13:59:37 , From IP : 172.29.1.160

ความคิดเห็นที่ : 73


   รู้สึกเป็นเกียรติครับที่ได้รับแต่งตั้งเป็น architect โดยที่มาทำงานได้ไม่ถึงปี อยากรับฟังความคิดเห็นของนายกเทศมนตรีครับ ว่าเห็นด้วยไม่เห็นด้วยกับใคร แค่ไหน อย่างไร

ไม่ทราบว่า morpheus และ neo นั้นคิดว่าท่านนายกเทศมนตรีเป็นคนมีหลักการและเหตุผลรึเปล่านะครับ ผมเองมีโอกาสไม่มากนักที่จะสังสรรค์กับท่านนายกฯ แต่ผมมีความรู้สึกลึกๆว่าผมสามารถจะ communicate กับท่านได้ดีพอสมควร ผมยินดีที่จะรับฟังคำสั่งสอนจากท่านนายกไม่น้อยไปกว่าผู้ใดก็ตาม จะรอนะครับ





Posted by : Phoenix , Date : 2003-06-01 , Time : 14:22:14 , From IP : 172.29.3.222

ความคิดเห็นที่ : 74


   ....คุณ Phoenix ครับ...คุณกำลังเสนอความไม่ปลอดภัยในทุกด้านให้แก่พวกผมนะครับ...คุณจะเอาอะไรมายืนยันกับผมได้หรือครับ....ว่าผมจะไม่ถูกไล่ออก...ว่าผมจะไม่ถูกไม่ส่งสอบ...ว่าผมจะไม่ถูกเพิกเฉยในแง่การศึกษา....ถ้าผมเรียกร้องการประชุมสาธารณะเพื่อให้คนทั่วทั้งโรงพยาบาลมาดูการประหารผม.....พร้อมกับการล่มสลายของเหล่าแพทย์ใช้ทุนและภาควิชา....คุณเป็นประธานราชวิทยาลัยหรือครับ?....ผมไม่ยอมถูกไล่ออกในฐานะผู้นำการปฏิวัติให้ครอบครัวผมเสียใจหรอกครับ....พอเถอะครับผมขอร้อง....ผมบอกแล้วว่าคุณกับผมแก้ไขอะไรไม่ได้หรอก....ผมเกลียดการยอมแพ้....แต่ผมก็ไม่ยอมที่จะสู้จนตายเพื่อกลายเป็นอนุสาวรีย์....และให้คนที่ผมรักมานั่งเสียใจเพือผมเหมือนกัน........หวังว่าคงเข้าใจนะครับ.....ขอบคุณครับ...:D



Posted by : Death , Date : 2003-06-01 , Time : 14:28:15 , From IP : 172.29.3.218

ความคิดเห็นที่ : 75


   เหอๆๆ ชอบจริงๆ
เพิ่งรู้ว่าคนเค้ามองเราเป็นผู้ร้ายแฮะ
ก็บอกไปแล้วว่าอยู่ข้างเดียวกับพชท.ทุกคนนั่นแหละ เพียงแต่แผลเยอะแล้วยังไม่ granulated เลย ขอทำแผลให้หายก่อนแล้วจะมาช่วยรบเคียงข้าง Neo เอ๊ย! ไม่ใช่ แล้วจะมาช่วยแบบเต็มตัว ตอนนี้ขอแจมนิดๆหน่อยๆ พอไม่ให้เจ็บตัวดีกว่า

อุ๊บส์! ขอโทษที โพสรูปผิด เหอๆๆๆ


มีคนบอกว่าโลโก้ใหม่ไม่เจ๋ง


Posted by : กะหลั่วเป็ด , Date : 2003-06-01 , Time : 14:39:31 , From IP : 172.29.3.123

ความคิดเห็นที่ : 76


   คุณ Death คุณไม่ต้องกลัวว่าจะต้องต่อสู้ตามลำพัง
ผมว่าในตอนนี้ดูแล้วน่าจะมีคนอยู่ข้างคุณเยอะพอสมควรทีเดียว
เพียงแต่ว่า ถ้าเปิดเผยตัวจริงก็คงโดนอำนาจจาก"เบื้องบน"ลงมาเล่นงานอย่างที่คุณว่านั่นแหละ
ไม่ต้องสู้จนเป็นอนุสาวรีย์หรอกครับ ผมว่าแค่นี้ภาคศัลย์น่าจะรู้สึกตัวบ้างแล้ว (แต่ก็ไม่แน่ เค้าอาจสำเร็จวิชาหูทวนลมแบบพชท.แล้วก็ได้)


Posted by : Prolene , Date : 2003-06-01 , Time : 14:44:09 , From IP : 172.29.3.123

ความคิดเห็นที่ : 77


   คุณ Death ครับ

การประชุมอย่างเปิดเผยนั้น แปลว่าตรวจสอบได้ถึงการะแสดงออกและพฤติกรรมและเจตนาต่างๆ ในที่อื่นๆนั้นปกติมักจะหมายถึงความโปร่งใส ผู้พิพากษาศาลปกครองท่านหนึ่งเคยถูกฟ้องเนื่องจาก misconduct ด้วยการใช้อำนาจในทางไชอบและสามารถตรวจสอบได้ ดังนั้นผมถึงได้เสนอให้มีการประชุมแบบเปิดเผย และถ้าคุณต้องการคนกลาง คุณ Death สามารถเลือกได้ว่าใครที่มีคุณสมบัติพอจะเป็นคนกลางได้ และหากคุณ Death รู้สึกว่าได้รับการ treatment ที่ไม่ยุติธรรม การประชุมแบบเปิดเผยเท่านั้นที่สามารถปกป้องคุณ Death ได้นะครับ

ตรงกันข้ามหากทุกอย่างเกิดขึ้นใต้น้ำ ไม่มีบันทึก มีแต่ voice order นั่นแหละครับที่คุณ DEATH น่าจะเป็นห่วง เพราะใครๆก้ไม่สามารถตรวจสอบยืนยันได้จากเหตุการณ์ว่าอะไรเกิดจากอะไร

กฏเกณฑ์การไล่ออก การไม่ส่งเข้าสอบนั้นไม่ใช่กฏที่ตั้งขึ้นมาลอยๆ การที่จะปลดคนออกจากราชการจำเป็นต้องมีพยานหลักฐานยืนยันว่าเขานั้นมีความประพฤติไม่เหมาะสมต่อการเป็นข้าราชการ ซึ่ง criteria ต่างๆอยู่ในกฏระเบีบยและกฏหมายทั้งสิ้น รวมทั้งการพิจารณาการส่งสอบด้วยเช่นกัน การที่มีเป็นลายลักษณ์อักษรดังกล่าวเพื่อการที่ว่าทั้งสองฝ่ายไม่สามารถจะทำอะไรได้นอกระบบหรือกลั่นแกล้ง ขณะที่ผมพอจะทราบว่าคุณ Death มีความไม่ชอบระบบอย่างมากมาย แต่ว่าคนเรานั้นประกอบอาชีพหรืออยู่ในประเทศใดก็ตามก็ต้องพึ่งระบบ และการออกนอกระบบนั้นก็จะเป็นการกันตัวเองออกจาก defence mechansm ทั้งหมดที่มีไว้เพื่อคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคล

ผมไม่ทราบว่าทำไมคุณ Death จึงได้เข้าใจว่าผมมีความเกลียดชังคุณอย่างมากมายจนกระทั่งต้องการจะหลอกล่อออกมาฆ่าแกงอะไร จริงๆแล้วผมเป็นผู้ที่อยู่กลาง spotlight ขณะที่คุณ Death คุณ Rambo ฯลฯ เป็น anonymous ผมยอมรับว่าผมคิดไม่ออกจริงๆว่ามีเหผลอะไรที่ผมควรจะเกลียดใคร ต้องการจะฆ่าใคร หรือว่าทำอย่างนั้นจะได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา คุณ Death ลองหยุดคิดสักนิดว่าสิ่งที่ผมแนะนำทั้งหมดนั้น เป็นไปได้หรือไม่ที่เป็นคำแนะนำจากใจจริง และเป็นประโยชน์ในทางปฏิบัติ? หากผมไม่สามารถ convince คุณ Death เอง ลองถามคุณพี่ว่าวซึ่งน่าจะมีคุณสมบัติในการที่คุณ Death หรือคุณ RAmbo อาจจะเชื่อถือมากกว่าใครท้งสิ้น ผมไว้ใจและเชื่อใจในคำแนะนำของคุณพี่ว่าวไม่น้อยไปกว่าคุณ Death เหมือนกัน เพราะฉะนั้นยินดีที่จะรับเป็นแนวทางปฏิบัติด้วย ว่าแต่คุณ Death และท่านอื่นๆจะยอมรับหรือไม่ หากบังเอิญมีอะไรที่คล้ายคลึงไปในทางที่เป็นหลักการและเหตุผลขึ้นมา



Posted by : Phoenix , Date : 2003-06-01 , Time : 14:46:45 , From IP : 172.29.3.222

ความคิดเห็นที่ : 78


   ง่ายังไงผมก็อยากต่อศัลยศาสตร์อ่ะ
ที่นี่แหละ ผมไม่เห็นว่าจะไม่ดีตรงไหนอ่ะ
อาจเพราะผมยังไม่ได้เจอจริงๆมั้ง???
แต่ผมว่าอ่ะนะ ถ้าคิดว่าจะเลือกเรียนแล้วลาออกอ่ะครับ
ผมว่าอย่าเลือกตอนแรกดีกว่าอ่ะครับ
มันเหมือนเป็นการไปกันที่คนอื่นที่เค้าตั้งใจจะเรียนจริงๆอ่ะ
แล้วก็พอลาออกแล้วมันจะแสดงถึงตัวคุณเองอ่ะครับ
ผมว่าตอนอยู่ Clinic ก็เคยเจอศัลย์กันมาแล้ว
ก็น่าจะรู้ว่าลักษณะแนวงานเป็นอย่างไรอ่ะครับ
แล้วก็คิดง่ายๆ เลยนะครับ.......
ทำไมยังมีคนอื่นเรียนและจบออกไปได้ และไม่ได้ลาออกอ่ะครับ
ผมว่าเรื่องอย่างนี้มันอยู่ที่ความตั้งใจด้วยอ่ะครับ
แล้วก็นะครับ ผมว่าเราเลิกมาคิดกันดีกว่านะครับว่าทำไมถึงมีคนลาออก
หรือว่า ลาออกเพราะที่นี่ไม่ดียังโง้น ไม่ดียังงั้น
ผมว่าเรามาหาวิธีที่จะทำอย่างไรให้ภาคศัลย์เราเกิดการพัฒนาในทุกๆด้านอ่ะครับ
แล้วก็ผมว่านะครับ เรื่องงานหนักกับไม่ได้อ่านหนังสืออ่ะครับมันไม่น่าจะใช่ข้ออ้างอ่ะครับ
ผมว่าเราก็โตแล้วคนอื่นทำได้เราก็ต้องทำได้
เราทำได้ตอนนี้แล้ว วันหน้าก็ต้องทำได้ดียิ่งกว่านี้อ่ะครับ
แล้วก็ถ้าคิดแต่จะอ่านหนังสือรีบเรียนให้จบสอบให้ผ่าน ผมว่าถ้าคนเค้าคิดว่าอย่างนี้ดีเค้าคงเปลี่ยนให้แพทย์ไปเรียนทางไปรษณีย์แล้วอ่ะครับ T-T
ผมอาจจะยังเด็กก็ได้นะครับ
แต่ผมอยากให้อาจารย์ลองฟังความคิดในแง่มุมของเด็กมั่งนะครับ ^-^
ผมว่าช่วยกันสร้างดีกว่านะ อย่าทะเลาะกันเลยครับ
อย่าไปใส่ใจกับอดีตที่ผ่านมา ใช้มันเป็นเพียงประสบการณ์ และการเรียนรู้ อย่าใช้มันกำหนดทุกอย่าง
แล้วก็ให้เราอยู่กับปัจจุบัน แล้วก็พยายามพัฒนาเพื่อสิ่งอนาคต
โทษครับชักนอกเรื่อง ผมยังเรียงความคิดไม่เก่งอ่ะ T-T
^-^


Posted by : StiTcH , Date : 2003-06-01 , Time : 14:49:06 , From IP : 172.29.2.105

ความคิดเห็นที่ : 79


   น้อง Stitch การที่น้องพูดแบบนั้น มันก็เป็นสิทธิ์ของน้อง แต่รุ่นพี่ของน้องหลายๆคน ที่จบจากสถาบันนี้เช่นกัน เค้าก็เคยคิดมาก่อนเหมือนกัน เค้าถึงได้เทรนต่อที่นี่ ไม่ใช่ว่าเค้าไม่มีสมองคิด แต่ตอนที่ยังไม่ได้ทำงานในภาคฯจริงๆ กับการมองด้วยสายตาของนศพ. มันต่างกันยิ่งกว่าฟ้ากับเหวอีกนะน้อง ก่อนที่น้องจะออกมาทำตัวเลียภาควิชา เอาไว้ก่อนที่น้องจะมาถามจากปากพี่ๆที่เทรนอยู่ จึงเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่งครับ แล้วพี่จะคอยดูวันที่น้องรู้เอง ว่าไอ้ที่ทำงานหนักกับไม่มีเวลาอ่านหนังสือมันเหมือนกันอย่างไร ฮ่าๆๆๆ


Posted by : Prolene , Date : 2003-06-01 , Time : 14:57:33 , From IP : 172.29.3.198

ความคิดเห็นที่ : 80


   ยิ่งผมอ่านกระทู้นี้มากขึ้นเท่าไร ผมยิ่งมีความรู้สึกละอายแทนภาควิชาของผมเท่านั้น มันก็ถูกครับ ผมเลือกที่จะเรียนที่นี่เอง ไม่ได้มีใครมาจูงมือผมมาสมัคร ก็ตอนที่ผมเป็นนศพ.อยู่ ถึงจะเคยได้ยินอะไรร้ายๆของภาควิชามาบ้าง ผมก็คิดว่ามันคงไม่มีอะไรมากหรอก พี่ๆคงขู่เรา แต่เมื่อผมได้สัมผัสการทำงานในภาควิชาศัลยศาสตร์อย่างจริงๆจังๆแล้ว กลับพบว่า มันไม่ใช่เช่นนั้น มันมีอะไรมากกว่าที่ผมได้ยินมาซะอีก มีการเมืองมากมายในภาคศัลย์ สายบางสายเกลียดกันยิ่งกว่าขี้ เท่านั้นไม่พอ คนในสายเดียวกันบางสาย เกลียดกันยิ่งกว่าขี้ของขี้อีก มีการโยนเคสกันไปมา แทงกันทั้งด้านหน้าด้านหลัง นอกจากการเทรนนิ่ง ผมยังต้องเรียนวิชาหูทวนลมจากพี่ๆ เรียนวิธีการประจบอาจารย์ให้อยู่รอด เรียนวิธีสู้รบกับพยาบาลที่เป็นสายให้อาจารย์ เรียนรู้การทำงานเอกสารอย่างที่ไม่คิดว่าจะต้องมาทำงานธุรการด้วย
ผมเคยคิดที่จะลาออกแล้วครั้งหนึ่งครับ แต่แม่ผมไม่เห็นด้วย และบอกให้อดทน ผมจึงยังทนทู่อยู่จนทุกวันนี้ เก็บกดความรู้สึกไปวันๆ บางครั้งผมโทรไปคุยกับเพื่อนๆที่อยู่ที่อื่นแล้วก็รู้สึกว่าเรามันเลือกทางพลาดเอง มันคงเป็นกรรมแต่ชาติปางก่อน ผมไม่โทษใครหรอกครับ ถ้าผมทนต่อไปไม่ไหว ก็เอาสาเหตุที่ผมโพสอันนี้ไปเป็นเหตุผลหนึ่งของพชท.ศัลย์ที่ลาออกคนที่ 6 ก็ได้ครับ


Posted by : Surgeon , Date : 2003-06-01 , Time : 15:08:46 , From IP : 172.29.3.198

ความคิดเห็นที่ : 81


   อย่าเลยน้อง Surgeon น้องลาออกคนเดียวมันไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรหรอก มันต้องนัดกันลาออกไปเลยทั้งชั้นปี ถึงจะมีคนนอกภาคฯสนใจ และจะได้ตั้งคณะกรรมการมาสอบสวน


Posted by : Prolene , Date : 2003-06-01 , Time : 15:13:14 , From IP : 172.29.3.162

ความคิดเห็นที่ : 82


   ผมเชื่อว่าคุณ Phoenix ไม่ได้ต้องการจะฆ่าผมหรอกครับ....แต่คุณปกป้องอะไรผมไม่ได้หรอกครับ....ดูจากตัวอย่างพี่ๆน้องๆในภาคก็เห็นกันอยู่..ที่โดนด่ากันเละมีให้เห็นอยู่ถมไป.....ผมอยู่ใน internet มาเกือบ 10 ปีและก็เชื่อว่าคุณ Phoenix ก็อยู่มากกว่าหรือเท่าๆกับผม....ผมไปมาเกือบจะทุกทีที่คนในinternetจะจิตนาการออก...ไม่ว่าจะนรกหรือสวรรค์ในนี้....ชื่อที่ทีคุณและผมใช้ต่างมีที่มาทั้งนั้น....อำนาจมืดที่มองไม่เห็นเนี่ยมีอยู่จริง.....ถ้าอยากจะรู้ว่าcode nameที่เขียนแต่ละคนเป็นใครมาจากไหนไม่ใช่เรืองยากเลย....ผมเชื่อว่าคุณ Phoenix ก็น่าจะทำได้เช่นกัน....ผมเชื่อว่าไม่มีเครื่องคอมเครื่องไหนในโลกที่เปิดและ Online เอาไว้เครื่องไหนที่เข้าไป hack ข้อมูลไม่ได้...Serverของwebboardนี้ขอแค่ผมโทรศัพท์ครั้งเดียวภายใน 5 นาทีผมสามารถล่ม serverนี้ทิ้งได้เลย.....แค่ในนี้ยังขนาดนี้เลย....ในเรืองจริง....ไม่มีอะไรสามารถมาการันตีได้เลย....ต่อให้ประธานราชวิทยาลัยมายืนตรงหน้าผมและบอกว่าจะรับรองความปลอยภัยผม....ผมยังคิดหนักเลยครับ....ถามว่าถ้าผมตัวคนเดียวและมีทางที่ดีกว่านี้ที่จะไป....ผมคงไม่มานั่งคิดเรืองแบบนี้หรอกครับ...อำนาจเนี่ยจะดีต่อเมือมันอยู่ในมือของคนที่จะใช้มันเพื่อผู้อื่นเท่านั้นครับ...ผมเชื่อว่าต่อไปถ้าคุณ Phoenix มีอำนาจแล้ว....คุณเป็นคนนึงที่จะใช้มันอย่างเหมาะสมแน่นอน.......ตอนนี้คุณคงทำได้แค่ฟังพวกผมบ่นบัาอยู่ในนี้แค่นั้นหละครับ....แค่นั้นก็ขอบคุณมากแล้วครับที่อุสาหอ่านมา....ถ้าเป็นคนอื่นคงไม่มีใครมาใส่ใจเวลามีเรืองแบบนี้หรอกครับ....ขอขอบคุณอีกครั้งครับ....:D



Posted by : Death , Date : 2003-06-01 , Time : 15:30:20 , From IP : 172.29.3.218

ความคิดเห็นที่ : 83


   เดี๋ยวมาครับ


Posted by : ช้าง , Date : 2003-06-01 , Time : 15:41:40 , From IP : 172.29.3.123

ความคิดเห็นที่ : 84


   เดี๋ยวมาครับ


Posted by : ช้าง , Date : 2003-06-01 , Time : 15:41:51 , From IP : 172.29.3.123

ความคิดเห็นที่ : 85


   ช. ช้าง มาทำอะไรที่นี่


Posted by : ศรราม , Date : 2003-06-01 , Time : 15:53:23 , From IP : 172.29.1.160

ความคิดเห็นที่ : 86


   ผมเลือกเรียนศัลย์เพราะมันมีบทบาทการรักษาที่ดูเป็นรูปธรรมชัดเจนในตัวมันเอง เห็นผลทันตา การเป็นหมอศัลย์มันมีช่วงเวลาที่น่าจดจำมากนัก
เราทำงานกันมาเหนื่อยๆ ตกเย็นเราก็มานั่งคุยกันภาษาพี่ๆน้องๆในห้องพักแพทย์
เราทำอะไรไม่เป็นเราก็ปรึกษาพี่ๆ ออกไปกินข้าวกันบ้างเป็นเดือนๆไป
ผมว่ามันเป้น Unity ดีนะครับ ผมรักพี่ๆ น้องๆ และเพื่อนๆในภาคครับแต่สำหรับภาควิชา อาจจะต้องใช้เครื่องคิดเลขมาคำนวณดู เพราะมันน้อยซะเหลือเกิน
Significant P< 0.00000001


Posted by : Tiger , Date : 2003-06-01 , Time : 15:54:52 , From IP : 172.29.3.226

ความคิดเห็นที่ : 87


   

Posted by : Tiger , Date : 2003-06-01 , Time : 15:59:28 , From IP : 172.29.3.226

ความคิดเห็นที่ : 88


    มีสถาบันที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในนครเมืองหลวง ทุกปีมีแพทย์มาสมัครเป็นแพทย์ประจำบ้านศัลยกรรมมากกว่าความต้องการ และต้องมีการคัดทิ้งมาตลอด แต่ในปีที่ผ่านมา คือเป็น resident 1 ในเวลานี้ รับ 10 คน มีคนมาสมัครแค่ 7 คน และต้องรับหมด เพราะถ้าเลือกมาก เรื่องมากอีกจะไม่มีคนทำงาน แต่ทางภาควิชาได้ take response ทันที โดยมีการจัดสัมมนา เรื่องระบบ training ว่าต้องปรับปรุงอย่างไรบ้าง และร่วมกันหาสาเหตุและแนวทางแก้ไข โดยเป็นการจัดการสัมมนานอกสถานที่ในช่วงวันหยุด 2 วัน เมื่อเดือนเมษายนนี่เอง ไปกันเกือบหมด เหลือคนอยู่เวรชั้นปีละ 1-2 คนเท่านั้น เป็นการสัมมนาระหว่าง เหล่าแพทย์ประจำบ้านและ young staff ที่คุยกับ resident รู้เรื่อง ไม่เอา senoir staff ไป เพราะถ้าไปคงไม่ใช่การสัมมนา ก็คงเป็นการประชุมวาระเพื่อแจ้งให้ทราบเหมือนเช่นเคย และก็ได้ข้อสรุปที่ดี มีแนวทางแก้ไข
คิดว่าหาก มอ. ใช้วิธีนี้ก็น่าจะดีนะ แต่จุดมุ่งหมายของการสัมมนาอาจไม่ใช่เพื่อให้มีคนมาสมัครเรียนเยอะๆ แต่คงเป็นการประคับประคอง และป้องกันการลาออกของคนที่เข้ามาอยู่แล้วเป็นสำคัญ
เท่าที่สังเกตดู กระทู้นี้ก็เหมือนเป็นการบ่น ปรับทุกข์ของบรรดาเด็กๆเท่านั้น ดูไม่มีวี่แววว่าผู้ที่มีอำนาจรับผิดชอบจะออกมา take response อย่างไร หรือว่าจะออกมาครั้งเดียวแล้วดัง (คือแจ้งลบกระทู้เหมือนตอน "ทำไมน้องก๊องถึงลาออก" อีก)
ขอบคุณทุกคนที่อ่าน ขอบคุณอาจารย์ Phoenix ที่พยายามหาทางแก้ไข จนตัวเองต้องบาดเจ็บไปด้วย ขอบคุณกะหลั่วเป็ดที่อดรนทนปิดหู ปิดตา ปิดปากไม่ไหว ขอบคุณ Death ที่ยังไม่ใช่คนถัดไป และสุดท้ายขอบคุณอาจารย์หลายๆท่านที่อดทนทำงานหนักแต่เพียงลำพัง โดยไม่ทิ้งมอ.ไป


Posted by : 178 , Date : 2003-06-01 , Time : 16:04:19 , From IP : proxy3.chula.ac.th

ความคิดเห็นที่ : 89


   สวัสดีครับ กลับมาอีกรอบ พอดีไปอ่านกระทู้ของน้อง stitch แล้วพี่รู้สึกอุณหภมิในศีรษะขึ้นมาเล็กน้อยครับ อยากให้น้องมาอยู่ภาคศัลย์จิงๆ จะทำงานหนักร่วมกับอ่านหนังสือ ร่วมกับ ทำ record form ร่วมกับ ทำวิจัย ร่วมกับ ประชุม ร่วมกับ ผ่าตัด ร่วมกับ ทำงานการเมือง ร่วมกับ ไถนา ร่วมกับ... บางทีน้องเองนั่นแหละอาจจะเป็นคนอย่างที่ น้องเขียนไว้ก็ได้ ภาพพจน์กับงานจริงมันไม่เหมือนกันหรอกครับ ใครๆก็บอกได้ว่า นายกฯ ต้องทำอย่างโน้นอย่างนี้ แต่เห็นคนมาเป็นนายกฯทีไรก็เหมือนเดิม น้องเห็นแต่แผนที่ ยังไม่ทันออกเรือ จะมาบอกว่า ทะเลนั้นมันสงบราบเรียบน่ะไม่ได้หรอกครับ น้องยังเด็ก รอมีประสบการณ์ก่อนจึงจะเข้าใจครับ ขอให้น้องได้รับคัดเลือกเป็น พชท.ศัลย์ที่นี่ จะได้เริ่มออกเรือซักที ขอบคุณครับ


Posted by : ร่วมด้วยช่วยกันล่ม , Date : 2003-06-01 , Time : 16:07:43 , From IP : 172.29.1.160

ความคิดเห็นที่ : 90


   ผมว่าพี่อย่าไปว่าหรือเตือนสติน้องสติดเลย
นาครับ
เราจะกลายเป็นคนอย่างที่น้องเค้าเขียน
นาครับ
รอรับเข้าเค้ามาเทรนด์ดีกว่า
น่าตื่นเต้นกว่าเยอะเลย
นาครับ


Posted by : "-"อย่าลบกระทู้เลยนาครับ , Date : 2003-06-01 , Time : 16:16:07 , From IP : 202.57.166.74

ความคิดเห็นที่ : 91


   Test


Posted by : Tiger , Date : 2003-06-01 , Time : 16:18:26 , From IP : 172.29.3.226

ความคิดเห็นที่ : 92


   พี่ๆคะ
ขออนุญาติแสดงความเห็นนิดนึงนะคะ
จริงๆหนูก็ยังเป็นแค่สิ่งมีชิวิตเล็กๆในคณะนี้ ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรในภาคนี้
หนูเล็กเคยสัมผัสภาคนี้แค่2-3เดือนเวลาที่ต้องเรียนเท่านั้น
ไม่ทราบปัญหาของภาคดีกว่าพี่ๆ เพราะก้แค่มีข่าวพัดไปพัดมาเท่านั้น

แต่ที่หนูทราบคือที่นี่คงไม่ใช่ที่ๆจะแก้ปัญหาให้พี่ๆได้หรอกค่ะ
จริงอยู่คุณอ.พี่ว่าวบอกว่าบางปัญหาเคยมีการตอบสนองเมื่อraiseมาในที่นี้

แต่เท่าที่อ่านมา คงไม่ใช่กรณีนี้

เพราะที่นี่เป็นที่ๆpublicเกินกว่าที่ใครจะเอ่ยถึงบุคคลที่3ได้เปิดเผย
คงไม่มีใครอยากเอาปัญหาเรื่องอื่นมาpostเพราะอาจเป็นการลากไส้ภาคเกินไป
ข้อดีของที่นี่คือ ที่นี่หลายๆคนจะไม่มีตัวตน
ส่วนคนที่มีตัวตนไปแล้วอย่างคุณอ.นกไฟ ก็มีแต่จะเจ็บตัว

การนัดประชุมพี่ๆใช้ทุนก็คงไม่ดี เพราะทุกคนมีตัวตนเกินไป
ใครจะกล้าพูดอะไร ถึงแม้ว่าคุณอ.นกไฟจะบอกว่าพูดได้ก็เหอะ

พี่คะ หนูมีวิธีที่อาจจะดูบ๊องๆตามประสาเด็กๆ แต่อยากเสนอพี่ๆสักนิด
พี่ประชุมกันเอง ไม่มีอ. หรือคนอื่นๆ มีแต่พี่ๆใช้ทุน
สรุปปัญหาทั้งหมดออกมา ทั้งเรื่องที่พี่พูดได้ที่กระดานนี้และพูดไม่ได้
แล้วพิมพ์ส่งอ. (เขียนไม่ดี เพราะลายมือมันบอกได้ว่าใคร)
อ.ก็รับแล้วนี่นาว่าจะแก้ให้ตามที่ทำได้

ข้อดี คือ พี่ๆก็ยังคงไร้ตัวตน พูดสิ่งที่พูดได้ แล้วก็ไม่public
ส่วนปัญหาจะแก้ได้หรือไม่ มันคงไม่ต่างจากการมาอภิปรายที่นี่หรอกค่ะ

หรืออีกอย่าง ก็ลองหาบอร์ดฟรีที่อื่นที่จะคุยกันได้ ไม่ใช่ที่นี่

ไม่ใช่ว่าหนูรำคาญหรือไม่อยากให้พี่มาคุยกัน เปล่าเลยค่ะ
แต่หนูรู้สึกว่าพี่ๆอึดอัดกันมากๆ.. มีเรื่องอีกมากที่เป็นปัญหา แต่พูดที่นี่ไม่ได้
publicไป
จะพูดในการประชุมร่วมกับอ.ก็ไม่ได้อีกนั่นแหละ.. ใครจะกล้าพูดไป
เสี่ยงไป มีตัวตนไป

ตอนนี้มีคนบอกว่าเขารับเรื่องเหล่านี้ไปดูวิธีแก้ได้
พี่ก็น่าจะลองดูนะคะ แก้ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยเราก็ลองแล้ว
อย่างน้อยวิธีที่หนูเสนอ ก็ทำให้พี่ๆไม่ต้องแสดงตัว แล้วอ.นกไฟก็รู้ปัญหาทั้งหมด

เรื่องเวร คุณอ.นกไฟน่าจะลองให้พี่จัดดูสักเดือน
แล้วfeedbackว่าตรงไหนที่ขัดกับหลักการของอ.
ถ้าให้พี่เค้าแก้จะเป็นไปได้หรือไม่อย่างไร
ถ้าไม่มี ก็ให้พี่ๆจัด.. ^_^ ลองทำดูเลยค่ะ แล้วก็แก้ปัญหากันไป ไม่ลองไม่รู้ค่ะ

เป็นกำลังใจให้พี่ๆนะคะ


ภาพนี้แปลว่าสู้ตาย แล้วก็แปลว่าpeaceด้วยนะคะ

ปล. หนูเล็กชอบโลโก้ใหม่ของคุณพี่กะหลั่วเป็ดนะคะ ตลกดี ^_^

สู้ตายค่ะ


Posted by : nu+lekk , Date : 2003-06-01 , Time : 16:18:50 , From IP : 172.29.2.142

ความคิดเห็นที่ : 93


   สงสัยผมไม่เทรนศัลย์ที่นี่ดีกว่า


Posted by : ศรราม , Date : 2003-06-01 , Time : 16:19:41 , From IP : 172.29.1.160

ความคิดเห็นที่ : 94


   อั๊วะรู้นะว่าพวกลื้อเป็นใครกันมั่ง อย่าให้อั๊วะต้องบอกหรือจัดการกับพวกลื้อที่คิดจะมาเลื่อยขาเก้าอี้อั๊วะ เดี๋ยวอั๊วะจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบพวกลื้อ และจะใช้อำนาจทั้งหมดที่มีเล่นงานพวกลื้อให้งอม ไม่ส่งสอบบอร์ด ไม่ให้electiveกรุงเทพฯ ฮ่าๆๆๆ

Posted by : ทน-พละ , Date : 2003-06-01 , Time : 16:44:34 , From IP : 172.29.3.162

ความคิดเห็นที่ : 95


   


ขอโทษที่อยากรู้อยากเห็นแต่ขอถามพชท.ศัลย์ที่ได้อ่านกระทู้นี้ว่า คุณมาสมัครเป็นแพทย์ใช้ทุนที่นี่ทำไม สิ่งที่คุณวาดฝันไว้ยังอยากทำให้มันเป็นจริงอยู่หรือไม่.....ศัลแพทย์ ผมเข้าใจว่าพวกคุณคงลำบากและต้องอดทนต่อสิ่งที่ไม่สุภาพ บางครั้งหยาบคายอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน การฝึกวิชาหูทวนลมของพวกคุณนั้นไม่ได้มีประโยชน์อันใดต่อการเป็นศัลยแพทย์เลย แต่มันคงช่วยปลอบใจและทำให้พวกคุณเรียนจบจากที่ได้

ถ้าคิดว่ากระดานนี้ไม่ได้ช่วยทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นมาก็หยุดเขียนเถอะครับเอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่ชอบจะดีกว่า แต่ถ้ายังคาใจอยากจะระบายออกอีกตรงนี้ก็เหมือนสมุดฉีกเชิญเขียนตามสบายครับคนทั่วโลกเขากำลังอ่านความในใจคุณอยู่

ส่วนน้องที่อยากเรียนษศัลย์ที่นี่ลองถามตัวเองดูก่อนว่าต้องการเป็นและเหมาะสมหรือเปล่า ข้อความด้านบนหลายๆข้อความคงทำให้รู้อะไรมากขึ้น

สุดท้ายอย่าหวังว่าสถาบันจะให้อะไรกับคุณ แต่จงถามตัวเองว่าคุณได้ให้อะไรกับสถาบันบ้าง......คุณค่ามันต่างกันครับ

บางครั้งเราคงต้องยอม.....ยอมที่จะแพ้.....ยอมให้คนอื่นเข้าใจผิด.....ยอมที่จะถูกเกลียด.....แต่อย่ายอมดูถูกตังเอง.....ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน


Posted by : perf. , Date : 2003-06-01 , Time : 16:51:23 , From IP : 172.29.3.215

ความคิดเห็นที่ : 96


   อ่านแล้วน่าเห็นใจพี่ๆจัง หนูเองเป็นคนหนึ่งที่ชอบความรู้ทางศัลย์มากเวลาอ่าน เวลาดูคนไข้ เวลาหัดทำหัตการก็รู้สึกดีและมีความสุข แต่ตอนอยู่ศัลย์ปี5 มันทรมานมาก...กลับอยากลาออกทุกวัน เพราะการบ้านเยอะมากๆๆวุ่นมากๆๆๆแถมเรียนเอง หัวหมุนไปเลย ถ้าเจอแบบนี้ทุก ward คงไม่ไหว ผ่านศัลย์ทีไรน้ำหนักลดทุกที...ผอมเหมือนไม้เสียบผีไปทุกวัน...นี่ขนาดเป็นนศพ. ยังขนาดนี้ เข้าใจเลยว่าพี่พชท.จะเหนื่อยขนาดไหน ยังไงก็เป็นกำลังใจให้พี่ๆเสมอค่ะ :)

Posted by : PJ , Date : 2003-06-01 , Time : 16:52:09 , From IP : 172.29.2.122

ความคิดเห็นที่ : 97


    มีสถาบันทางการแพทย์ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในนครเมืองหลวง ทุกปีจะมีแพทย์แห่แหนมาสมัครเป็น resident ศัลย์กันมากมายเกินที่จะรับไว้ได้ ต้องมีการคัดทิ้งทุกปี แต่ในปีที่ผ่านมา คือเป็น resident 1 ในปีนี้ รับได้ 10 คน แต่สมัครแค่ 7 คน ต้องรับหมด เพราะเลือกมาก เรื่องมากไม่ได้ จะไม่มีคนทำงาน ทางภาควิชาได้มีการ take reponse ทันที โดยมีการจัดประชุมสัมมนาระหว่าง resident และเหล่า young staff ที่ยังคุยกับ resident รู้เรื่อง ไม่เอา senoir staff ไป เพราะเดี๋ยวจะเปลี่ยนจากการสัมมนาเป็นการประชุมภาควิชา วาระแจ้งเพื่อทราบอีก เป็นการสัมมนานอกสถานที่ 2 วัน เลือกเป็นวันหยุด ไปกับเกือบหมด เหลือ resident ชั้นปีละ 1-2 คนไว้เฝ้า รพ. เท่านั้น และก็ได้ข้อสรุปมีแนวทางแก้ไข ที่ดี สรุปว่าโดยเบื้องต้นจบแบบ happy ending
มอ. เราน่าจะหาทางออกบ้างนะ เพราะรู้สึกว่ากระดานอภิปรายกระทู้นี้เป็นเพียงการระบายออกของเหล่า resident เท่านั้น ยังไม่มีผุ้ที่มีอำนาจตัวจริงออกมาหาแนวทางแก้ไขเลย เราน่าจะจัดสัมมนาหาแนวทางไม่ไห้มีคนลาออกกันต่อไปอีก หาวิธีที่ทำให้ภาควิชามีบรรยากาศที่ดีขึ้น ไม่มาคุอย่างทุกวันนี้ ไม่ใช่ว่าเจอกันทีไรต้องวิ่งหนีทุกที ไม่แน่นะหากไม่การหาหนทางแก้ไข ในอนาคตไม่ใช่เฉพาะแต่ resident นะ อาจรวมถึง staff หรือเจ้าหน้าที่ภาควิชาก็อาจจะอยู่ไม่ได้
ขอบคุณทุกคนที่อ่าน ขอบคุณที่ไม่มีโครแจ้งลบกระทู้นี้ ขอบคุณพี่ว่าวที่เป็นกำลังใจให้ resident เสมอ ขอบคุณอาจารย์ Phoenix ที่พยายามหาทางแก้ไขปัญหาจนเจ็บตัวไปด้วย ขอบคุณกะหลั่วเป็ดที่เปิดตา เปิดหู และเปิดปาก ขอบคุณคุณ Death ที่ไม่ลาออกเป็นคนต่อไป ขอบคุณอาจารย์หลายๆท่านที่ทำงานหนักแต่เพียงลำพังโดยไม่ทิ้งมอ.ไป และขอบคุณมากหากผุ้ที่มีอำนาจสูงสุดในภาควิชานี้จะออกมาทำอะไรสักอย่างให้อะไรๆดีข้นบ้าง ขอบคุณด้วยใจ....


Posted by : 178 , Date : 2003-06-01 , Time : 17:04:54 , From IP : proxy3.chula.ac.th

ความคิดเห็นที่ : 98


   ดีใจจังที่พี่178ให้ความเห็นที่ดีแก่น้องๆ
ผมหวังว่าที่พี่เสนออาจไปเข้าหู"ผู้ใหญ่"ของภาคศัลย์บ้างแหละครับ แต่ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นได้หรือเปล่า และจะมีใครกล้าแสดงความเห็นแบบตัวเป็นๆหรือเปล่า เพราะทุกคนกลัวเจ็บตัว พี่ก็รู้หนิ




Posted by : กะหลั่วเป็ด , Date : 2003-06-01 , Time : 17:11:26 , From IP : 172.29.3.123

ความคิดเห็นที่ : 99


   ผมคือคนที่ 100 พอดีเลย...:D



Posted by : Death , Date : 2003-06-01 , Time : 17:13:53 , From IP : 172.29.3.218

ความคิดเห็นที่ : 100


   กลับมาอีกครั้งรู้สึกกระทู้นี้รุนแรงขึ้นมากครับ
ผมคิดว่าพี่น้องควรหยุดการประชดประชันกระแทกเสียดสีได้แล้วครับไม่เป็นสิ่งที่ดีเลย เอาเวลาไปทำงานดีกว่าครับ ให้ทุกอย่างเป็นไปตามทางของมันเถอะครับ
เวลาจะช่วยพิสูจน์เองครับ


Posted by : Vicryl , Date : 2003-06-01 , Time : 17:33:29 , From IP : dial-14.ras-2.stn.s.

ความคิดเห็นที่ : 101


   คุณPhoenixครับ คุณนะเป็นคนดี แต่คุณเองถ้าหมดประโยชน์กับใครบางคน ระวังนะ คุณก็จะตายเหมือนพวกผม ถ้ามีการจัดประชุมแบบ open จริง พวกผมตายแน่ คุณเองก็ตายด้วย ถ้ากล้า ไม่เห็นด้วย


Posted by : แรมโบ้ , Date : 2003-06-01 , Time : 17:43:49 , From IP : r198-skaHS1.S.loxinf

ความคิดเห็นที่ : 102


   ตอบพี่ Prolene นะครับ
อย่างแรกขอแก้ตัวก่อนนะครับ.......
คือผมไม่ได้เลียภาควิชาศัลยศาสตร์นะครับ
เพราะการที่ผมมาลงความคิดเห็นมันเป็นสิทธิ์ของผมนะครับ
แล้วผมก็ไม่ได้ใช้ชื่อจริงครับ แล้วก็ไม่มีใครรู้ว่าผมเป็นใคร
ดังนั้น ถ้าพี่บอกว่าผมเลียล่ะก็ ขอโทษครับ ผมว่าพี่แคบเกินไปนะครับ

จริงอยู่ว่าผมไม่เคยเจอกับตัวเอง อย่างที่พี่ "ร่วมด้วยช่วยกันล่ม" บอกอ่ะครับ
แต่ที่ผมลงความเห็นนั้นไปไม่ได้มีอารมณ์หรืออยากให้ใครมาใส่อารมณ์กับผมนะครับ
แล้วผมก็ไม่ใช่นายกด้วยครับ เหอๆ T-T

ที่ลงผมแค่อยากบอกว่า...

ทำไมแทนที่แต่ละคน (ผมไม่ได้พาดพิงใครนะ T-T) คิดจะไปทำลายในสิ่งตนคิดว่าไม่ดี
ทำไมไม่คิดที่จะช่วยกันปรับเปลี่ยนแก้ไขให้มันเกิดสิ่งที่ดีขึ้นล่ะครับ
มัวแต่ทะเลาะกัน ทำไมไม่เอาเวลาไปช่วยกันคิดว่าจะพัฒนากันอย่างไรดี
ทำไมมองแต่ว่าความคิดคนอื่นเป็นสิ่งที่จะมาจุดชนวนทะเลาะ


ขนาดผมไม่ได้ออกความเห็นอะไรรุนแรงยังโดนเลย T-T
แล้วก็อยากบอกพี่ "ร่วมด้วยช่วยกันล่มนะครับ"
ว่าผมยอมรับตามที่พี่บอกว่า ผมมีแค่แผนที่ ยังไม่ได้ออกเดินเรือจริงๆ
แต่ที่ผมออกความเห็นไปอย่างนั้นอ่ะครับ
เพราะผมคิดว่า ถ้าผมคิดจะออกเดินเรือแล้ว...
ผมจะไม่ทำให้เรือล่มอย่างเด็ดขาด ไม่ว่ามรสุมแรงเท่าไหร่ผมก็จะผ่านไปให้ได้
ถ้ามรสุมแรงจริงๆนะครับ ผมจะไม่มีทางจมเรือของผมเด็ดขาด
ผมเชื่อว่าถ้าผ่านมรสุมไปได้นะครับ
ฟ้าหลังฝนจะสวยงามเสมอนะครับ...


ขอโทษที่ผม...ด้อยประสบการณ์
ขอโทษที่ผม...ยังเป็นเด็กอยู่
ขอโทษที่ผม...ยังเรียนไม่จบ
ขอโทษที่ผม...ยังไม่ได้เข้าภาคศัลย์
ขอโทษที่ผม...อยากให้เหตุการณ์มันเครียดน้อยลง
ขอโทษที่ผม...อยากให้คนทั้งหลายคิดพัฒนามากกว่าคิดทำลาย
ขอโทษที่ผม...ขอโทษที่ผมไม่เข้าใจว่าผมผิดตรงไหนที่ออกความเห็น
ขอโทษที่ผม...คิดว่าคนทุกคนมีสิทธิ์ออกความเห็น
แต่ผมขออย่างเดียวครับ...ร่วมมือกันพัฒนาดีกว่าจับมือช่วยกันทำลายนะครับ
ปล.ผมไม่ได้หาเสียง และผมก็ไม่ได้เลียนะครับ เพราะผมไม่ได้ใช้ชื่อจริง กรุณาเข้าใจด้วยครับ
^-^


Posted by : StiTcH , Date : 2003-06-01 , Time : 17:51:20 , From IP : 172.29.2.124

ความคิดเห็นที่ : 103


   แหวะ อ๊วก!
ฟังแล้วดูดีมากเลยน้องstitch


Posted by : Prolene , Date : 2003-06-01 , Time : 17:58:02 , From IP : 172.29.3.123

ความคิดเห็นที่ : 104


   พี่ได้ดูความเห็นสุดท้ายของน้องแล้วรู้สึกเสียใจคับ ถ้าพี่ว่าอะไรรุนแรงก็ต้องขอโทษด้วย ที่จริงแล้วการที่พวกๆพี่ๆเขาลาออก มีหลายสาเหตุหลายปัจจัยครับ คนเราเวลาเข้ามาเรียนก็คงคิดจะเรียนให้จบทั้งนั้นแหละครับ ไม่ได้คิดจะเลือกมาเพื่อจะกันที่คนอื่นหรอกครับ แต่เมื่อมาเผชิญกับท้องทะเลที่แสนโหดร้าย ก็มีคนบางส่วนที่ต้องถอยกลับ พวกเขาอาจจะไม่ได้คิดผิด แต่อาจจะมีหนทางอื่นๆ(ทางเครื่องบิน หรือ รถยนต์)ที่ทำให้เขาไปสู่จุดหมายได้เหมือนกันครับ T_T


Posted by : ร่วมด้วยช่วยกันล่ม , Date : 2003-06-01 , Time : 18:12:42 , From IP : 172.29.1.160

ความคิดเห็นที่ : 105


   ขอโทษจ้ะ น้องstitch จ๋า ขึ้นชั้นclinic รึยังจ๊ะ ...ถ้ายัง...เดี๋ยวน้องคงจะเข้าใจพี่ๆมากขึ้นนะ
ถ้าขึ้นมาแล้ว...อืม...เป็นคนมองโลกได้สวยงามมาก มาก เลย ขอชมเชยด้วยใจจริง :)
Ps. Hot topic of the year!! ซะแล้ว


Posted by : PJ , E-mail : (Odontoid_Axis@hotmail.com) ,
Date : 2003-06-01 , Time : 18:18:01 , From IP : 172.29.2.122


ความคิดเห็นที่ : 106


   แพ้กระทู้รับน้องนิดหน่อยเอง..
แหะๆ...

คุณStitchคะ...
"ถ้าคิดว่าจะเลือกเรียนแล้วลาออกอ่ะครับ
ผมว่าอย่าเลือกตอนแรกดีกว่าอ่ะครับ "


ไม่มีใครคิดอย่างนั้นหรอกน่า


บางอย่าง... ไม่ได้สัมผัสเอง... คงพูดยากนะคะ

นับถือความมุ่งมั่นที่จะเรียนจังเลยคะ
ถ้าคุณได้เป็นใช้ทุนศัลย์ที่นี่คงจะดีนะคะ



Posted by : nu+lekk , Date : 2003-06-01 , Time : 19:19:04 , From IP : 172.29.2.142

ความคิดเห็นที่ : 107


   ขอโทษซะเว่อร์เชียว ตุ๊ดน่า เขากำลังมันส์ๆอยู่ 55

Posted by : ต่อเลยครับ ความยุติะรรมต้องปรา , Date : 2003-06-01 , Time : 19:34:03 , From IP : 172.29.2.240

ความคิดเห็นที่ : 108


   ขออนุญาตกัดกันเองนิดนึง
คือขอมอบรางวัลตุ๊กตายางทองคำให้พี่vicryl
ที่แสดงบทพระเอกออกมาในยามคับขัน
ทั้งๆที่ตอนออกมาฉากแรก กราดกระสุนใส่คนดูอย่างกับจอมวายร้าย
ถือเป็นการพลิกบทที่ทุกคนในที่นี้ต้องตะลึง
ตบมือให้พี่vicrylกับรางวัลยอดเยี่ยมนี้ด้วยครับ
แปะๆๆ...แปะๆ...แปะ
เอ๊ะ!...ตบมือกันน้อยจัง




Posted by : กะหลั่วเป็ด , Date : 2003-06-01 , Time : 20:12:14 , From IP : 172.29.3.123

ความคิดเห็นที่ : 109


   อ่านครบทั้ง 108 ความคิดเห็นแล้ว
กว่าจะอ่านจบเหนื่อยพอดู
ตัวเองคงจะช่วยแสดงความคิดเห็นอะไรเพิ่มไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็นคนใน ไม่รู้จริง
แต่อยากเป็นกำลังใจให้พี่ๆทุกคน อ้อ รวมทั้งอาจารย์นกไฟด้วยนะคะ
ด้วยความหวังว่า สิ่งเล็กๆน้อยๆที่เรากำลังพยายามพูดถึงกันบน board นี้
ได้ถูกแก้ไข และปรับปรุง ให้ดีขึ้น
ขอให้ทุกคนรอดชีวิต ไม่เจ็บตัวมากจากการ post ครั้งนี้นะคะ
ไม่หวังให้ได้ perfect แต่ขอให้ พชท.ศัลย์ มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นซักเล็กน้อย
esp. ความสุขทางใจ
เอาใจช่วยนะคะ

อ้อ น้อง stitch จ๊ะ ใจเย็นๆนะ


Posted by : คนที่ชอบวิชาศัลยศาสตร์มาก , E-mail : (AvaRi) ,
Date : 2003-06-01 , Time : 20:23:56 , From IP : 172.29.2.83


ความคิดเห็นที่ : 110


   ผมพิจารณาแล้วผมไม่มีคุณสมบัติเพียงพออีกต่อไปที่จะเป็น representative ระหว่างพชท.และภาควิชาฯศัลยศาสตร์

เมื่อไหร่ก็ตามที่งานที่ผมทำไปแล้ว คนที่ผมตั้งใจจะทำงานให้สรุปออกมาแค่ผมเป็นหมารับใช้ตัวหนึ่ง ผมคิดว่าผมมีหน้าที่ที่จะต้องพิจารณาบทบาทของตนเอง

เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมเสนอให้มีหลักการและเหตุผล แต่นั่นถูกมองเป็นว่าเป็นความตั้งใจส่งรุ่นน้องหรือลูกศิษย์ไปฆ่าต่อหน้าธารกำนัล ผมคิดว่าผมมีหน้าที่ที่จะต้องพิจารณาบทบาทของตนเอง

เมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนรู้ identity ของผม และจงใจทำ personal attack ผมคิดว่าผมมีหน้ที่ที่จะต้องพิจารณาความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของตัวผมและครอบครัว ผมต้องการให้ลูกและภรรยาผมมีความภูมิใจในสิ่งที่ผมทำ แต่เขาเหล่านั้นคงจะไม่สบายใจ เหมือนกับที่คุณ Death พูดถึงครอบครัว ว่าเรากำลังทำในสิ่งที่ไม่คุ้มค่าหรือเปล่า

ข้อเสนอและแนวทางออกที่ผมเสนอไป ถุก ignore และถูกกล่าวหาว่าผมมไมคุณสมบัติเพียงพอที่จะ comment งานนี้เนื่องจากการทำงานของผมในปัจจุบันไม่มีคุรสมบัติเพียงพอสำหรับสายตา resident เราก็คงจะไม่มีอะไรที่จะต้องอภิปรายกันต่อไป

ผมจะหยุดยั้งการกระทำของผมทั้งหมดเพื่อความสบายใจของทุกคน เพื่อจะได้ไม่มีข้อบาดหมาง เพื่อจะได้ไม่มีข้อครหาว่ามีหมารับใช้คาบอะไรไปฟ้องนาย เพื่อที่ผมเองไม่ต้องคิดต้องเครียดกับมัน ผมจะตอบกระทู้นี้อีกต่อเมื่อมีการทำ personal attack และผมต้องป้องกัน dignity ของตัวผมเองเท่านั้นครับ หวังว่าทุกคนสามารถให้อภัยที่ผมทำได้ดีที่สุดแล้วแต่ไม่สามารถจะแก้อะไรได้เลย

ข้อสุดท้ายคือ การตัดสินใจอะไรที่มีผลระยะยาวต่อตนเองนั้น มีค่าพอที่จะทำไปด้วย "หลักการ" ครับ ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า ประเทศเราจะเจริญได้ ต่อเมื่อเรามีวัฒนธรรมที่เคารพต่อหลักการและเหตุผล และผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เมื่อเราทุกคนพ้นจากเหตุการณ์ในวันนี้ไป ทุกๆฝ่ายจะได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง การรับฟัง การเห็นใจผู้อื่น และอย่างน้อยที่สุดความสามารถในการมองเห็นความปราถนาดีจากผู้อื่น ถึงแม้จะเป็นแค่หมาตัวนึง

สวัสดีครับ ขอลาไปอยู่กับครอกผมที่บ้านครับ โชคดีทุกๆท่าน




Posted by : Phoenix , Date : 2003-06-01 , Time : 20:34:17 , From IP : 172.29.3.227

ความคิดเห็นที่ : 111


    คือ นกที่ไม่มีวันตาาย กลับมาเถอะครับอาจารย์

Posted by : StiTcH() , Date : 2003-06-01 , Time : 20:55:05 , From IP : 172.29.2.240

ความคิดเห็นที่ : 112


   คุณอ.นกไฟอย่าเพิ่งเสียใจเลยค่ะ พี่ๆเค้าก็แค่ไม่แน่ใจว่าอ.อยู่ฝ่ายไหนแค่นั้นเอง
ถ้าอ.แน่ใจว่าอ.อยู่ตรงกลาง ไม่ใช่ฝ่ายไหนก็แสดงว่าพี่ๆเข้าใจผิด
แล้วก็อาจจะเสียโอกาสในการได้รับการแก้ไขปัญหาที่ทุกคนมองว่าแก้ไม่ได้

อ.โชคร้ายตรงที่ในกระดานนี้ อ.ไม่ได้เป็นno one อ.ก็เลยโดนattackอย่างง่ายๆ
ข้อเสียของกระดานก็เป็นอย่างนี้ล่ะคะ

จริงๆหนูเล็กยังคิดว่าน่าจะgive it another try นะคะพี่ๆ
ลองแบบที่หนูเล็กว่า หรือ คุณ 178 บอกก็ได้นะ

ถ้าอะไรๆดีขึ้น มันไม่ดีกับพี่ๆอย่างเดียว ยังดีต่อน้องๆที่จะเข้ามาด้วยนะคะ
(55 หรือจะเก็บไว้ดีนะ เพราะถ้าแก้ไขได้ คุณStitchก็ไม่ได้สัมผัสสิ่งที่พี่ๆเอ่ยถึงนะซิ)



Posted by : nu+lekk , Date : 2003-06-01 , Time : 21:16:42 , From IP : 172.29.2.142

ความคิดเห็นที่ : 113


   -ถ้ายอมให้ความคิด การกระทำ ของคนอื่นมาทำให้ความเป็นตัวของตัวเองเปลี่ยนไป ก็ไม่สมควรอยู่
-วิธีแก้ปัญหามีหลายวิธี การหนีเป็นทางเลือกหนึ่ง แต่ไม่ได้แก้ปัญหา
ผมถือคติว่า "ปัญหามาปัญญามี" แต่ถ้าหนีปัญหา ปัญญาก็ไม่เกิด
-ถ้าคุณ Phoenix มั่นใจว่าเราตั้งใจทำเพื่อน้องๆพชท.แล้วจะไปกลัวอะไร
คุณ Phoenix อ่านหนังสือมาเยอะนี่ น่าจะเคยอ่านพุทธประวัติ เหตุการณ์ก่อนจะตรัสรู้เป็นอย่างไร ทำไมพระพุทธองค์จึงตัดสินใจสั่งสอนสิ่งที่รู้ให้คนอื่น
-ตอนนี้ Phoenix โดนชกครับ โดนชกจนล้ม จะลุกขึ้นสู้อีกได้รึเปล่า มันอยู่ที่คุณครับ
-ไม่เคยดู Matrix จะว่าผมเป็นอย่างไรก็ตามใจ ผมคือผม สั่งได้ ด่าได้ แต่จะยอมรับหรือทำตามหรือไม่ ขึ้นกับความสมเหตุสมผลตามความคิดของผมเองครับ
-สมมติว่า คุณ Pheonix เกิดมาชาตินี้เพื่อแสวงหาทางหลุดพ้น และสมมติว่าคุณคิดว่าเจอแล้วและกำลังทำอยู่ แล้วจู่เจอใครก็ไม่รู้เข้ามาด่าๆๆๆ คุณจะทิ้งความคิดเดิมหรือ น่าเสียดายนะครับ เรายังไม่เคยได้คุยกันเลย


Posted by : megumi , Date : 2003-06-01 , Time : 21:47:12 , From IP : 172.29.3.209

ความคิดเห็นที่ : 114


   มีข้อสังเกตว่า
1. ท่าน ทนพละ กับ พชท.ทั้งหมดของภาค ใครสำคัญกว่า.... ยื่นลาออกยกทีมจะเป็นอย่างไร
2. ไม่ทราบว่าคนหนึ่งคนที่มีปัญหาทางจิต ถ้าจับทำจิตบำบัด จะใจเย็นมากขึ้นหรือไม่ จะเลิกตามด่วนโดยไร้เหตุผลหรือไม่
3. ถ้ามีผู้ใหญ่ที่เป็นกลางมาไกล่เกลื่ย(ไม่ใช่มาปกป้อง).....โดยฟังจากทั้งสองฝ่ายจะดีขึ้นหรือไม่
4. โดยทั่วไปตามวัฒนธรรมไทยศิษย์ไม่คิดล้างครู แต่ถ้ามีเหตุการณ์อย่างนี้ คนคนนั้นจะต้องแย่หรือมีปัญหามากๆๆๆ
5. ผมเป็นคนนอกรู้เรื่องไม่มาก ถ้าผิดพลาดประการใดต้องขอโทษด้วย


Posted by : คนผ่านมา ...... , Date : 2003-06-01 , Time : 22:17:20 , From IP : 172.29.2.83

ความคิดเห็นที่ : 115


   มีข้อสังเกตว่า
1. ท่าน ทนพละ กับ พชท.ทั้งหมดของภาค ใครสำคัญกว่า.... ยื่นลาออกยกทีมจะเป็นอย่างไร
2. ไม่ทราบว่าคนหนึ่งคนที่มีปัญหาทางจิต ถ้าจับทำจิตบำบัด จะใจเย็นมากขึ้นหรือไม่ จะเลิกตามด่วนโดยไร้เหตุผลหรือไม่
3. ถ้ามีผู้ใหญ่ที่เป็นกลางมาไกล่เกลื่ย(ไม่ใช่มาปกป้อง).....โดยฟังจากทั้งสองฝ่ายจะดีขึ้นหรือไม่
4. โดยทั่วไปตามวัฒนธรรมไทยศิษย์ไม่คิดล้างครู แต่ถ้ามีเหตุการณ์อย่างนี้ คนคนนั้นจะต้องแย่หรือมีปัญหามากๆๆๆ
5. ผมเป็นคนนอกรู้เรื่องไม่มาก ถ้าผิดพลาดประการใดต้องขอโทษด้วย


Posted by : คนผ่านมา ...... , Date : 2003-06-01 , Time : 22:17:47 , From IP : 172.29.2.83

ความคิดเห็นที่ : 116


   


ผมเห็นด้วยกับคุณ phoenix ที่จะกลับไปให้ความสำคัญกับครอบครัว เพราะพื้นฐานสังคมเริ่มมาจากครอบครัว การสร้างครอบครัวที่ดีทำให้สังคมดี การที่คุณต้องการช่วยใครบางคนแล้วเขาไม่เห็นคุณค่าของคุณ ไม่ให้เกียรติคุณ การที่คุณจะยอมแพ้ก็ไม่ผิดครับ เพราะคุณไม่ใช่พระพุทธเจ้า ไม่มีทางเข้าถึงจิตใจของคนทุกคนได้หรอกครับ แต่ขอร้องอย่าไปจากกระดานนี้เลย บางหัวข้อคุณทำได้ดี มีประโยชน์และน่าชื่นชม

ส่วนเพื่อนแพทย์บางกลุ่มที่กำลังเขียนกระทู้นี้ ขอแสดงความยินดีด้วยถ้าคุณคิดว่าพวกคุณประสบความสำเร็จ พวกคุณเหมือนไม้ซีกที่ร่วมมือกันจนสำเร็จ ผมอยากให้พวกคุณใช้ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันนี้ทำในสิ่งที่พวกคุณอยากได้ ผมเชื่อว่าพวกคุณมีหลักการและเหตุผลในกลุ่มของคุณ ไม่ใช่เด็กที่จะมาร้องป่าวๆประกาศเอาแต่ได้โดยไม่มีเหตุผล

ผมเชื่อว่า บาป บุญ คุณ โทษ มีจริง ทำอย่างไร ได้อย่างนั้น สักวันหนึ่งคงได้เจอกับสิ่งที่ตนเคยทำ ส่วนความรุนแรงของการตอบกลับคงประเมินไม่ได้

"หากจะหลั่งน้ำตาให้ใครสักคน......คนๆนั้นควรจะมีคุณค่าพอ"


Posted by : perf. , Date : 2003-06-01 , Time : 22:47:58 , From IP : 172.29.3.213

ความคิดเห็นที่ : 117


   ผมไม่ได้สูญเสียความเป็นตัวของตัวเองหรอกครับ ผมพจารณาว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้ ถ้าทำไม่ได้หรือไม่คุ้มที่จะทำก็เลิก ไปใช้เวลาทำอย่างอื่นเพื่อตรัสรู้ดีกว่า

ถ้าจนถึงขั้นนี้ยังมีคนว่าผม "ไม่ได้พยายาม" ก็ไม่เป็นไรครับ กฏหมู่ที่ไม่ต้องการฟังหลักการนั้นอาจจะประสบผมสำเร็จในระยะสั้น หลังจากนั้นจะเป็นอย่างไรก็คงต้องดูกัน ดูจากปฏิกิรกยาผมว่าหลายคนดีใจที่ไม่ต้องพูดจากันเรื่องหลักการกันอีกต่อไป

ถึงจุดนี้ผมเกิด "ความมั่นใจ" เรื่องใหม่มาครับ ว่าบางครั้งการไม่เคารพกฏกติกานั้นสามารถทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ได้เช่นกัน และสามารถทำได้โดยเปิดเผยอีกด้วย ใครที่ต้องการทำอะไรตามหลักการ ตามระเบียบ กลายเป็นคนเลวทรามต่ำช้าไป ถึงตรงนี้ก็ยังมีการเรียกทนให้ถูกก่นด่าต่ออีก น่าทึ่งจริงๆ

หากเสียงส่วนใหญ่ของแพทย์ผู้ฝึกอบรมจะใช้วิธีการข่มขู่ลาออกยกชั้นทุกครั้งที่ต้องการจัดเวรเอง ก็เอาเถอะครับ เราอาจจะเหลือคนน้อยลง ก็ว่ากันไป สิ่งที่จะเกิดมันก็ต้องเกิด



Posted by : Phoenix , Date : 2003-06-01 , Time : 23:10:48 , From IP : 172.29.3.216

ความคิดเห็นที่ : 118


   อาจานนกไฟครับ
ผมสังเกตว่าคนที่แอบเอาจังหวะนี้มาโจมตีอาจานจริงๆมีแค่ไม่กี่คนนะครับ
อาจานอย่าเหมาว่าทุกคนไม่เห็นค่าของอาจาน
พชท.ศัลย์ส่วนใหญ่เคารพอาจานนกไฟ และเข้าใจว่าอาจานมีความ"ปรารถนาดี"ที่จะช่วยเหลือน้องๆ
เพียงแต่พวกเรารู้สึกว่าอาจานคงช่วยไม่ได้ เพราะมันมี"อำนาจเบื้องบน"ที่มาคอยกดอยู่ ทำให้ปัญหาดังกล่าวอาจานรับฟังไปยังงัยก็ไม่น่าจะแก้ได้เท่านั้นมากกว่าครับ




Posted by : กะหลั่วเป็ด , Date : 2003-06-02 , Time : 00:38:53 , From IP : 172.29.3.201

ความคิดเห็นที่ : 119


   อย่าแอบอ้างชื่อครับ
ในความเห็นว่า
คือ นกที่ไม่มีวันตาาย กลับมาเถอะครับอาจารย์
ไม่ใช่ความเห็นที่ผมลงนะครับ
ชักจะเซ็ง


Posted by : StiTcH , Date : 2003-06-02 , Time : 01:55:58 , From IP : 172.29.2.240

ความคิดเห็นที่ : 120


   BDGERHRMJT


Posted by : 11111111 , Date : 2003-06-02 , Time : 02:05:05 , From IP : 172.29.3.123

ความคิดเห็นที่ : 121


   อ้าาวเวงPostด้วยเครื่องเดียวกะผมนี่นา
IP เหมือนกันง่ะ
กำ นักศึกษาแพทย์นี่ เหอๆ


Posted by : StiTcH , Date : 2003-06-02 , Time : 02:06:00 , From IP : 172.29.2.240

ความคิดเห็นที่ : 122


   คุณ Phoenix ครับ.....ผมเสียใจนะครับ....ที่ต้องมาลงเอยแบบนี้....คุณไม่มีอำนาจจริงๆอย่างที่ใครๆก็ทราบดีว่า"เบื้องบน"คืออะไร..."เบื้องบน"สามารถทำอะไรกับพวกผมได้....ผมไม่ได้ไม่เชื่อในเจตนาที่คุณมีเพื่อพวกเรา...แต่คุณไม่สามารถปกป้องพวกผมจาก"เบื้องบน"ได้จริงๆ....ขอให้จำสิ่งที่ผมบอกไว้..วันนึงที่คุณมีอำนาจ...ขอให้ใช้มันเพื่อผู้อื่น....นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุด.....ผมเชื่อว่าคุณใช้มันได้ดีกว่าคนที่มีมันอยู่ตอนนี้ครับ.........หวังว่าคงได้เจอกันใน webboard แห่งนี้อีกนะครับ....:D...:D

อีกอย่างนึง...เลิกคิดมากเรื่องตารางเวรอะไรนั้นได้แล้ว...บอกว่ายกตัวอย่าง...ยกตัวอย่าง....ผมลองมาหลายทางแล้ว....มันติดแค่"เบื้องบน"แค่นั้นหละ....ทำอะไรไม่ได้มากหรอก.....ต่อให้มีอะไรดีแค่ไหน.....ถ้า"เบื้องบน"ไม่เอาซะอย่าง...ก็คือไม่ผ่านนั้นหละ...จบแล้ว...โชคดีครับ....:D...:D



Posted by : Death , Date : 2003-06-02 , Time : 02:27:24 , From IP : 172.29.3.225

ความคิดเห็นที่ : 123


   ขอโทษพี่ Prolene นะครับ
ผมไม่ทราบว่าความเห็นผมแทงใจส่วนไหนของพี่นะ
ผมขอโทษแล้วกัน เหอๆ ไม่เข้าใจจริงๆ
ผมอยากให้พี่มองโลกให้กว้างกว่านี้อีกหน่อยนะครับ
หัดเปิดรับความคิดคนอื่นบ้างนะครับ
พี่อย่าว่า ว่าผมอวดดีนะ ผมแค่อยากบอกพี่เฉยๆอ่ะครับ
พี่ Reject ความเห็นของ ผมด้วยคำเหล่านั้น
ผมอยากบอกว่า ผมไม่เจ็บและไม่โมโหหรอก
อยากบอกว่ามันไม่มีประโยชน์ และมันไม่ได้ช่วยสร้างสิ่ง ดีดี ขึ้นเลย
ผมไม่ใช่...พระเอก
ผมไม่ใช่...คนเก่ง
ผมไม่ใช่...คนดีอะไรนักหนา
ผมไม่ใช่...คนแต่งเรื่องน้ำเน่าเหมือนที่พี่คิด
ผมก็เป็นคน เหมือนทุกคนนั่นแหละครับ
แต่ผมกับพี่ อาจมองโลกจากมุมต่างกัน
จริงอยู่ประสบการณ์น้อยกว่าพี่
แต่ผมว่าทุกคนมีความคิดนะ
และควรรับฟังด้วย
ความคิดเห็นของพี่ที่พี่ Post มาตั้งแต่ตอกแรกๆ
ผมอ่านแล้ว ก็ไม่ได้ต่อต้านความเห็นพี่นะ
แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมพอผมออกความเห็นแล้วต้องมาโดนพี่ด่า T-T
อยากให้พี่เคารพในความคิดเห็นของคนอื่นบ้าง

ปล. อย่าหาว่าผมทำเหมือนเป็นคนดีนะ พี่คงไม่ว่านะว่าผมใช้คำสุภาพ บอกแล้วผมไม่ใช่พระเอก แล้วก็ไม่ต้องการเป็นด้วย ผมให้ความเคารพพี่แล้วนะ ผมอยากให้พี่เคารพในความเห็นของผม และคนอื่่นๆด้วยนะครับ
แล้วก็ตอนนี้หน้าผมเป็นอย่างนี้นะ -_- ไม่ได้ยิ้ม และก็ไม่ได้โกรธ
เผื่อว่าจะเป็นภาพประกอบอารมณ์เวลา Post ว่าไม่ได้ใช้อารมณ์นะครับ ^-^


Posted by : StiTcH , Date : 2003-06-02 , Time : 02:36:47 , From IP : 172.29.2.240

ความคิดเห็นที่ : 124


   คุณ Death ครับ

ผมคิดว่าอะไรที่ผมทำได้ผมถึงบอกว่าทำได้ การที่คุณไม่เชื่อนั้นเป็นสิทธิ์ของคุณ Death อย่างแน่นอน แต่ผมนั้นคิดก่อนที่จะเขียนลงไป และผมว่าผมเข้าใจขอบเขตของงานที่ได้รับมอบหมายให้ทำพอสมควรที่จะรู้ว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้

ปัญหาอยู่ตรงที่หลักการที่คุณ Death reject นั่นแหละครับ ทำให้คุณ DeaTH ไมสามารถเชื่อได้ว่าคนบางคนพูดโดยมีหลักการ เวลาที่ผมบอกว่าคุณเป็น Anonymous แล้วคุณ Death ชี้แจงว่าใครๆก็ hack ได้นั้น demonstrate เรื่องนี้อย่างชัดเจน เพราะผมหมายถึงผมเข้าใจว่าการที่คนใช้นามแฝงก็เพราะต้องการความเป็นส่วนตัว ผมจึงจะเคารพความเป็นส่วนตัวนั้นโดยไม่ถามต่อยกเว้นมีใครมาบอก แต่คงไม่แอบลงไป hack ดูว่าใครเป็นใคร

สรุปแล้วคุณ Death สามารถ ignore ข้อมูลทั้งหมดที่ผมกล่าวว่าสามารถทำอะไรได้บ้างนั้นไปได้เลยครับ ไหนๆก้ทำยังไงก็ไม่เชื่อแล้ว นึกซะว่าที่ผมเคยพูดว่าสามารถทำอะไรได้บ้างนั้นผมไม่เคยพูดก้แล้วกัน ผมคอยดูอยู่ห่างๆก็แล้วกันครับ ว่ากฏหมู่นั้นจะช่วยให้ดำเนินไปได้ไกลแค่ไหน

ผมคงจะสามารถสอนหรือแนะนำคนที่พร้อมจะรับเท่านั้นนะครับ หากมีคนคิดว่าผมไม่ qualify ที่จะสอน หรือไม่ใช่คน ผมก้ไม่อยากจะฝืนใจให้มันลำบากและเสียเวลาไปเปล่าๆ



Posted by : Phoenix , Date : 2003-06-02 , Time : 03:01:40 , From IP : 172.29.3.216

ความคิดเห็นที่ : 125


   ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามา Post ในกระทู้
ผมเข้าใจว่าทุกท่านต่างมีเจตนาดีที่ต้องการรับรู้และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
ผมขอเพียงให้ทุกท่านใช้วิจารณญาณในการพิเคราะห์นำเอา
เฉพาะข้อมูลและปัญหารวมทั้งแนวทางแก้ไขต่างๆในกระทู้นี้
กลับใปคิดโดยไม่ถืออารมณ์เป็นที่ตั้งและช่วยกันคิดหาวิธีการแก้ปัญหาต่อไป
ผมขอขอบคุณอาจารย์นกไฟเป็นอย่างสูงที่กรุณารับฟังความทุกข์ของ พชท. และพยายามช่วยเหลือตลอดมา และขอให้กำลังใจอาจารย์ในการทำสิ่งเหล่านี้ต่อไป....อย่าเพิ่งท้อแท้ครับ//////
ขอขอบคุณพี่ๆที่แสดงความคิดเห็นต่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
178 และ พี่ว่าว
ผมเห็นด้วยกับ Death เรื่องอำนาจควรใช้ให้ถูกทางและเหมาะสม.... การทำงานควร "ซื้อใจ "ใช่ว่า "บังคับ"
งานไม่มีทางออกมาได้ดีหรอกครับ
ผมอยากให้ผู้มีอำนาจหรือแม้แต่ผู้บริหารคณะได้รับรู้ข้อมูลเหล่านี้....เพื่อการพัฒนาในทางที่ดีขึ้น.
ผมเป็นคนหนึ่งที่มีความรักสถาบันแห่งนี้มาโดยตลอดและมีความคิดที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนา...จนกระทั่งได้รับรู้
ได้สัมผัสระบบต่างๆของที่นี่มากขึ้น...ซึ่งมันทำให้ความรู้สึกของผมลดลงทุกวันทุกวัน?????
ตราบใดที่ผู้อยู่เบื้องบนไม่ยอมมองลงมาข้างล่างบ้าง ตราบใด
ที่คิดวางแผนบนกระดาษโดยไม่คิดถึงผู้ใต้บังคับบัษชา....
ตราบนั้นการร่วมมือกันเพื่อพัฒนาย่อมไม่เกิด
ขอให้ถือคติ
1.เอาใจเขามาใส่ใจเรา
2.โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า ดังนั้นคนที่โกรธและโมโหคือไอ้บ้าหน้าโง่
3.ซื้อใจในการทำงาน และ
4. หากเกิดข้อผิดพลาดกรุณาทบทวนหาเหตุผลโดยปราศจากความลำเอียง ต้องพิจารณาที่ตัวเองก่อนที่จะโทษผู้อื่น
ขอขอบคุณที่กรุณาอ่านจนจบครับ

สวัสดี


Posted by : Proac , Date : 2003-06-02 , Time : 04:53:12 , From IP : 172.29.3.123

ความคิดเห็นที่ : 126


   ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามา Post ในกระทู้
ผมเข้าใจว่าทุกท่านต่างมีเจตนาดีที่ต้องการรับรู้และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
ผมขอเพียงให้ทุกท่านใช้วิจารณญาณในการพิเคราะห์นำเอา
เฉพาะข้อมูลและปัญหารวมทั้งแนวทางแก้ไขต่างๆในกระทู้นี้
กลับใปคิดโดยไม่ถืออารมณ์เป็นที่ตั้งและช่วยกันคิดหาวิธีการแก้ปัญหาต่อไป
ผมขอขอบคุณอาจารย์นกไฟเป็นอย่างสูงที่กรุณารับฟังความทุกข์ของ พชท. และพยายามช่วยเหลือตลอดมา และขอให้กำลังใจอาจารย์ในการทำสิ่งเหล่านี้ต่อไป....อย่าเพิ่งท้อแท้ครับ//////
ขอขอบคุณพี่ๆที่แสดงความคิดเห็นต่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
178 และ พี่ว่าว
ผมเห็นด้วยกับ Death เรื่องอำนาจควรใช้ให้ถูกทางและเหมาะสม.... การทำงานควร "ซื้อใจ "ใช่ว่า "บังคับ"
งานไม่มีทางออกมาได้ดีหรอกครับ
ผมอยากให้ผู้มีอำนาจหรือแม้แต่ผู้บริหารคณะได้รับรู้ข้อมูลเหล่านี้....เพื่อการพัฒนาในทางที่ดีขึ้น.
ผมเป็นคนหนึ่งที่มีความรักสถาบันแห่งนี้มาโดยตลอดและมีความคิดที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนา...จนกระทั่งได้รับรู้
ได้สัมผัสระบบต่างๆของที่นี่มากขึ้น...ซึ่งมันทำให้ความรู้สึกของผมลดลงทุกวันทุกวัน?????
ตราบใดที่ผู้อยู่เบื้องบนไม่ยอมมองลงมาข้างล่างบ้าง ตราบใด
ที่คิดวางแผนบนกระดาษโดยไม่คิดถึงผู้ใต้บังคับบัษชา....
ตราบนั้นการร่วมมือกันเพื่อพัฒนาย่อมไม่เกิด
ขอให้ถือคติ
1.เอาใจเขามาใส่ใจเรา
2.โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า ดังนั้นคนที่โกรธและโมโหคือไอ้บ้าหน้าโง่
3.ซื้อใจในการทำงาน และ
4. หากเกิดข้อผิดพลาดกรุณาทบทวนหาเหตุผลโดยปราศจากความลำเอียง ต้องพิจารณาที่ตัวเองก่อนที่จะโทษผู้อื่น
ขอขอบคุณที่กรุณาอ่านจนจบครับ

สวัสดี


Posted by : Proac , Date : 2003-06-02 , Time : 04:54:46 , From IP : 172.29.3.123

ความคิดเห็นที่ : 127


   
ในฐานะที่ผมเป็นคนตั้งกระทู้นี้ ผมรู้สึกเสียใจและขอโทษทุกๆคนที่เจ็บตัว
ผมไม่คิดว่าเหตุการณ์จะรุนแรงและบานปลายอย่างนี้
เดิมทีผมคิดเพียงแค่ว่ากระทู้นี้จะจุดประกายให้ผู้บริหารที่แวะผ่านเข้ามาดูได้คิดทบทวนว่ากิดอะไรขึ้นบ้างและจะวางแผนจัดการอย่างไรต่อไป
ผมไม่ได้รู้สึกสะใจที่เห็นเขาฉะกัน เราต่างก็เป็นพี่น้องกันเป็นศิษย์อาจารย์กัน ขอให้ทุกฝ่ายลดความรุนแรงลง ค่อยๆพูดจากัน คุณphoenixเองก็ลำบากใจในฐานะคนกลาง กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่ว่าจะเอียงไปอยู่ข้างไหนก็เจ็บตัวทั้งนั้น
ฝ่ายพชท.กรุณาพูดกันด้วยเหตุผล อย่าขุดคุ้ยเรื่องส่วนตัว เรื่องส่วนตัวไม่ใช่ประเด็นที่จะอภิปรายกันในกระทู้นี้ เราไม่ได้มีอะไรที่แค้นเคืองกันมาก่อนถึงต้องทำร้ายกัน รู้ไหมว่ากระทู้นี้คนอ่านทั่วทั้งโรงพยาบาล คนที่ถูกประนามบนนี้จะแบกหน้าไปตอบคนอื่นว่าอย่างไร ขอให้คิดถึงหัวอกคนอื่นด้วย ถ้ามีการแสดงการขอโทษกันได้จะเป็นการดี
ฝ่ายคุณphoenixเองก็อย่าตอบคำถามของพชท.เพียงแค่หลักการที่สวยหรูแต่แก้ปัญหาของพชท.ไม่ได้ เพราะattackไม่ตรงจุดหรือเอาไปใช้ไม่ได้จริง
ในเมื่อยังตอบปัญหาได้ไม่ถูกใจ เรื่องก็ไม่จบสักที อะไรที่ทำไม่ได้ก็ตอบไปเลยว่าทำไม่ได้จริงๆ ไม่มีอำนาจ มันเกินกำลังจริงๆ...
ถ้าคุณphoenix"หนีไป"โดยที่ยังไม่จัดการกับปัญหานี้ให้เรียบร้อยก่อน ผมเชื่อแน่ว่าในอนาคตศัลยแพทย์รุ่นหลังที่มาทำงานร่วมกับคุณเมื่อเอ่ยถึงชื่อคุณphoenixคงไม่มีใครให้ความไว้วางใจในชื่อนี้แน่
ฝ่ายพชท.ขอให้ใจเย็นๆๆรอดูการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ผมเชื่อว่าคุณphoenixทำได้แน่ ใช่ไหมครับ :)


Posted by : ? , Date : 2003-06-02 , Time : 08:26:02 , From IP : 172.29.3.220

ความคิดเห็นที่ : 128


   ๑) ผมแก้ปัญหาเป็นโดยใช้หลักการและเหตุผลและเปิดเผยพิสูจน์ได้ครับ บอกตรงๆว่าผมไม่สามารถแก้ปัญหาโดยไม่ใช้หลักการ ไม่ใช้เหตุผล และเป็นความลับ
๒) ผมไม่สนใจเรื่องชื่อผมว่าจะมีใครคิดอย่างไรครับ ผมทำไปเพราะผมคิดว่าสิ่งนั้นดีและถูกต้องตามหลักการ ผมไม่ pro popularity ผมคิดอย่างไรนั้น วิธีเดียวที่ผมเห็นว่าเป็นการแสดงความนับถืออีกฝ่ายคือแสดงความคิดเห็นที่ผมว่าถูกต้อง และผมอยากจะคิดว่าผม honor ต่อตนเองและผู้อื่น
๓) ไม่หนีปัญหาหรอกครับ แต่เวลามี mob ก็คงจะเป็นเรื่องไม่โง่เท่าไหร่ในการที่จะไม่ไปขวางทางฝูงกำลัง ถ้าเป็นสาเหตุที่ชื่อเสียงผมจะเลวทรามไปเพราะเหตุนี้ ผมจัดเป็นเหตุสุดวิสัยครับ

ผมมีความรู้สึกเรื่องหลักการนี้เป็นยาขมหม้อใหญ่ของสังคม และ "สวยหรู" ต้องแปลว่า "ไม่ work" ผมอยากให้ลูกสาวผมเติบโตมาในสังคมอนาคตที่ยึดหลักการและเหตุผลครับ ผมไม่อยากจะให้แกไร้หลักการและเหตุผลจนกระทั่ง despise กันมากมายขนาดนี้



Posted by : Phoenix , Date : 2003-06-02 , Time : 11:15:53 , From IP : 172.29.3.160

ความคิดเห็นที่ : 129


   คือว่าพี่ไม่รู้จะแทรกตัวลงตรงไหน เปิดมาถึงเห็นตัวเลขหลักร้อยแล้วก็ถึงกับอึ้งภูริเสถียร อยากโยนความเห็นเล็ก ๆ ไว้ว่า
เวลาพวกนายอภิปราย แทนที่จะโจมตีบุคคล เราช่วยกันหาทางออดที่ดีจะมีค่ากว่า แทนที่จะไปเอาเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องมาพูดเช่นคนนู้นไม่อยู่เวร คนนี้ผลงานน้อย กลับมาพูดถึงระบบดีกว่าว่าอยากให้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร และอย่าผูกเรื่องโดยกระเดียดจากความเข้าใจที่ไม่ได้ศัพท์
.
พี่อยากให้แยกเรื่องเวร ER ออกไป เพราะบอกตามตรงว่า มิใช่เรื่องที่ภาคจะทำอะไรได้ในระยะอันใกล้ ในฐานะที่พี่เห็นความเป็นมาของมัน พี่ยืนยันกับพวกนายได้เลยว่าเรื่องนี้มิใช่ต้นคิดจากภาค และ Valdemont ได้พยายามต่อรองให้พวกนายแล้ว คำแนะนำคือพยายามอยู่อย่าง compromise กับเวร ER จนกว่าเรื่องมันจะได้รับการ revise หรือ ER มี permanent staff
.
เรื่องเวรในภาคพี่เชื่อว่าทางออกของ phoenix จะเป็น trial ที่ดี ถ้าคุยกับผู้มีอำนาจตัดสินใจในภาคได้ เพียงแต่พวกนายจะส่งตารางเวรกันทันและไม่เหลวไหลได้หรือเปล่า พี่มีข้อเสนอเพิ่มที่เป็นทางออกยามคนน้อยก็คือพยายามใช้ประโยชน์จาก staff ให้มากขึ้น เมื่อไหร่ที่เกิดเหตุการณ์คนไม่พอในเวร chief น่าจะต้องหาทางออกโดยบอก staff ในเวรเพื่อขอความช่วยเหลือ และลองบอกมาสิครับว่า เวรที่คิดว่ายุติธรรมหรือดีของพวกนาย มันเป็นอย่างไร กี่เวร กี่คน จัดอย่างไร จะได้ใช้เป็นตุ๊กตาคุยกันต่อ ทะเลาะกันเรื่องที่ว่าจะอยู่เวรอย่างไรนั้นน่ารักครับ แต่ชักแม่น้ำทั้งห้ามาสาดกันและพาดพึงถึงบุคคล มันเป็นกิจกรรมในตลาดขายปลีกพืชผลทางการเกษตร
.
อีกอย่าง ไม่ต้องรอให้เป็นปีสุดท้ายก็ควรจะอ่านหนังสือครับ ผม discard ความคิดที่ว่า chief ควรจะทำงานน้อย ๆ จะได้อ่านหนังสือมาก ๆ และต้องไปชุบตัวที่บางกอก มันฟังดูเหมือนวลีเล่นกีฬาต้านยาเสพติด ซึ่งผมว่าเป็น silly motto จะติดยาพร้อมกับเล่นบาสไปด้วยมันก็เป็นไปได้ อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อครับ


Posted by : พี่ว่าว , Date : 2003-06-02 , Time : 14:42:51 , From IP : 133.1.67.161

ความคิดเห็นที่ : 130


   .....อีกไม่นานแล้วหละครับ....ปัญหาส่วนนึงจะเริ่มคลีคลาย....ผมว่าคุณ Phoenix และ พี่ว่าวน่าจะเข้าใจ.....หรือถ้าตอนนี้ยังไม่เข้าใจ....เดี๋ยวพอเวลาผ่านไปถึงเมื่อไร....ก็จะทราบทันที.....อำนาจทั้งหลายในโลกนี้ไม่ใช่ของยั่งยืนอะไร....สุดท้ายเมื่อถึงจุดสิ้นสูญของอำนาจ....เราจะพบว่าทำไมผู้มีอำนาจบางคนหลังสิ้นอำนาจแล้ว.....ยังมีคนเคารพมากมาย...แต่ทำไมบางคน...กลับหมดสิ้นและไม่เหลืออะไรเลย.....คล้ายๆกับวีรบุรุษหรือผู้นำที่น่ายกย่อง....ผู้นำที่เป็นที่ศรัทธาของคนทุกคนด้วยใจที่มอบให้.....ย่อมดีกว่าผู้นำที่ใช้อำนาจและอาวุธในการประหัตประหารผู้ต่อต้านและปกครองผู้อื่นด้วยความหวาดกลัว......ซึ่งเมื่อสิ้นยุคเรื่องอำนาจของคนเหล่านี้แล้ว....จะเห็นได้เลยว่าการปกครองคนด้วยความศรัธาและใช่อำนาจที่มีเพื่อผู้อื่นนั้นมีความสำคัญเพียงใด.....นั้นสามารถบ่งบอกได้ถึงการเคารพของผู้ถูกปกครองและผู่ปกครองด้วย....ผมเคยกล่าวแล้วว่า..การถูกกราบไหว้ไม่จำเป็เสมอว่าผู้ที่ไหว้จะเคารพคนที่ไหว้.....ผมมีเรื่องสมัยผมเรียนอยู่เล่าให้ฟังเรื่องนึง.....แต่ก่อนอื่นต้งยอมรับในจุดที่ว่า...ทุกสังคมทุกระดับชั้นต้องประกอบด้วยคนดีและไม่ดีปนกันไป.....สมัยก่อนผมมีอาจารย์อยู่ท่านนึงเป็นคนที่ค่อนข้างจะไม่ดีมากๆ...ดุด่านักเรียนด้วยถ้อยคำหยาบคาย....และแสดงอีกหลายๆอย่างออกมาที่บ่งบอกถึงความเสื่อมทรามในสภาพจิตใจ...ซึ่งไม่รู้ว่าเกิดจากสภาพการเลี้ยงดูในวัยเด็กที่ขาดความอบอุ่นหรืออย่างไร(ขออนุญาติไม่พูดว่าต่ำทรามด้านใดบ้าง...เพราะอย่างน้อยเขาก็เคยเป็นอาจารย์ของผม)....ทุกคนในรุ่นผมไม่มีใครชอบเลย......วันนึงผมกับเพื่อนเกือบ 10 คนเดินจะไปกินข้าว....บังเอิญเดินสวนกับอาจารย์ท่านนี้....เพื่อนผมเกือบทั้งหมดไม่มีใครยกมือไหว้แม้แต่คนเดียว....แต่มีคนนึงยกมือขึ้นไหว้....พอเดินผ่านมาแล้ว....เพื่อนๆก็ถามคนที่ไหว้ว่า....ไหว้ทำไม.....ผมได้ฟังคำตอบที่เจ็บแสบจากเพื่อนคนนั้นว่า...."ไหว้ในการศึกษาที่สูงส่งและความรู้ที่เขามีมากกว่าพวกเราใน"ตอนนี้"แค่นั้น".......ในตอนนี้ผมไม่รู้ว่าอาจารย์ของผมท่านนี้เป็นอย่างไร.....เพราะจบมานานแล้ว.....ซึ่งเปรียบเทียบกับอาจารย์บางท่านที่ผมเคยเห็นแล้ว.....เวลาเดินผ่านทีนึง...คนไหว้ด้วยความชื่นชมไปตลอดทางแบบว่ายกมือรับไหว้กันเมื่อยไปหมด....แต่น่าเสียดายที่อาจารย์ท่านที่ 2 นี้ได้จากพวกผมไปแล้ว....ผมยังจำวันที่ไปงานศพท่านได้ว่ามีลูกศิษย์ลูกหามากันมืดฟ้ามัวดินแค่ไหน..........
.......ไม่ต้องเสียใจหรอกครับคุณ Phoenix ที่พวกเราในที่นี้รวมทั้งผมยังไม่เชื่อว่าคุณจะทำได้......แต่คุณยังมีเวลาอีกครับ...ที่จะพิสูจน์สิ่งที่คุณคิดจะทำ...ผมรับรู้ในเจตนาที่ดี...แต่ผมคยบอกไปแล้ว.....บางอย่างในชีวิต....มันต้องมีทั้ง"โอกาส"และความ"เหมาะสม".....คุณมีโอกาสแล้ว....เพียงแต่คุณยังไม่อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมเท่านั้น........อย่าเพิ่งยอมแพ้ครับ.......

แล้ว......ก็เลิกเขียนอะไรที่มันหดหู่อะไรพวกนั้นได้แล้ว......ใครไม่รู้สักคนก่อนหน้าผมไม่กี่อันนี้เขียนเกียวกับว่า.....พวกโกรธเป็นพวกบ้า....ดั้งนั้นแล้ว...ถ้าตอนนี้คุณเซ็งหรือเบื่ออะไรเกี่ยวกับพวกผม....ก็ไปหาอย่างอื่นทำสักพักก็ได้...คุณคงเล่น internet มานานพอๆกับผม...น่าจะมีประสบการณ์เกี่ยวกะเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว.......ผมเล่นบอร์ดมาตั้งแต่ Pantip.com เริ่มเปิดโน่นแนะ...ผมตีกับคนมามากมายแล้ว...แล้วผมก็ใช้ชื่อนี้มาตั้งแต่ตอนนั้นแล้วด้วย....เผื่อคุณจะเคยเจอกับผม.....:D....:D.......โชคดี....ถ้าอยากกินเหล้ากับผมบอกได้นะครับ....ผมเป็นลูกศิยษ์ของพี่ Tiger ที่ดื่มเหล้าเก่งที่สุดในภาคเลยครับ...:D...:D



Posted by : Death , Date : 2003-06-02 , Time : 15:37:08 , From IP : 172.29.3.94

ความคิดเห็นที่ : 131


   เพียงเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาก็ทำให้ผมพลาดกระทู้ Hot ขนาดนี้ไปได้ อ่านมาทั้งหมดแล้วก็น่าเห็นใจนะครับที่ภาคศัลย์นี้ ไม่มีความไว้วางใจกันเลย หรืออีกนัยคือต้องตั้งคำถามนะครับว่า อยู่กันอย่างไรจึงไม่มีความไว้วางใจกัน ? โดยส่วนตัวเท่าที่อ่านดู เหมือนหลาย ๆ ท่านที่ post ลงกระทู้นี้ ล้วนมีความขบถต่อระบบกันทั้งนั้น และที่ยิ่งกว่านั้นแต่ละคนก็มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ยึดมั่นในแนวทางของตน เหมือนสายพิณที่ตึงจนเกือบขาด
อย่าหาว่าผมจุ้นจานเลยนะครับ งัยสะก็ขอเสนอแนะความคิดหน่อยในฐานะที่เคยขบถต่อระบบมาเหมือนกัน

เรื่องนี้ถ้ามองให้ธรรมดาก็ธรรมดาล่ะครับแม้ว่ามันจะไม่ธรรมดา ผมพูดได้อย่างเดียวว่า ตราบเท่าที่คุณอยู่ในระบบราชการมันก็เป็นอย่างนี้แหละครับ เพราะ ระบบราชการไทยเป็นการบริหารแบบ Top Down โดยไม่สนใจว่าฝั่ง Bottom นั้นจะเป็นอย่างไร ไม่เคยมีการใช้ ระบบ TQM หรือ Benmarking มาตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงาน ว่าบุคคลากรหรือ ผลงานที่ได้นั้นมีประสิทธิภาพดีแค่ไหน อิงแอบระบบเจ้าขุนมูลนายตั้งแต่สมัยสมบูรณาญาสิทธิราชมาโดยมีนัยแอบแฝงอยู่อย่างเห็นได้ชัด บุคคลเบื่องล่างจึงมีหน้าที่เป็นมดงานที่มีสิทธิ์เพียงหมุนฟันเฟืองของระบบ

คงไม่แปลกที่ คุณ Phoenix จะไม่รู้สึกว่าต้องรับคำสั่งมากเท่ากับ พชท. ทั้งหลายเพราะผู้ที่มีตำแหน่งอาจารย์นั้นจะอยู่ในลักษณะก่ำกึ่งระหว่างการรับคำสั่ง กับความมีอิสระที่จะคิดและวางแผน มีความสามารถที่จะสร้างและจัดการระบบที่เป็นแบบที่ตัวเองต้องการได้ในระดับนึง แต่ต้องไม่ขัดหรือสร้างผลเสียหายให้กับระบบใหญ่ ความรู้สึกถูกบีบคั้นจึงมี่ไม่มาก

ด้วยเหตุนี้ โดยระบบหน้าที่ต้องเป็นมดงาน แต่กลับมีสมองความขับข้องหมองใจจึงเกิดแก่ พชท. โดยปฏิเสธไม่ได้ เพราะการศึกษาของแพทย์สอนให้เป็นผู้คิด ตัดสินใจและ management ให้เป็น แต่เมื่อมาเป็น พชท. กลับไม่สามารถเป็นผู้ติดสินใจหรือวางระบบได้อย่างที่ถูกสอนมา เรื่องนี้เกิดกับผู้ที่เพิ่งจบมาทำงานใหม่ ๆ เสมอ จนในที่สุดเมื่ออยู่ในระบบนาน ๆ ก็จะเข้าใจในสีเทา และ Death ไปกับระบบ ปิดตา ปิดหู ปิดปาก เป็นปลาที่ว่ายตามน้ำไปอีกตัวก็เท่านั้น หรืออาจจะหนีออกไปจากระบบเลยก็แล้วแต่ทางเลือกของแต่ล่ะคน

สำคัญไปกว่านั้นคือ พชท. อยู่ในภาวะที่มืดแปดด้านต่อการหาผู้ทำหน้าที่เป็นสื่อกลาง ที่จะนำความขับข้องหมองใจไปเสนอต่อเบื้องสูงเพื่อคลี่คลายความรู้สึกดังกล่าว รวมถึงไม่มั่นใจว่าจะเกิดผลอันใดขึ้นแม้จะมีผู้ทำหน้าที่เป็นสื่อแล้ว มองในแง่ดีนั้นถ้าเบื้องสูงใจกว้างและไม่มีอัตตามาก ก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มองในแง่กลาง ๆ เป็นแค่ลมปากเปล่า แต่ถ้าแง่ร้ายคงอาจถึงขั้นขึ้นบัญชีดำเอาไว้เพื่อจัดการในฐานะกบฏ

ผมไม่แปลกใจที่น้อง ๆ ที่มา post กันนั้นคิดเพียงแค่ขอได้ระบาย มากกว่าที่จะปฏิบัติให้เกิดผลจริงจัง เปรียบกับนักมวยพวกเค้าก็คงเคยเย็บมาหลายหน แต่ก็ไม่เกิดผลอันใด ไอ้ครั้นจะฮุคเลยก็เกรงจะถูกสวนกลับ เพราะชั้นเชิงยังน้อยและไม่มี Absolute Power อย่างฝ่ายตรงข้าม ตัวอย่างที่โดนน็อคก็เคยมีมาแล้วและที่สำคัญ พวกเค้าต้องการฝากผีฝากไข้กับระบบราชการนั้นเอง ถ้าทำอะไรรุนแรงไปอาจมีผลต่ออนาคตการงานได้จึง ทำตัวเป็น Anonymous ดีกว่า พร้อมกับภาวนาไปว่า ขอให้ได้มีโอกาสได้พบกับคนที่ใช้ Absolute Power โดยปราศจากอัตตา มาเป็นเบื้องสูงของตนด้วยเถิด........







Posted by : Mercury , Date : 2003-06-02 , Time : 16:01:18 , From IP : 172.29.1.195

ความคิดเห็นที่ : 132


   พี่อยากจะพูดประโยคเดียวกันว่า สักวันเมื่อ mature ขึ้น นายก็จะเข้าใจเหมือนกัน ยังไม่ได้ฟังซะทีว่า อยากให้เวรเป็นอย่างไร อยากให้ภาคเป็นอย่างไร ได้ฟังแต่เรื่อง matrix อ่ะ

Posted by : พี่ว่าว , Date : 2003-06-02 , Time : 16:12:59 , From IP : 133.1.67.161

ความคิดเห็นที่ : 133


    วันนี้เป็นวันทำการ เด็กๆเป็นยังไงกันบ้าง เป็นห่วงสวัสดิภาพจริงๆ
อยู่ห่างไกลทำอะไรไม่ได้ แต่ขอให้กำลังใจทุกคนก็แล้วกัน จะช่วยสวดมนต์ให้มีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น


Posted by : 178 , Date : 2003-06-02 , Time : 17:34:50 , From IP : proxy3.chula.ac.th

ความคิดเห็นที่ : 134


   178 อยู่ไกล แต่ไม่เห็นโทรมาคุยกันบ้างเลย ลืมแล้วหรือ วันหลังจะพาไปกินSizzlerอีก

Posted by : นิรนาม , Date : 2003-06-02 , Time : 17:42:15 , From IP : 172.29.3.111

ความคิดเห็นที่ : 135


   เมื่อเราตั้งความหวัง แน่นอนที่สุดที่เราจะเสี่ยงต่อการผิดหวัง

ผมเรียนคุณ Death ได้ครับถึงสาเหตุของความหดหู่ที่ใครๆก็น่าจะรู้สึก คือเมื่อแพทย์หยุดพูดถึงหลักการและเหตุผลอย่างเปิดเผย และเห็นชอบว่าเป็นวิธีที่พึงปฏิบัติ และการทำตามกฏระเบียบนั้นไม่มีอะไรดี มิสู้มาตั้งวง anonymous ด่าคนเล่นดีกกว่า แต่สิ่งที่หดหู่นั้นไม่ได้ต้องการให้ผมชี้ออกมาหรอกครับ มันแทรกซึมอยู่ทั่วไป ถ้ามครอ่านแล้วสบายใจขึ้น ต้องยอมรับว่าจิตใจแข็งแกร่งกว่าผมและคุณ Death มากทีเดียว

ผมยอมรับว่าเป็นความผิดของผมเองที่ได้บังอาจเสนอหน้าให้มีการแก้ไขอย่างมีหลักการและเหตุผล เป็นความผิดที่เกิดขึ้นเพราะความน้อยประสบการณ์และคาดไม่ถึงในทางที่มันส่งผลออกมา ใครจะคาดคิดว่าการเสนอให้ใช้เหตุผลจะทำให้มีการ personal attack เกิดขึ้นได้ คงไม่มีหรอกนะครับ

บางทีผมอาจจะไรเดียงสาเกินไปกว่าที่จะรู้ว่าปัจจุบันนี้เรานิยมทำกันอย่างไร แต่ก็ยังมองไม่เห็นอยู่ดีว่าทำไมเราถึงไม่อยากทำให้ระบบมัน work คนที่จะทำให้มัน work นั้นก็คือคนที่ต้องอาศัยในที่นั้น ทำงานในที่นั้นแหละครับ ถ้ารุ่นพี่รุ่นพ่อยังขับรถไม่เคารพกฏจราจร ก็อย่าฝันว่ารุ่นน้องรุ่นลูกจะมีความเข้าใจเรื่องกฏจราจร ผมเผอิญตั้งความหวังไว้ว่าสิ่งนี้ น่าจะชักจูงบัณฑิตซึ่งมีสติปัญญาสูงเข้าใจได้ ผมเผอิญคิดว่าการที่ผมไม่มีการได้เสียอะไรหรือรู้จักแพทย์ใช้ทุนเป็นการส่วนตัวเพียงพอที่อยากจะกลั่นแกล้ง และไม่มีเหตุผลอะไรที่จะทำให้เขาเหล่านั้นเป็นทุกข์ น่าจะพอเพียงที่ทำให้ผมปฏิบัติตนเป็นกลางได้

เป็นที่น่าผิดหวังที่คนที่ไม่เคยรู้จักผมมาก่อนเลยนั้นจะสรุปอย่างรวดเร็วว่าที่ผมเป็นอยู่ในขณะนี้เป็นเพราะ favouritism โดยที่ท่านเหล่านั้นไม่สนใจจะตรวจสอบความรู้ความสามารถของผมว่าผมนั้น deserve ในตำแหน่งที่เป็นอยู่รึเปล่า เป็นไปได้อย่างไรที่คนที่หายไปจากคณะเกือบ 10 ปี สามารถเพาะคนเกลียดชังได้รวดเร็วเพียงนี้ น่าจะเป็นการ break record

ผมคงคิดและทำเหมือนเดิมทุกประการก่อนหน้าที่จะมีกระทู้นี้แหละครับ ข้อมูลเพิ่มเติมที่ได้ในตอนนี้ก็คือหลายคนยังไม่พร้อมจะรับการแก้ไขปัญหาโดยหลักการและเหตุผล ก็ยอมรับความเป็นจริงครับ ดูๆแล้วจริงๆเขาก็มีความสุขกันดีอยู่ มีหรือไม่มีระบบ แต่ผมคงจะตั้งความหวังไปเรื่อยๆแหละครับ ใครเปลี่ยนได้ก็มา join the club รุ่นใหม่มาก็จะรีบเปิดรับสมัครเข้า club ก่อนที่ถูกแย่งตัวไป คงจะต้องรอพี่ว่าวกลับมาซะล่ะกระมัง แล้วจะมอบหน้าที่นี้ให้ครับ ดูจะมีหลักยืดหยุ่นและจิตวิทยาดีกว่าผม



Posted by : Phoenix , Date : 2003-06-02 , Time : 19:46:26 , From IP : 172.29.3.160

ความคิดเห็นที่ : 136


   ผมนั่งอ่านกระทู้นี้เป็นครั้งแรกครับ ผมใช้เวลา2ชั่วโมงไม่ลุกไปไหน เพราะผมคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจและมีประโยชน์ ผมเข้าใจว่าหมอส่วนใหญ่ที่จบไปทำงานคงมีโอกาสได้เป็นผู้นำอย่างน้อยที่สุดก็เป็นผู้นำทีมสุขภาพ ซึ่งแน่นอนที่สุดครับที่เราจะต้องบริหารจัดการทรัพยากรทุกอย่างที่เกี่ยวข้องใน process เพื่อให้เกิด outcome ตามเป้าหมายที่เราวางไว้ ผมเข้าใจว่าสิ่งที่มีความยากลำบากมากที่สุดส่วนหนึ่งเกิดจาก การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นครับ ขอให้เราพิจารณาแยกออกเป็น 2 ส่วนนะครับ
ส่วนที่ 1 เกี่ยวกับผู้บริหาร
ส่วนที่ 2 เกี่ยวกับผู้ปฏิบัติ
ผู้บริหารคือผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจ เป็นผู้วางระบบ ระเบียบ เพื่อให้ process ดำเนินไปให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ ผมเข้าใจว่าเป้าหมายของภาควิชาศัลย์คือ"เราจะเป็นภาควิชาศัลยศาตร์ที่ดีที่สุดในประเทศไทย(vision)หรือเป็นภาควิชาที่ดีที่สุดในโลก ...อะไรทำนองนี้ชึ่งผมเองก็ได้เห็นไม่ชัดเจนจึงขอโทษผู้อ่านด้วย..ผมเข้าใจว่าคุณ PHOENIX กำลังเล่นบทเป็นผู้บริหารหรืออาจจะเป็นตัวแทนของผู้บริหาร
ผู้ปฏิบัติ ผมเข้าใจว่าประกอบด้วยหลายฝ่าย ซึ่งรวมถึง พชท.ที่กำลังได้รับผลกระทบอย่างมาก
ปัญหาที่เกิดขึ้นเปรียบเสมือนกรณีตัวอย่างที่ที่น่าสนใจที่ผู้บริหารควรเก็บไปคิดและทำการบ้านอย่างหนักเพื่อหาทางแก้ปัญหาโดยด่วนที่สุดเพื่อให้ระบบขับคลื่อนไปด้วยดีเพื่อให้งานได้บรรลุถึงเป้าหมาย
คุณ PHOENIX ยืนกระต่ายขาเดียวว่าหลักการของคุณถูกต้องที่สุดแ้ล้ว แต่ผมคิดว่ามันเป็นสัญญานที่อันตรายมากที่สุด ขุนพลของจีนที่ยอมกลับไปตายเพื่อรักษาหลักการที่คุณยกตัวอย่างมานั้น เขาคิดถูกต้องเพียงส่วนเดียวและเขาคิดไปเองว่าผลลัพที่ออกมาจะเป็นเช่นนั้นซึ่งในความเป็นจริงเขาอาจคิดผิดเกือบทั้งหมด ผมขอยกตัวอย่าง ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าเคยทำทุกข์กริยาบทเพราะต้องการพ้นทุกข์เพราะเชื่อว่าวิธีการทรมาณตัวเองเป็นวิธีการที่ถูกต้อง จนแทบสิ้นชีวิตเพราะไปยึดหลักการจนเกินไป จนต้องเดือดร้อนถึงพระอินทร์ที่ต้องแบกพิน 3 สายมาแล่นให้พระพุทธเจ้าฟังพระพุทธเจ้าจึงมีสติและคิดแก้ไขได้ทัน
เฉกเช่นหลักการที่คุณ PHOENIX มีเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง แต่ปัญหามีอยู่ว่าเป็นการยากที่จะพูดได้อย่างเต็มภาคภูมิว่าหลักการที่ยึดถืออยู่ถูกต้องเหมาะสมเพียงพอแ้ล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักการที่ถูกคนท้วงติง
ผมไม่ได้บอกว่าคุณ PHOENIX คณไม่ต้องยึดหลักการหรอกแต่ตรงกันข้ามครับ ผมคิดว่าหลัการเป็นสิ่งที่จำเป็นโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักการประชาธิปไตยที่ฝ่ายบริหารจะต้องเคารพในความคิดเห็นที่เกิดจากความยากลำบากและเกิดจากปัญหาของผู้ปฏิบัติ


Posted by : พินสามสาย , Date : 2003-06-02 , Time : 20:48:28 , From IP : 172.29.2.87

ความคิดเห็นที่ : 137


   ความเห็นของผมกับพี่นกไฟ
1. สมัยก่อนผมหวังว่าพี่นกไฟ เหมือนกับ"สส."ครับ ช่วยเป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชน ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างไร ก็อาศัยสส.ช่วยส่งต่อไปยังรัฐบาล แต่จากวันนั้นถึงวันนี้ผมเปลี่ยนความคิดนั้นไปแล้วครับ ขณะนี้ผมเปรียบคุณนกไฟเหมือน"โฆษกรัฐบาล"มากกว่า มีหน้าที่นำนโยบายหรือคำสั่งต่างๆ มาแจ้งให้ประชาชนทราบและปฏิบัติตาม มีสื่อมวลชนสงสัยอะไรซักถาม ก็ตอบว่า "จะรับไว้พิจารณา" และแล้ว เหตุการณ์ก็เป็นเหมือนเดิม เพียงแต่ให้ประชาชนรู้สึกสบายใจเท่านั้นว่ารัฐบาลได้รับเรื่องไว้แล้ว แล้วทุกอย่างก็เหมือนเดิม อย่างไรก็ตามโฆษกก็คือโฆษก เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าในปัจจุบันหากต้องการให้เรื่องถึงรัฐบาลรับรู้ปัญหาประชาชนจึงไปใช้สื่อแทน
2.ในโลกนี้มีสองด้านเสมอครับ เหมือน"หยินกับหยาง" ขาวกับดำ ร้อนกับเย็นเสมอ แปลความได้หลายนัย
2.1 ทุกอย่างเกิดขึ้นจากความสมดุลย์ (optimum) ของหยินกับหยาง หนาวเกินไปก็แย่ ร้อนเกินไปก็อยู่ไม่ได้ เหมือนสายพิณ ต้องไม่ตึงเกินไป ไม่หย่อนเกินไป เสียงจึงออกมาดี แต่ณ ขณะนี้ผมคิดว่าภาควิชาศัลย์เริ่ม "ตึงเกินไป"แล้ว
2.2 ทุกอย่างมีสองด้านควรจะมองให้เห็นทั้ง2ด้านครับ เช่นการประชุมพชท.ที่พชท.เข้าน้อยลง อย่าคิดแต่เพียงว่าพวกนั้นไม่ดี ไม่ให้ความร่วมมีอ แต่อีกด้านหนึ่ง อาจเป็นเพราะว่าการประชุมนั้นอาจได้ประโยชน์น้อย ก็ได้ เหมือนกับเป็นเพียงสภากาแฟ ไม่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ
3.การทำอะไรตวรมีหลักการและเหตุผลจริงครับ แต่ต้องอยู่ในความเป็นจริงครับ
4.อิสระเสรีภาพมีจริงหรือเปล่าผมยังสงสัย
5.พี่นกไฟสามารถจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้จริงหรือ?
6.politic ได้นำมาใช้ที่อื่นหรือเปล่านอกจากกับพชท?
นี่เป็นหนึ่งในความคิดของผม ปัญหาที่เป็นที่มาของการลาออกของแพทย์ใช้ทุนมันใหญ่กว่าที่หลายคนคิด ผมเป็นคนหนึ่งที่นับถือพี่นกไฟ และทราบว่าพี่หวังดีกับพชทและภาควิชาครับแต่ว่านกที่มีอิสระในกรงใหญ่อย่างไรก็ไม่มีอิสระอยู่ดีครับ ขอโทษด้วยถ้อยคำเหล่านี้ทำให้พี่โกรธหรือท้อใจ แต่นี่เป็นเพียงความเห็นเล็กๆของผมไม่ได้มีประสงค์ร้ายครับ


Posted by : ร่วมด้วยช่วยกันล่ม , Date : 2003-06-02 , Time : 20:52:59 , From IP : 172.29.3.123

ความคิดเห็นที่ : 138


   ในกระทู้ต่อๆไป ผมจะไม่กล่าวอ้างถึงใครอีก จะพูดถึงในแต่ในเรื่องหัวข้อและทางแก้ไข ที่เป็นนามธรรม และรูปธรรม ในบางครั้ง จะได้ไม่เฉพาะเจาะจงผู้ใด


Posted by : ร่วมด้วยช่วยกันล่ม , Date : 2003-06-02 , Time : 21:08:21 , From IP : 172.29.3.123

ความคิดเห็นที่ : 139


   สส.นั้นสามารถจะทำงานได้ต่อเมื่อเขาทราบว่าเขากำลัง represent ให้ใครครับ และหน้าที่ของ สส.ที่เป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชนนั้นเขาต้องไปทำหน้าที่ "ในสภา" และการนำเสนอในสภานั้นต้องมีเหตุผลและหลักการ

คุณ"ร่วมด้วยช่วยกันล่ม" อาจจะสามารถแนะนำผมได้ว่า ในสภาเวลาที่สส.เขาทำงานและจะเรียกร้องให้ประชาชนที่เขา represent นั้น เขาทำโดยมีหลักการไปนำเสนอ และมีเหตุผลหรือไม่ และอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อ สส.คนไหนก็ตามนำเรื่องของผู้ที่ตนเอง represent เสนอเรื่องต่อสภาโดยชี้แจงว่า
๑) คนที่ผม represent ไม่สามารถชี้แจงตัวคนได้ ไม่มีลายเซ็น ไม่มีรายชื่อ
๒) เรื่องที่ผมนำเสนอต่อไปนี้ ขอให้ปฏิบัติโดยไม่ยึดกับหลักการและเหตุผล
๓) หากสภาไม่ทำตามที่กระผมยื่นคำขาด ประชาชนที่ผม represent ขอลาออกจากสมาชิกภาพของประเทศทันที

ถ้าหากคุณ "ร่วมด้วยช่วยกันล่ม" ย้อนกลับไปยังข้อเสนอของผมอีกครั้ง ผมไม่ได้ "สั่ง" หรือเป็น "ฆ้อง" ของภาควิชาฯว่าแพทย์ใช้ทุน "ต้อง" ทำอะไร แต่ที่ผมเสนอคือขอให้เขา "ใช้หลักการและเหตุผล" มานำเสนอ ผมยินดีที่จะจัด session ให้ทันที (ซึ่งตอนนี้ถูกปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงไปเรียนบร้อยแล้วโดยประชาชน) พอผมเปิด session ให้ทั้ง "ถาม และ เสนอข้อคิดเห็น" ประชาชนได้ "สรุป" ไปก่อนเรียบร้อยแล้วว่าผมไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะ represent และมีค่าเป็นแค่หมาตัวนึงในสายตาของบางทัน เรื่องก็คงจบเพียงแค่นั้น

ถามย้อนกลับคุณ "ร่วมด้วยช่วยกันล่ม" อีกบางคำถาม เพื่อที่ช่วยในการวิเคราะห็และสังเคราะห์
๑) ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงกระทู้ที่ผมเสนอทางแก้ไข และวิธีการดำเนินการนั้น ไม่ทราบว่าจะ "qualify" เป็นความพยายามที่ผมจะรวบรวมข้อมูลเพื่อที่จะไปนำเสนอหรือไม่?
๒) อยากจะให้คุณ "ร่วมด้วยช่วยกันล่ม" กรุณานับจำนวนครั้งที่ผมขอให้ "clarify the points และ เหตุผลประกอบ" เพื่อที่จะนำไปประกอบการเสนอแนะการแก้ไข และคำตอบที่ได้คืออะไร?
๓) ตลอดเวลาที่ผ่านมามีกี่ครั้งที่ผมขอให้มีความไว้ใจ แต่ถูกมองเป็น secret agent หรือไส้ศึก อย่างที่เป็นอยู่ ใครสามารถจะทำหน้าที่เป็นสส.ได้อย่างที่ต้องการ?
๔) ไม่ทราบว่าการเป็น สส. ในสายตาและ concept ของคุณ "ร่วมด้วยช่วยกันล่ม" เป็นการทำงาน "โดยระบบ ด้วยเหตุผลและหลักการ" หรือเป็นการทำงานโดย "ไม่มีระบบ ไม้ต้องมีเหตุผล และไม่ต้องมีหลักการ"?
๕) สส. สามารถ "รับปาก" ประชาชนได้มากน้อยแค่ไหนว่าข้อเสนอหรือกฏหมายจะผ่าน? สส.ผู้ใดสามารถรับปากร้อยเปอร์เซนต์ว่าข้อเสนอที่ส่งไปจะกลายเป็นกฏหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นข้อเสนอที่ไม่มีหลักการ ไม่มีเหตุผล ผนวกด้วยคำขู่เรียบร้อยว่าจะลาออกถ้าไม่ได้ดังใจ?
๖) เมื่อ สส.ถูกมัดมือ ไม่ให้อาวุธ ที่จะไปใช่ในสภา ดูถูกว่าไม่ใช่คน ตราหน้าว่าไม่มีคุณสมบัติ นั่นเป็นทางที่จะทำให้ สส.ทำงานได้หรือไม่ได้?

คำเปรียบเทียบของคุณ "ร่วมด้วยช่วยกันล่ม" เกือบจะเป็น sarcasm หรือการประชดประชัน เพราะสิ่งที่ผมกำลังจะถูกอุปโลกให้ represent นั้น ไม่ได้อำนวยอะไรเลยในการที่ผมจะทำหน้าที่เปน สส.

เมื่อ "สภากาแฟ" มีเป็นเวทีการถามหรือการแสดงออกอยู่แล้ว แต่ประชาชนเลือกไม่ใช้ กลับแถลงการณ์มาก่อนว่า "ไม่มีเวที ไม่มีที่จะถาม"

เมื่อ "สภากาแฟ" มีให้แพทย์ใช้ทุน set เมื่อไหร่ก็ได้ จะถามว่าคำสั่งอะไรมีที่มาเป็นอย่างไร แต่ประชาชน "เลือกที่จะไม่ถาม" และแถลงการณ์ออกมาว่ารัฐบาลมีแต่ "คำสั่ง" และ "ไม่สามารถจะหาเหตุผลประกอบได้" นั้นเป็นความจริงเพียงไร?

เรียนคุณพิณสามสาย,

ผมเกรงว่าคุณ miss อะไรบางประการไป คุณ PHOENIX ยืนกระต่ายขาเดียวว่าหลักการของคุณถูกต้องที่สุดแ้ล้ว แต่ผมคิดว่ามันเป็นสัญญานที่อันตรายมากที่สุด หลักการ "ของผม" นั้นมีอย่างเดียวครับที่พูดมา คือ "ขอให้มีหลักการและเหตุผล" เพราะว่าถ้าเราไม่มีที่ว่านี้ เราจะอภิปรายกันได้อย่างไร? เป็นสัญญาณอันตรายมากที่สุดที่ผมขอร้องว่าให้พูดด้วยหลักการและเหตุผลกระนั้นหรือ?
ตัวอย่างของขุนพลจีนนั้นมีทางเลือกสองสายครับ คือระหว่างไม่มีหลักการ และมีหลักการ เราไม่ทราบว่าถ้างักฮุยเลือกสายไม่มีหลักการแล้วจะเกิดอะขึ้นในความเป็นจริง เผอิญท่านเลือกสายหลักการ และผลที่ได้คือท่านดำรงความเป็นตัวอย่างให้แก่อนุชนรุ่นหลังของประเทศจีนจวบจนทุกวันนี้ มีศาลเจ้าบูชาท่านทุกหัวระแหง คุณพิณสามสายมีสิทธิ์ที่จะ speculate ว่าถ้าท่านขุนพลเลือกสายไม่มีหลักการและก่อกบฏน่าจะดีกว่า แต่นั่นไม่มี evidence เพราะประวัติศาสตร์เกิดขึ้นอย่างที่เกิด
พระพุทธเจ้าท่านลอง trial and error และที่สุดก้ประสบความสำเร็จ แต่นั่นก้ base on หลักการและเหตุผล จะเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจมากที่เดียวหากใครจะบอกว่าพุทธศาสนาไม่ยึดในหลักการและเหตุผล Systmeatic tral and error ที่เจ้าชายสิทธัตถะได้ทำนั้นเป็น scientific experiment ที่ใช้การ rule out and rule in และการทดลองอย่างเป็นระบบ น่าจะเป็นที่เสียดายมากหากเกิดการสรุปว่าพุทธศาสนานั้นไม่มีหลักการและระบบหรือเหตุผลอย่างสิ้นเชิง



Posted by : Phoenix , Date : 2003-06-02 , Time : 22:07:05 , From IP : 172.29.3.208

ความคิดเห็นที่ : 140


   ผมย้อนกลับไปอ่าน มีอีกหลักการที่ผมได้อ้างถึงและขอให้ยึดถือนั่นคือหลักการของสมเด็จพระราชบิดาเรื่องการเป็นแพทย์ รู้สึกว่าที่ผมพูดมาทั้งหมดและขอให้มีหลักการและเหตุผล (และถูกปฏิเสธ ไม่ยอมรับว่าควรจะมีหรือประพฤติ) ก็มีสองประเด็นแค่นี้แหละครับ
๑) ขอให้มีหลักการและเหตุผล
๒) ขอให้สอดคล้องกับหลักปรัชญาของสมเด็จพระราชบิดาฯ
ถ้าใครไม่เชื่อว่าที่ผมขอมีแค่นี้ ลองอ่านดูใหม่ก็ได้นะครับ

เอ้อ...ที่ว่าพระอินทร์มาปลุกให้พระพุทธเจ้ารู้ตัวนั่น ผม "เชื่อ" อย่างยิ่งว่าเป็นสายพราหมณ์พยายามจะ discredit พุทธศาสนา ตัวกระผมเองเชื่อว่าท่าน "ตื่น" เองครับ ไม่ต้องมีพิณสามสายบรรเลงโดยสมมติเทพซึ่งยังติดอยู่กับกิเลสอย่างพระอินทร์หรอก แต่อันนี้คงจะพิสูจน์ยากอยู่เหมือนกันว่าใครถูกใครผิด



Posted by : Phoenix , Date : 2003-06-02 , Time : 22:25:26 , From IP : 172.29.3.208

ความคิดเห็นที่ : 141


   .......เรียนคุณ Phoenix อ่านเรื่องสั้นที่ผมแต่งเองดูนิดนะครับ....:D...:D

(เรื่องต่อไปนี้ไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลหรือเหตุการณ์ที่มีอยู่จริง)

.....กลางดึกคืนนึง.....Ramboหนุ่มน้อย...เพิ่งเลิกจากการยืนยามที่หน้าป่าช้าวัด....ต้องไปยืนยามต่อหน้าป่าช้าวัดอีกที่นึง......เริ่มรู้สึกว่าไม่ไหว..."เอ๊ะ ไปนวดดีไหมหว่า?" Rambo หนุ่มน้อยคิดในใจ....."ไม่ได้...ไม่ได้...." Rambo หนุ่มน้อยได้ยินเสียงมรรคทายกพี่ว่าวของอีกวัดแว่วเข้าในมาหูด้านซ้าย...."เอ๊ะ กูประสาทหลอนอีกแล้ว" Ramboหนุ่มน้อยคิดในใจ...แต่เสียงนั้นยังแว่วไม่หยุด...."ไอ้ห.Rambo เดี๋ยวปัดพ่อไล่ออกไปยืนยามข้างรถสูบส้วมเลย".....Rambo หนุ่มน้อยเริ่มกลัว......จึงรีบขี่ BMW Series 5 คันโปรดรีบบึ่งไปอีกวัดเพื่อไปยืนยามทันที......."แต่กูไม่ไหวหวะ" Rambo หนุ่มน้อยคิดในใจอีกแล้ว....เมื่อไม่รู้จะทำไงดี.....จึงคว้าเอายาขยันสูตรเด็ดที่ได้มาจากไอ้หนุ่มVicrylเมื่อ 2 คืนก่อนตอนไปนวดกันเองออกมาจากถังขยะท้ายรถ....ซัดเข้าปากไปเกือบหนึ่งกำมือพร้อมเครื่องดื่มบำรุงกำลังยี่ห้อกำลังฮิต"ร่วมด้วยช่วยกันล่ม"อีกกว่า2ลัง....เกือบๆ 50 ขวด......หลังโด๊ปได้ที่....Rambo หนุ่มน้อยรีบซิ่งรถพร้อมสติและความยั้งคิดที่ขาดลงที่ละน้อยไปอย่างเร็ว....ปรากฏว่าเกิดพลิกคว่ำเนื่องจากประสาทเริ่มหลอนขับๆไปเห็นพี่ว่าวมรรคทายกอีกวัดยืนขวางถนนอยู่....รถพลิกคว่ำเกือบ 30 ตลบแหลกยับเยินไม่มีชิ้นดี....พร้อมกับร่างของ Rambo หนุ่มน้อยหลุดออกมาจากรถพร้อมปืนเอ็ม 16 คู่ชีพ 2 กระบอก พร้อมกระสุนอีก 20,000 นัด......Rambo หนุ่มน้อยค่อยๆยืนขึ้น....ควานหาปืนคู่ฃีพ....ตาเริ่มขวาง....สติของ Rambo หนุ่มน้อยถูกครอบงำอย่างสิ้นเชิง....หวนคิดไปถึงตอนทำงานก่อนหน้าเป็นยาม...สมัยที่ยังเป็นเทศบาลรับสูบส้วม....จึงรีบโพกผ้าที่หัวด้วยถุงเครื่องดื่ม"ร่วมด้วยช่วยกันล่ม" กระชับปืนคู่กยพร้อมทั้งโหลดกระสุนพร้อม......เดินตรงไปห้างสรรพสินค้า"megumi"ที่ขายทุกอย่างตั้งแต่หมาขี้เรื่อนยันกระสวยอวกาศที่ตั้งอยู่ข้างถนนที่รถคว่ำ.......กระโดดถีบพังประตูเข้าไปพร้อมกับตะโกนเสียงดังลั่น...."สูบส้วมไหมคร้าบบบบบ".......ปรากฏว่าคนในห้างพากันตาลีตาเหลือก.....วิ่งหนีกันอลหม่าน....Rambo หนุ่มน้อยตกใจประสานหลอนย้อนกลับไปตอนเป็นกรรมกรก่อสร้างส้วมสาธารณะก่อนจะถูกไล่ออกเพราะมัวแต่ไปพี้ยาจนประสาทหลอนว่าได้เป็นนักสูบส้วมสุดเท่ที่สุดในประเทศสารขันธ์.....วิ่งตรงฝ่าฝูงคนเข้าไป....พบกับ Prolene วิ่งสวนออกมา.....ทั้งสองประจันหน้ากัน...Rambo หนุ่มน้อยชักปืนออกมาและตะโกนสุดเสียง......"สูบส้วมไหมคร๊าบบบบบบบบบบ".......Prolene กำลังงงจีงรีบตะโกนออกไป......."ไม่เอาไอ้บ้า....".....Rambo หนุ่มน้อยกราดกระสุนแบบไม่เลี้ยง....."ปัง ปัง ปัง ปัง"......ร่างของ Prolene ร่วงลงไปจมกองเลือด....."ขอบคุณคร๊าบบบบบบบ" Rambo หนุ่มน้อยตะโกนก่อนจะออกวิ่งต่อไป........Tiger พี่เสือมาดเท่กำลังวิ่งตาเหลือกออกมาเห็นเหตุการณ์พอดี....ด้วยไหวพริบสุดเท่จึงตะโกนใส่ Rambo หนุ่มน้อยว่า....."คุณมีเหตุผลที่จะมาสูบส้วมบ้านผมหรือเปล่า"........ได้ผล....Rambo หนุ่มน้อยกำลังอึ้ง.....พี่เสือได้ทีจึงรีบเผ่น....Rambo หนุ่มน้อยตาขวางเริ่มสับสนมากขึ้นหันหลังกลับมาพร้อมตะโกนว่า..."ไม่รู้หละ..กูจะสูบส้วมก็แล้วกัน..ไม่มีเหตุผลโว๊ย."......แล้วก็เริ่มต้นยิงแบบบ้าคลั่งอีกครั้ง......หัวพี่เสือมาดเท่ของเรากระจุยไปแถบนึงพร้อมกับเลือดที่พี่เสือคุยนักคุยหนาว่าเป็นเหล้าชั้นดีพุ่งออกมา.......ปรากฏว่าเป็นนมแทน..... Rambo หนุ่มน้อยวิ่งขึ้นขั้นสองพร้อมกับตั้งปณิธานว่าจะสูบส้วมให้หมดทั้งประเทศให้ได้.....ขนะกำลังวิ่งอยู่ปรากฏว่ามีเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น.....เป็นเมโลดีของเพลง "I will survive" ที่ Rambo ชอบนักชอบหนา.... Rambo หนุ่มน้อยหยุดวิ่งพร้อมกับควงปืนเหน็บไว้บนหลังโดยพยายามคิดว่านั่นคือสายยางสูบส้วม...ควักโทรศัพท์ออกมาจากกางเกงแล้วกดรับ.....เป็นเสียงสุดโหดของพี่ว่าวดังมาตามสาย......"ไอ้ Rambo เมื่อไหร่ลื้อจะมายืนยามวะ....."........ Rambo หนุ่มน้อยตาเหลือกอีกครั้งพร้อมประสาทกลับมาคงที่อีกครัง.........พร้อมๆกับปลั๊กที่หัวถูกถอดออก.....Rambo ตื่นมาขึ้นมาในยานโกโรโกโสลำนึง...พร้อมกับมีคนดำหัวโล้นหน้าตาคล้ายๆ Morpheus จาก Matrix พูดออกมาว่า..." ตายห่า Trinity เราเอามาผิดคนแล้ว.....".....................

จบครับ.....อาจจะมีภาคต่อ.....Rambo: Reloaded.....:D..:D.....อาจจะมีนะ....อาจจะมี....:D...:D



Posted by : Death , Date : 2003-06-03 , Time : 00:23:50 , From IP : r76-skaHS1.S.loxinfo

ความคิดเห็นที่ : 142


   I"ll most certainly be watching the next episode!!

Thanks very much, Death. You are really a talented man.



Posted by : Phoenix , Date : 2003-06-03 , Time : 00:30:22 , From IP : 172.29.3.208

ความคิดเห็นที่ : 143


   ไม่เคยเปรียบคุณ Phoenix เป็นสุนัขเลย ลองไปอ่านที่ post ให้ดี จะเห็นว่าเป็นคำถามที่ถามทุกคนว่า รู้จัก ....รับใช้ไหม ให้ช่วยอธิบายด้วย อีกเรื่องก็ คือคุณ Phoenix ยังอ่อนต่อโลกที่นี่เกินไป ก่อนที่คุณจะไปต่างประเทศ มีคนรุ่นเก่าเล่าให้ฟังว่าคุณก็โดนคนคนนี้ ปฎิบัติกับคุณเหมือนกับคุณเป็นตัวอะไรก็ไม่รู้ คุณอย่าเถียงว่าไม่จริง ถ้าคุณปฎิเสธ เราก็เลิกpost กันอย่างสร้างสรร เพราะข้อมูลที่ได้มาจริงแน่นอน มีคนเห็นกับตาและเกิดเป็นประจำด้วย คูณทราบหรือไม่คนแบบนี้ไม่เคยเปลี่ยนนิสัยเลย เดี๋ยวนี้ยิ่งกวาแต่ก่อนอีก ไม้แก่ดัดยาก และเขาทำได้แนบเนียนหลอกผู้ใหญ่ได้ด้วย คุณเองก็เริ่มฃึมฃับตัวอย่างที่ไม่ดีโดยคุณไม่รู้สึกตัว เช่นพูดว่าคุณภาพคับแก้วบ้าง พูดว่าพชท.ขี้เกียจเอาแต่ดูvdo และไปอยู่เวร ร.พ.เอกชน ฃึ่งคำพูดแบบนี้ไม่ดีเลย พชท.ศัลย์งานหนักเราก็รู้อยู่ เพราะคนบางคนชอบพูดแบบนี้เป็นประจำ มันบ่งบอกถึงสันดานที่ไม่ดี ทั้งที่ตัวเองก็ทำร.พ.เอกชนตั้ง3 แห่ง
คนบางคนไม่สามารถเปลี่ยนนิสัยได้แล้วเพราะมันเป็นสันดาน ฃึ่งความนับถือต่อเขา ไม่เหลือแล้ว รู้จักไหมครับ ฃาตานในคราบนักบุญ เหตุการณ์ครั้งนี้คิดว่าเขาไม่น่าเหลืออะไรแล้ว จะเอาความภาคภูมิใจที่ไหนมายืดได้อีก(แต่ตัวเขาอาจไม่คิดแบบนี้ เพราะอาจโทษพวกผมว่าไอ้ พวกขี้เกียจ ไม่รักดี ไม่สู้งาน)
อาจารย์นกไฟ จำไว้ว่า เรายังเคารพและเห็นใจอาจารย์ แต่เชื่อเถอะ อาจารย์ช่วยพวกเราไม่ได้หรอก ยกเว้นแต่จะมีคำสั่งเบื้องบนอนุญาตฺ อาจเพราะเพื่อรักษาหน้าอาจารย์หรือดึงอาจารย์ไว้หลอกใช้ทำงานต่อไป


Posted by : แรมโบ้ , Date : 2003-06-03 , Time : 00:35:38 , From IP : r154-skaHS1.S.loxinf

ความคิดเห็นที่ : 144


   เท่าที่อ่านมา ตอนนี้ปัญหาอยู่ที่เรื่องการทำงานที่ไม่เหมาะสม ทั้งบทบาท หน้าที่ต่างๆ และ workload และjudgement ในการทำงาน ซึ่งต่างฝ่ายต่างโจมตีกันและกัน และยังคิดว่าหลักการและเหตุผลของตนเองเป็นสิ่งที่ถูกที่สุด แล้วทำไมพวกเราทั้งหมดที่ร่วมกัน post เนี่ย ช่วยกันแก้ไขให้มันดี เราอาจจะต้องยอมรับข้อเสนอบางอย่างที่เราไม่ favor ที่จะทำมันมากนัก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราต้องได้ ตอบสนองที่ดีด้วย ไม่ใช่ว่าจะใช้เราทำงาน ทำงานให้มากที่สุด เพื่อที่ตัวเองจะสบาย ได้รับการนับหน้าถือตาจากสังคม แต่คุณรู้หรือเปปล่า คนที่ทำงานอยู่เบื้องหลังเหน็ดเหนื่อยแค่ไหน แล้วพวกเค้าเหล่านั้นมีความต้องการอะรบ้าง คุณได้ตอบแทอะไรพวกเค้าบ้างครับ หรือจะใช้งานให้พววกมันตาย แล้วรอแพทย์ใช้ทนรุ่นใหม่ เข้ามารองมือรองเท้าคุณอีก เพื่อที่คุณจะได้เชิดหน้าชูตาในวงสังคม ว่ากูเก่ง กูแน่ กูทำมาแล้ว ซึ่งผลงานของคุณเหล่านั้นบางอย่างก็มาจากการที่เราเหล่าแพทย์ใช้ทนเนี่ยช่วยกันทำให้ และส่งพวกคุณขึ้นไปเชิดหน้าชูตาในสวรรค์ชั้นฟ้า ที่ๆซึ่งเป็นเขตต้องห้ามของเรา พวกเราทำงานกันเหนื่อยแทบตาย พอพลาดนิพลาดหน่อย กลับโดนต่อว่า แทนที่จะให้คำแนะนำ สั่งสอน หรืออะไรก็ตามที น่าจะมีประโยช์กว่าการที่จะ blame เพื่อคาดหวังว่าพวกมันจะเก็บไปคิดแล้วพิจารณาตัวเองและปรับปรุงได้ ไม่ใช้ 100% การให้ positive or negative reinforcement ที่เหมาะสม น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า พวกคุณจะอ้างว่าระบบมันเป็นมาอย่างนี้แล้วเราต้องปฏิบัติตาม ทั้งหมด แสดงว่าคุณคิดผิดแล้ว คุณควรเอาใจเขามาใส่ใจเรา อย่างที่หลายคนบอก ลองไม่มีพวกเราอยู่ คุณทำงานเองทั้งหมด คุณทำงานได้หรือเปล่าหล่ะ ก็ไม่ได้ทั้งหมดหรอก รับรองได้ เพราะปัจจุบันงานต่างๆในภาคมันมากมายเหลือเกิน โปรดรับไว้พิจารณาด้วย
เห็นใจคนทำงานบ้าง 3 วันดี 4 วันป่วย และอีกไม่กี่วันพวกเค้าเหล่านั้นกำลังจะตาย

ฝากด้วยนะครับ


Posted by : cigarette smoking man , Date : 2003-06-03 , Time : 01:10:02 , From IP : 172.29.3.223

ความคิดเห็นที่ : 145


   คุณเองก็เริ่มฃึมฃับตัวอย่างที่ไม่ดีโดยคุณไม่รู้สึกตัว เช่นพูดว่าคุณภาพคับแก้วบ้าง พูดว่าพชท.ขี้เกียจเอาแต่ดูvdo และไปอยู่เวร ร.พ.เอกชน

ข้อมูลที่คุณ RaMBO ได้มาและกำลังจะยัดใส่ปากผมนี้ได้มาจากคนที่โกหกหน้าด้านๆอย่างแน่นอนครับ ผมค่อนข้างมั่นใจว่าการวิจารณ์แพทย์ใช้ทุนของผมทุกครั้งมีผู้รู้เห็นมากพอสมควร และเคยมีคำพูดหมาๆอย่างที่ว่าออกมาจากปากผมบ้างหรือไม่ ผมโผล่หัวไปห้องพักแพทย์ใช้ทุนอยู่แค่สองครั้งซึ่งไม่มีใครดูทีวีอยู่เลย ไม่ต้องพูดถึงวิดีโอ เวรเอกชนนั้นผมจะไปเสือกแส่กับเรื่องชาวบ้านทำไม ผมเกรงว่าแหล่งข่าวของคุณ Rambo นั้นไม่ได้หวังดีต่อเราทั้งสองคนมากที่สุดครับ

ถ้าจะมีพชท.ที่ขี้เกียจ ดูวิดีโอ เล่นคอมพิวเตอร์เกม และอ่านการ์ตูน มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของมอ.ออ. พชท.คนนั้นคือผมเองครับ ผมนั่งอ่านการ์ตูนที่โรงอาหารเก่าทุกวันจนรู้จักกันทั้งโรงพยาบาล บริจาคการ์ตูนให้เจ้าหน้าที่ภาคฯกว่าสองพันเล่มก่อนผมไปเรียน ผมเล่นวิดีโอเกม beat รุ่นน้องรุ่นพี่ทุกคนในรุ่น และมีสองเครื่องที่เป็นของผมทิ้งไว้เป็นมรดก ไม่ทราบว่ายังอยู่หรือเปล่า แตเเผอิญอย่างอื่นผม qualified และฝรั่งเห็นว่าผม trainable ก้เลยรับไปฝึกอบรม

คุณ Rambo อาจจะไม่รู้ตัวว่าคนที่เปลี่ยนจากประเด็นเรื่องทั่วไปหรือหลักการมาเป็นการทำ personal attack นั้นมีน้อยมากบนกระทู้ที่มากกว่าร้อยอันนี้ พอจะทราบไหมครับว่าใคร? มีการกล่าวกันมากมายในหลายๆกระทู้ถึง "ข้อตกลงอย่างสุภาพชน" เรื่องการไม่ทำ personal attack on the public platform ที่เป็นการกระทำลับหลังของบุคคลดก็ตาม เพราะการทำเช่นนั้นมันไม่ใช่สุภาพชนเขาทำกัน ไม่เชื่อลองถามคุณ Death ผูอาวุโสบนกระดานข่าวก็ได้ว่า Code of Conduct ที่ว่านี้มีจริงหรือไม่

ถ้าคุณ Rambo อ่านที่ผมเขียนไว้ในอีกกระทู้หนึ่งเรื่องรักสถาบัน (เอ...หรือเรื่องกตัญญูหว่า?) ผมอยากจะเรียนให้ทราบว่าคนบางคนนั้นต้องรู้จักเลยภายนอกเข้าไปครับ จึงจะรู้จริง ผมจบจากศิริราชมา ผม "เข้าใจ" ว่าระบบเก่าที่อาจารย์รุ่นเดอะเขาพูดกับ residents นั้นพูดกันอย่างไร คนภายนอกเห็นการพูดแบบนั้นถ้าไม่รู้มาก่อนก็คงจะเข้าใจเหมื่อนๆกัน แต่ผมมีความมั่นใจว่าศิษย์ศิริราชหลายๆท่านทราบว่าครูที่ดุที่สุดทางวาจาไม่ได้อยู่ที่มอ.ออ.แน่นอน ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับที่ผมเคยพูดไปหลายครั้งหลายหน สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งเห็นโคลนตม คนหนึ่งเห็นดวงดาวอยู่พร่าวพราย ถึงแม้ว่าผมจะไม่มีวิธีการแสดงออกแบบนั้น แต่ภายหลังผมพบว่ามีบ้าง VALUE และบาง Ambition ที่เราสามารถจะทำงานร่วมกันได้ ไม่ทราบว่าคุณ Rambo เข้าใจไหมครับ VALUE and AMBITION?

ผมไม่แน่ว่าควรจะถามหรือเปล่า จะตอบหรือไม่ตอบก็ได้นะครับ ดูจาก IP address ของคุณ Rambo และอื่นๆเช่นเวลาที่ส่งกระทู้ คุณ Rambo เป็นแพทย์ใช้ทุนหรือแพทย์ประจำบ้านมอ.ออ.จริงๆหรือครับ? ไม่ต้อง identify ตัวเองก้ได้ เอาแค่เป็นหรือไม่เป็นก็พอ




Posted by : Phoenix , Date : 2003-06-03 , Time : 01:18:57 , From IP : 172.29.3.208

ความคิดเห็นที่ : 146


   คุณ cigarette...ครับ

ปัญหาอยู่ที่ผมไม่เคยพูดว่าระบบเดิมดี แต่ผมพูดเองด้วยซ้ำไปว่าระบบมันยังไม่ดี ผมขอให้มาพบกันเพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นแต่ถูกปฏิเสธว่าทำเช่นนั้นไม่ได้ ไม่สามารถจะนำเสนอหลักการและเหตุผลได้ ผมไม่ว่าอะไรคุณหรอกนะครับเพราะกระทู้มันยาว และยากขึ้นเรื่อยๆสำหรับคนที่เข้ามาใหม่จะ grap concept ของทั้งสองฝ่ายได้ครบถ้วน

ผมไม่เคยใช้เหตุผลว่าเพราะเราทำมายังงี้ๆ เราจึงเปลี่ยนไม่ได้อีกด้วย รู้สึก impression ว่าผมคิดอย่างไร และที่สำคัญว่าผมพูดอะไรออกไปบ้างจะถูกกระบวนการกลั่นและspin ออก out of the context ทีเดียว

ผมพูดไปแล้วว่าเราไม่ได้ต้องการให้คนลาออกอย่างแน่นอน อาชีพของเราเป็นครู และเราต้องการให้ลูกศิษย์จบได้อย่างมีมาตรฐานสูงที่สุดเท่าที่เราสามารถจะอำนวยได้ ผมนั้นไม่อยู่ในฐานะที่จะเป็นกูเก่ง กูแน่ อะไรนั่นอีกต่อไปแล้วครับ ผมมีวัตถุปรสงค์ในชีวิตอย่างอื่นที่ผมคิดว่ามีค่ามากกว่านั้น

ได้ข่าวว่ากำลังอาจจะมี negotiation หา secret dens for discussion หาทางออกรึเปล่าน้องๆทั้งหลาย ผมก็แฟน disney เหมือนกัน อยากจะได้ happy ending



Posted by : Phoenix , Date : 2003-06-03 , Time : 01:30:06 , From IP : 172.29.3.208

ความคิดเห็นที่ : 147


   คุณ cigarette...ครับ

ปัญหาอยู่ที่ผมไม่เคยพูดว่าระบบเดิมดี แต่ผมพูดเองด้วยซ้ำไปว่าระบบมันยังไม่ดี ผมขอให้มาพบกันเพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นแต่ถูกปฏิเสธว่าทำเช่นนั้นไม่ได้ ไม่สามารถจะนำเสนอหลักการและเหตุผลได้ ผมไม่ว่าอะไรคุณหรอกนะครับเพราะกระทู้มันยาว และยากขึ้นเรื่อยๆสำหรับคนที่เข้ามาใหม่จะ grap concept ของทั้งสองฝ่ายได้ครบถ้วน

ผมไม่เคยใช้เหตุผลว่าเพราะเราทำมายังงี้ๆ เราจึงเปลี่ยนไม่ได้อีกด้วย รู้สึก impression ว่าผมคิดอย่างไร และที่สำคัญว่าผมพูดอะไรออกไปบ้างจะถูกกระบวนการกลั่นและspin ออก out of the context ทีเดียว

ผมพูดไปแล้วว่าเราไม่ได้ต้องการให้คนลาออกอย่างแน่นอน อาชีพของเราเป็นครู และเราต้องการให้ลูกศิษย์จบได้อย่างมีมาตรฐานสูงที่สุดเท่าที่เราสามารถจะอำนวยได้ ผมนั้นไม่อยู่ในฐานะที่จะเป็นกูเก่ง กูแน่ อะไรนั่นอีกต่อไปแล้วครับ ผมมีวัตถุปรสงค์ในชีวิตอย่างอื่นที่ผมคิดว่ามีค่ามากกว่านั้น

ได้ข่าวว่ากำลังอาจจะมี negotiation หา secret dens for discussion หาทางออกรึเปล่าน้องๆทั้งหลาย ผมก็แฟน disney เหมือนกัน อยากจะได้ happy ending



Posted by : Phoenix , Date : 2003-06-03 , Time : 01:30:07 , From IP : 172.29.3.208

ความคิดเห็นที่ : 148


   ความจริง อะไรเป็นอะไร คนในภาคก็ย่อมรู้กันดี ถ้าหันหน้ามามองความจริงกันบ้าง หาทางสร้างสรรให้residentมีคุณภาพดีกว่าการสอนคนไม่จําเป็นต้องดุเกิน ใช้เหตุผล ไม่ลำเองก็คงดี

Posted by : the man , Date : 2003-06-03 , Time : 01:35:59 , From IP : 172.29.1.160

ความคิดเห็นที่ : 149


    ......เออ...คุณ Phoenix ครับ...ผมไม่แน่ใจว่า Code of Conduct แปลว่าอะไรนะครับ....:D..:D.....แต่ช่างเถอะครับ.....ผมจะแนะนำอะไรให้อย่างนึง.....น่าจะเป็นประโยชน์.....ที่คุณสังเกตุดู...เวลาที่ Post กระทู้เหล่านี้ไม่มีความหมายครับ...เช่นเดียวกับเลข IP address ที่คิดว่าไม่น่าจะปลอมกันได้....เรื่องจริงคือทำได้ครับ...ผมทำมาหมดแล้ว.....การสังเกตุที่คุณใช้ต้องประเมินแล้วใช้กับผู้ที่คุณคิดว่าความสามารถทาง Computer ค่อนข้างต่ำครับ.....เพราะสมัยก่อนผมเคยลุยกับพวกนี้มาบ้าง....บางคนก็เพื่อนผมเอง....มันทำไม่ยากเลย...ถ้ารู้ว่าทำอย่างไร....จำไว้ว่าของทุกอย่างบน Internet นี้สามารถถูกเขียนหรือเปลี่ยนแปลงไปยังไงก็ได้....แทบจะตามใจเราได้เลยหละครับ...เพียงแต่ว่าจะรู้หรือเปล่าเท่านั้นครับว่าทำอย่างไร....:D......แค่จำไว้เตือนใจนะครับ....เพราะผมเชื่อว่าคงมีน้อยคนในที่นี้ที่รู้วิธีการเหล่านี้ครับ.....:D....:D.....ไม่ต้องถามผมนะครับ...:D....เรื่องไม่ดีไม่สอนครับ.....:D...:D

ยกตัวอย่าง....ที่ผมเขียนเรื่องสั้น..ผมใช้ Internet ของ Loxinfo ครับ...เนื่องจากสาย PSU ตอน 2 ทุ่มไม่ว่าง....หลังจากนั้นสายขาด...ผมต่อ Loxinfo เหมือนเดิม....แต่ IP ผมเปลี่ยนไป....ครั้งที่ 2 นี้ผมไปตอบกระทู้ของด้านบนๆเรื่องวันเกิด..ลองไปดูได้ครับ...เป็นอีก IP นึง...ของ Loxinfo เหมือนกัน...หลังจากนั้นผมก็ออก......และกลับมาใหม่เมื่อกี้เพื่อเข้ามา Check mail.....ครั้งนี้ผมดทรเข้า PSU ได้.....ดังนั้น IP ผมครั้งนี้จึงเป็นของ PSU....:D...:D....นี้เป็นอีกข้อครับ....ไม่ต้องรู้เทคนิคการปลอม IP ก็สร้างคนหลายๆคนขึ้นมาได้.....แต่ไม่ค่อยมีคนสติดีเท่าไรที่ชอบโทรศัพท์หลายๆรอบ....นอกจากพวกตัวป่วนที่รู้เรื่องเหล่านี้แบบ'งูๆปลาๆ' ทำเล่นนะครับ...:D...:D...:D




Posted by : Death , Date : 2003-06-03 , Time : 01:46:26 , From IP : 172.29.3.209

ความคิดเห็นที่ : 150


   ผมพอจะเข้าใจที่มาของ IP address ครับคุณ Death อาจจะไม่ลึกล้ำจนตั้งใจเปลี่ยน IP จากที่ควรเป็น (ไม่ใช่โดย log out/log in) แต่ผมค่อนข้างสนใจว่าคุณ Rambo เป็นพชท.ศัลย์รึเปล่าจากสภาพแวดล้อมเฉยๆ ไหนๆก็มีพชท,ศัลย์จำนวนมากอยู่ที่นี้แค่ confirm ว่าใช่หรือไม่ใช่ ไม่น่าจะเป็นการเปิดโปงอะไรกันมากมาย คือผมกำลังมีสมมติฐานว่าคุณ Rambo อาจจะเป้นคนภายนอกเพราะแหล่งข้อมูลของคุณ Rambo นั้นดูจะมีวิตถุประสงค์แฝงอยู่ประการเดียวที่ชัดเจนและสอดแทรกอยู่ในทุกๆกระทู้ ผมเห็นว่าคุณ Rambo เป็นคนที่มีศักดิ์ศรีและ honor ก็เลยเรียนถามตรงๆเท่านั้นเอง โดยไม่ได้ต้องการขุดว่าเป็นใครหรอกครับ



Posted by : Phoenix , Date : 2003-06-03 , Time : 02:03:21 , From IP : 172.29.3.208

ความคิดเห็นที่ : 151


   ด้วยความเคารพครับ!

ผมคิดว่า เรากำลังหันปลายดาบไม่ถูกทางนะครับ ทำไมถึงหันปลายดาบเข้าหาพวกเรากันเองหล่ะครับ

เจตนาของคนตั้งกระทู้ ( บังเอิญได้มีโอกาสคุยกับเขา ) เพียงต้องการตั้งข้อสังเกตเท่านั้น ว่าทำไมถึงลาออกกันมาก ซึ่งส่วนใหญ่มักลงที่คนออก ใจเสาะ ไม่มีความอดทน และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ผมคิดว่าควรรับผิดชอบกันคนละครึ่งครับ อีกครึ่งหนึ่งไม่ได้เจตนายกให้ภาควิชาครับ ภาควิชามีส่วนแค่ในเรื่องของการทำงาน ผมอยากให้โรงพยาบาลและคณะมีส่วนรับผิดชอบด้วย แต่บังเอิญ พชท.ศัลย์มีเรื่องคับข้องใจอยู่เดิม ก็เลยมาลงที่ภาคอย่างเดียว

ขอยืนยันครับว่าเป็นเพียงความน้อยอกน้อยใจ ขอยืนยันครับ Resident Sx ส่วนใหญ่ ไม่ได้เกี่ยงเรื่อง อยู่เวรมาก ทำงานหนัก ไม่ได้อ่านหนังสือ มีคนที่ไม่ปริปากบ่น แต่กลับถูกตำหนิอยู่เรื่อย เพียงเพราะบังเอิญเกิดมาเป็นคน ๆ นี้ มาตรฐานวัดความถูกผิดของที่นี่ ไม่ได้อยู่ที่การกระทำ แต่อยู่ที่ใครเป็นคนทำ อันนี้เป็นเรื่องเฉพาะตัว ไม่อยาก Comment ผู้บังคับบัญชา และคิดว่าเสียงของ Resident Sx(ถึงแม้จะทั้งหมด) ก็ไม่อาจตัดสินผู้บังคับบัญชาท่านนั้นได้ เพราะภาควิชายังประกอบด้วยบุคลากรอื่นอีก เจ้าหน้าที่ธุรการ ห้อง blood gas ห้อง Scope เป็นต้น คงต้องฟังเสียงคนอื่นด้วย ไม่ค่อยอยาก Comment ภาควิชา เพราะเราคุยกันภายในได้

ด้วยความเคารพครับ !
อยากถามถึงความรับผิดชอบของโรงพยาบาลและคณะ เวลาที่มีคนลาออก โดยเฉพาะจำนวนไม่ใช่น้อยอย่างนี้ เป็นอยางที่มีคนเขียนไว้ในเรื่อง รักสถาบัน หรือเปล่าว่า เป็นเพราะ เราไม่คิดจะ "รั้ง" เขาไว้ ผมเรียนถามถึงสวัสดิการง่าย ๆ
๑) ที่อยู่อาศัย ได้มีแผนการรองรับที่พร้อมใหม รับ พชท. Resident อาจารย์ เพิ่ม คิดหรือยังว่าจะให้เขาไปอยู่ที่ใหน บางคนมีครอบครัวแล้ว แต่ยังให้อยู่ห้อง 2-3 คน ให้ไปอยู่ห้องพิเศษไปก่อน อีก 2-3 เดือนค่อยย้าย พวกท่านทราบกันหรือไม่ว่าต่อไปนี้ ไฟฟ้า น้ำประปา ชำรุด คณะจะให้ผู้อยู่อาศัยซ่อมเอง ห้องพักสร้างมากี่ปีแล้ว เราย้ายเข้าไปอยู่ 2-3 เดือน ไฟเสีย น้ำรั่ว เราต้องเสียค่าซ่อมจุดละ 2-4 ร้อยบาท
๒) หน่วยหลังปริญญามีหนังสือเวียนบังคับให้ พชท.ใส่เสื้อกราวด์มาทำงาน แต่พอถึงเทศกาลตัดเสื้อ เดินไปวัดตัว เขาบอกว่า มีให้แค่ใช้ทุนสาม เกินกว่านั้นไม่มี


Posted by : ลี้คิมฮวง , Date : 2003-06-03 , Time : 03:28:04 , From IP : 172.29.3.213

ความคิดเห็นที่ : 152


   ด้วยความเคารพครับ ขออนุญาตต่อ
๓) บ่นกันว่าเตียง ICU ไม่พอ ไม่สงสัยกันบ้างหรือครับว่าทำไมเราไม่เพิ่มเตียง เอ้! เตียงเราก็มี Respirator เราก็มี พื้นที่ใน ICU ก็ยังว่าง ทำไมเราไม่เพิ่มจำนวนเตียง เคยคุยกับผู้บริหาร รพ.ท่านหนึ่ง บอกว่าเราก็อยากเพิ่ม แต่ไม่มีพยาบาล อ้าว! ก็เห็นแต่ละปีก็มีคุณพยาบาลใหม่มาอยู่ ICU ตั้งหลายคน ทำไมยังไม่พอ ก็เพราะเขาไม่อยู่กับเรา ( หมายถึงลาออก ) ถ้าถามต่อว่าแล้วทำไมถึงลาออก ขอให้ย้อนกลับไปอ่าน และพิจารนา เจตนารมณ์ ของคนตั้งกระทู้ใหม่
๔) เวลามีปัญหาที่ ER เกิดการร้องเรียนขึ้น รพ. แก้ไขอย่างไร เรืองนี้ยาว ตั้งกระทู้ใหม่ได้ ขอยกตัวอย่างง่าย ๆ Case ศัลย์ MED มีปัญหา เรามาหาต้นตอของปํญหากันจริง ๆ หรือเปล่า เขาแก้ไขโดยการเอา พชท. ศัลย์ Med ไปอยู่ ER เมื่อไม่นาน Case เด็ก มีปัญหาก็จะเอา พชท.เด็ก ไปอยู่ ER แต่เกิดขบฏขึ้นภายใน และเขาก็ประณีประนอมด้วยการจัดเวร consult ER ขึ้นมาใหม่ต่าง ( ไม่เหมือนบางภาคที่เป็นคำสั่งหากไม่ยอมจะลงโทษตามระเบียบวินัย ) คงนึกออกใช่ใหมครับว่า ถ้า Case OB-Gyn ENT EyE Ortho มีปัญหาร้องเรียนขึ้นมา เขาจะแก้ปัญหากันอย่างไร วิสัยทัศน์ผู้บริหาร รพ.เรา แล้วถ้าหากคนไข้ ER บ่นว่ามารอตรวจนาน ก็เพิ่มแพทย์เวร ER แต่ไม่ยอมศึกษาว่าอะไร เป็น Rate limited กันแน่ ขอคิดเล่น ๆ นะครับ เป็นเพราะ แพทย์เวรตรวจไม่ทัน เป็นเพราะ รอ CBC ที่ส่งตอนเช้าได้ตอนบ่าย เป็นเพราะรอวิทยุตามเจ้าหน้าที่ x-Ray ที่เวรเช้า ไม่มีประจำที่ ER เป็นเพราะรอพยาบาลไม่พอเพราะต้องผลัดไปกินข้าวและพัก เป็นเพราะเลือดที่เจาะไว้ยังไม่ได้ส่งเพราะต้องรอคนเดิน Lab คิดให้ดีครับ อะไรกันแน่ที่เป็น Rate Limited
๕) ขอบ่นน้อยใจภาควิชา ( ว่าจะไม่แตะแล้วเชียว ) เรื่องเวร ER ของ ศัลย์ ที่บอกว่าเกินอำนาจ ไม่ทราบว่ามีคนตอบคำถามของ คุณคนที่"กำลังจะเป็นคนที่ 6" หรือยังว่าที่ ผอ. โยนมาว่าเป็นความรับผิดชอบของภาควิชาที่อยากให้ พชท.อาวุโส ไปสอนนศพ.ที่ ER ถ้าไม่ใช่ แล้วภาควิชาได้ลองคุยกับรพ.หรือยังถึงความจำเป็นตรงนี้ ก่อนจะบอกว่าเกินอำนาจของภาควิชา ในขณะเดียวกัน ผอ.และรองผอ.ที่ดูแลเรื่องนี้ เคยรับปากว่าจะแก้ไข คนที่เข้าประชุมวันนั้นคงจำได้ ผ่านมา 2 ปี แก้ไขอะไรไปแล้วบ้าง เรื่องนี้ทำให้สงสัยความจริงใจในแก้ปัญหาของผู้บริหาร หรือเราโง่เองที่เชื่อคำพูดของผู้ใหญ่ที่หลงนึกว่าเชื่อได้

ขอเท่านี้ก่อนแล้วกัน สงสัยกาแฟหมดฤทธิ์แล้ว


Posted by : ลี้คิมฮวง , Date : 2003-06-03 , Time : 04:01:43 , From IP : 172.29.3.213

ความคิดเห็นที่ : 153


   เอาหล่ะครับ ผมได้พยายามชี้ให้เห็นแล้วว่านี่ไม่ใช่ปัญหาของภาควิชา ผู้บริหาร รพ. จะว่าไงครับ หรือ หดหัวต่อ ดูคนในภาคทะเลาะกันรอเรื่องเงียบ

รออยู่


Posted by : ลี้คิมฮวง , Date : 2003-06-03 , Time : 04:04:16 , From IP : 172.29.3.213

ความคิดเห็นที่ : 154


   ผมอยากจะกลับมาอีกครั้งเพียงเพื่อจะกล่าวว่า ผมสนับสนุนพี่นกไฟที่เราจะต้องแก้และปรับปรุงหลักการ ปรับปรุงระบบและอาศัยระบบเพื่อเป็นเครื่องมือปรับปรุงวิถีชีวิตและความน่าอยู่ นี่เป็นการแก้ไขและพัฒนาที่ยั่งยืน
.
กรึณาอย่าหลงประเด็นว่าคุณ phoenix ยืนกระต่ายขาเดียวว่าหลักการของเขาถูก เขาเพียงแต่ยืนบนสองขาที่มั่นคงและบอกกับพวกคุณว่า ถ้าจะแก้ไขให้อาศัยหลักการ มิใช่อารมฌ์และความพึงพอใจของผู้ปฏิบัติงาน มิใช่การโจมตีบุคคล และยังมิใช่เวลาที่จะมาเถียงกันว่าหลักการใหม่ที่เราร่วมกันสร้าง มันจะเป็นไปได้ไหม ภาควิชาจะยอมรับไหม นั่นเป็นคนละประเด็นและการด่วนสรุปเป็น premature conclusion คำถามเดียวที่ต้องตอบให้ชัดคือ สภาพการทำงานที่ดีขึ้นในความเห็นของพวกคุณคืออะไร เพียงเท่านี้ แล้วใช้คำตอบของคำถามนี้ มาเป็นตัวตั้งในการคุยกันต่อ ผมจะไม่อ่านเรื่อง matrix หรือนิยายห่าเหวอะไรอีกแล้ว
.
หากมีคนที่เขาจะพยายามเอ็นดูและมาช่วยแก้ปัญหา ถนอมเขาไว้ อย่าดื้อดึงแบบ temper tantum และเบี่ยงประเด็น และถ้าไม่เชื่อว่าเราจะต้องสร้างและอาศัยหลักการและแนวปฏิบัติร่วมกันในการขับเคลื่อนภาควิชา ในลักษณะธรรมภิบาล ถ้าเห็นว่าทำอะไรตามความพึงพอใจไว้เป็นทางที่ดีกว่า ไปหาที่อื่นอยู่เถอะครับ ประเทศนี้มีร้านขายหมูให้คุณเรียนแล่เนื้อตามอำเภอใจอยู่เยอะ


Posted by : พี่ว่าว , Date : 2003-06-03 , Time : 08:53:45 , From IP : 133.1.67.161

ความคิดเห็นที่ : 155


   ที่คุณพี่ว่าวพูดก็ถูกอยู่นะครับ แต่การที่จะเกิดการแก้ปัญหาร่วมกันได้ สำหรับประเด็นนี้ตัวแปรสำคัญอยู่ที่ "ความไว้วางใจ " กันก่อนนะครับ เพราะที่ผมอ่านมาทั้งหมดยังไม่เห็นมีกระทู้ไหนที่ บรรดา พชท. จะแสดงความไว้วางใจใครสักคนที่พอจะให้ช่วยเป็นสื่อกลางให้ได้แม้แต่คุณ Phoenix เองที่พยายามจะช่วยหาทางออก เค้าก็ยังไม่เชื่อมั่นเลย ผมไม่แน่ใจความรู้สึกของการไม่เชื่อมั่นนี้ เกิดจากความหมดศรัทธาต่อระบบการดำเนินงาน หรือเป็นเพราะกลัวจะถูกขึ้นบัญชีดำกันแน่

แต่ผมก็เชื่ออีกนะแหละว่าถ้าปล่อยไปโดยไม่พยายามหาทางออกที่ดีกว่า นั้นก็คือคุณยอม ปล่อยให้ระบบดำเนินไปตามยถากรรมโดยไม่สนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นเพราะในที่สุดคุณก็ไม่ได้อยู่ที่นี้ตลอด ไว้รุ่นน้องมาก็จะเจอแบบเดียวกันอีก เปรียบกันแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับปลาเซลมอนที่ยอมแพ้ต่อกระแสน้ำเชี่ยว ไม่กล้าว่ายทวนน้ำกลับไปยังต้นน้ำเพื่อเผยแพร่เมล็ดพันธ์แห่งความคิด และนั้นคือปลาที่ตายไปแล้ว

ณ เวลานี้ผมว่าประเด็นน่าจะอยู่ตรงที่วิธีการที่จะให้ พชท. สามารถเกิดความมั่นใจได้ว่าสิ่งที่พวกเค้าเสนอไปจะไม่เป็นผลร้ายย้อนกลับมาหาตัวเค้าเองในข้อที่หนึ่งและสิ่งที่พวกเค้านำเสนอ เบื้องบนจะนำไปรับฟังอย่างมีเหตุผลมีหลักการพอที่จะบอกกลับมาได้ว่าอะไรทำได้และไม่ได้เพราะอะไรเป็นข้อที่สอง ว่างัยครับ คุณ Rambo คุณ กะหลั่วเป็น คุณ Vicryl คุณ Death คุณ ร่วมด้วยช่วยกันล่ม คุณ Tiger และคุณ Prolene ฯลฯ มีอะไรจะช่วยเสริมหรือแย้งมั้ยครับ เพราะเท่าที่อ่านดูเหมือนว่าการประชุมที่เคยใช้ ๆ กันมาไม่ส่งผลอันใดให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นจนพวกคุณเบื่อที่จะใช้เวทีแห่งนั้น

ถ้าอย่างไรก็เสนอมาดูสิครับว่าคุณต้องการความมั่นใจแบบไหน การด่วนสรุปไปเองว่าทุกอย่าง มันจะเป็นเหมือนเดิมไปทุกครั้งนั้น มันเหมือนการดูถูกความสามารถของคุณเอง และผู้ที่พยายามจะทำหน้าที่สื่อกลางให้ โดยที่ยังไม่ได้ลองกันให้ถึงที่สุดหรือป่าวครับ ?


Posted by : Mercury , Date : 2003-06-03 , Time : 12:44:38 , From IP : 172.29.1.195

ความคิดเห็นที่ : 156


   เขาไม่จำเป็นต้องไว้วางใจใครเลยด้วยซ้ำ ก็สามารถเสนอแนวทางแก้ปัญหาที่สร้างสรรค์ได้ ถ้าเราพูดกันถึงระบบ ถกเถียงกันเรื่องแบบแปลนบ้านก่อน ยังไม่ต้องพูดถึงว่ามันจะสร้างได้ไหม ใครอนุญาตไหม มีทรัพยากรพอไหม มองนิโรธกันก่อนแล้วช่วยกันหามรรควิธี โดยมีข้อแม้ว่าวางอคติลงเสีย ไม่บิดเบือนประเด็นเป็นการฟากฟันบุคคล ถ้าระบบดีและเราศรัทธาที่จะใช้ร่วมกัน ใครจะมาสวมในระบบ ก็จะถูกกำกับให้ดีตามไปได้คนที่ conform ต่อระบบที่เข้าใจร่วมกันไม่ได้ ก็ออกไปแบบ comprehensive retire เพื่อไปอยู่ในที่อื่น ทางเลือกอื่นที่เหมาะกับอัตลักษณ์ของเขาได้ แต่ถ้าไม่มีระบบที่ดีกำกับ ไม่มีทิศทางร่วมและความเข้าใจที่ตรงกัน ต่อให้จ้างพระมาเป็นหัวหน้าภาค เราก็ไม่อาจผลักดันให้สถาบันมีตัวตน มีพลวัตรในทิศทางที่ดีได้
.
ที่นี่จะต้องเป็นสถาบันผลิต academic และ willingfull surgeon ครับ ไม่ใช่ที่ที่จะให้ใครมาอยู่อย่างเปล่าดายซื้อเวลาเพื่อไปเรียนต่อ subspecialty ที่นี่ไม่ใช่สถาบันภูธรที่ไม่มีวิสัยทัศน์ นี่เป็นสงขลานครินทร์ที่ผมรู้จัก และถ้าคิดว่าผมเข้าใจผิด เราแลกเปลี่ยนกันได้


Posted by : พี่ว่าว , Date : 2003-06-03 , Time : 13:55:41 , From IP : 133.1.67.161

ความคิดเห็นที่ : 157


   ระวังนะครับพี่ว่าว พูดถึงหลักการและระบบมากๆเดี๋ยวโดนถอดจากนายกเทศมนตรีไปเป็น secret agent อีกคน

หลักการที่ผมขอให้มี
๑) ขอ "ให้มี" หลักการและเหตุผล เพื่อที่ทั้งสองฝ่ายสามารถอภิปรายได้ ยังไม่ต้องพูดถึงใจความ
๒) หลักการที่ว่า "ขอให้อิง" หลักปรัชญาของสมเด็จพระราชบิดา

เราสามารถจะเริ่มจากตรงนี้ได้หรือไม่ได้?

หยุดการทำ personal attack กันได้แล้วครับ ใครอยากจะเปลี่ยนผู้บริหาร ใครอยากจะสนับสนุนใครเป็นผู้บริหาร กระดานข่าวแห่งนี้จะเป็นฐานที่เลวที่สุดสำหรับใครก็ตามที่หวังผลจะใช้เป็นบันได คุณอาจจะยังรู้เท่าไม่ถึงการก็ได้หากจะใช้วิธีนี้สนับสนุนใคร เพราะมันจะเป็นการ discredit มากกว่าเพิ่ม credit แค่การ post personal attack บนกระดานสาธารณะอย่างเดียวคนๆนั้นก็สมควรกลับไปปรับ moral code ใหม่หมดทั้ง set แล้ว let alone จะเรียกร้องอะไร

เรื่องอยู่เวร
๑) ขอให้ตัวแทนแพทย์ใช้ทุนชี้แจง (บนกระดานนี้ก็ได้ครับ) ว่า "ขณะนี้" และ "ตลอดหกเดือนที่แล้ว" ใครเป็นคนจัดเวร
๒) เสนอมาว่าปริมาณที่ว่าหนักเกินไป ไม่สมควรจะให้อยู่นั้นได้แก่ตังเลขเท่าไหร่ เช่น 10 เวรต่อเดือนหนักไหม 12 เวรต่อเดือนหนักไหม ที่แล้วมามีคนไหนที่ๆด้รับ burden มากเกินไป มีตัวอย่างกี่ครั้ง (ผมพอจะตรวจสอบเรื่องนี้ได้ แต่ผมอย่างให้ข้อมูลออกมาจากฝ่ายแพทย์ใช้ทุนเอง เพื่อป้องกันการครหาว่า data lock)
๓) หากรุ่นไหนมีน้ำใจ ต้องการอยู่เวร cover ER ให้รุ่นพี่ อนุญาตให้ทำได้ โดยมีข้อแม้ว่าผู้ที่มีน้ำใจจะ cover ต้องไม่ load ตัวเองจนมากเกินไป แต่ขั้นตอนการจัดเวรนั้น ขอร้องให้จัดตามปกติจากภาค (นั่นคือเฉลี่ยทุกคน) และหลังจากนั้น รุ่นที่ต้องการจะอยู่แทนรุ่นพี่สามารถไปแก้เวรที่ ER ได้เลย เหตุผลคือ เนื่องจากการอาสาอยู่เวรให้รุ่นอื่นนั้น เป็นการอาสาส่วนบุคคล และเป็นข้อตกลงระหว่างรุ่นแค่นั้น ไม่ใช้ข้อบังคับ และไม่ได้หมายความว่ารุ่นต่อๆไปจะต้องถือปฏิบัติตามหากมีใครไม่เห็นด้วย หากทำอย่างนี้ได้ ผลสรุปก็คือทุกคนได้ทำตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งใจไว้ โดยไม่มีใครต้องเปลี่ยนระบบ



Posted by : Phoenix , Date : 2003-06-03 , Time : 14:32:46 , From IP : 172.29.3.160

ความคิดเห็นที่ : 158


   ...หลักการ...เหตุผล...convince... personal attack... ยัด... หน้าด้านๆ...หมาๆ...เสือกแส่...แฮ่ๆ...ฮึ่มๆ...กิน...ฆ่า...
R U TROLL?
like me


Posted by : troll , Date : 2003-06-03 , Time : 14:58:32 , From IP : 172.29.3.123

ความคิดเห็นที่ : 159


   ผมคือคนที่จะออกคนต่อไป ดีไหม

Posted by : Lion , Date : 2003-06-03 , Time : 16:33:22 , From IP : 172.29.3.118

ความคิดเห็นที่ : 160


   Ans. ไม่ดี..

Posted by : No one knows... , Date : 2003-06-03 , Time : 17:46:44 , From IP : 172.29.2.84

ความคิดเห็นที่ : 161


   ว่าแล้วก็เอาอริยสัจสี่มาตีความกันเลยดีกว่านะครับ
. ทุกข์ ก็คือ ทุกข์ หรือสิ่งที่ท่านกําลังเผชิญอยู่
. สมุทัย คือ สาเหตุของทุกข์ มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร สิ่งใดที่ทําให้มันเกิด
. นิโรธ คือ การดับทุกข์ วิธีการที่จะดับทุกข์นั้น
. มรรค คือ หนทาง การปฏิบัติเพื่อให้พ้นทุกข์

อะไรคือทุกข์ ที่สำคัญที่สุดของเหล่า พชท. ล่ะครับ
- ทุกข์ ที่ระบบระเบียบในภาคไม่เป็นอย่างที่ต้องการ

เหตุของการเกิดทุกข์คือความคาดหวังในระบบตามแบบที่ต้องการ หรือตาม standard ที่ตนเคยทราบมา สิ่งที่ทำให้เกิดความคาดหวังนี้คงเป็นตัว พชท. เอง การดับทุกข์นั้นมีได้หลายวิธี นั้นคือ การดับที่ใจตนเอง คือการหยุดคาดหวัง แต่ทีนี่ดับที่ใจอาจจะยังยากอยู่ วิธีที่น่าสนใจคือการทำให้ทั้งสองฝ่ายบรรลุความพอดีคือการพูดคุย ปรึกษากัน โดยทั้งสองฝั่งต้องเปิดใจกว้างรับฟังและพิจารณาอย่างเป็นเหตุเป็นผล โดยการหาเวทีที่ เหมาะสมนั่งคุยหาข้อสรุปกันให้ชัดเจน เมื่อได้ข้อสรุปแล้วก็จัดดำเนินการตามที่ตกลงกันไว้ ประเด็นข้อนี้เห็นท่าจะมีปัญหาที่ พชท. ไม่ต้องการวิธีเผชิญหน้าเพื่อเสนอแนวทาง !!! จึงทำให้เกิดทุกข์ข้อที่สองขึ้นนั้นคือ ไม่รู้จะไว้ใจใครให้ช่วยรับฟังและช่วยกำหนดแนวทางแก้ปัญหา

เหตุนี้บ้าน (ระบบ) จึงยังไม่สามารถสร้างได้ เพราะแปลนที่คุณคิดไว้นั้น (แนวทางที่ต้องการ) ยังหาวิศวกรมาปรึกษาเพื่อช่วยปะเมินความถูกต้องของโครงสร้างยังไม่ได้ (สื่อกลาง) โดยยังไม่ต้องพูดถึงว่ามันจะสร้างได้ไหม ใครอนุญาตไหม มีทรัพยากรพอไหมเช่นกัน

การแก้ปัญหา อาจจะเริ่มจากหาคนที่ พชท. มั่นใจว่าจะเป็นทัพหน้าในการช่วย fight ปัญหานี้ให้กับพวกเขาได้ แล้วก็ค่อยมานั่งคุยกัน ตามแนวทางที่คาดว่าพอจะมีอยู่ในหัวของแต่ละคนอยู่แล้ว แต่ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน หรืออาจจะเริ่มจากการเอาปัญหาที่คิดว่ามีอยู่เอามากางออกให้ทุกคนรับทราบ พร้อมแนวทางปรับปรุง โดยยังไม่รู้ว่าใครจะรับเอาเรื่องไป ดำเนินการต่อให้

ถึงตรงนี้ คงต้องถามว่าประเด็นความต้องการหรือทุกข์ที่แท้จริงของเหล่า พชท. ตอนนี้ไปถึงขั้นไหนแล้ว




Posted by : Mercury , Date : 2003-06-03 , Time : 19:03:11 , From IP : 172.29.1.195

ความคิดเห็นที่ : 162


   OK มาดูปัญหาเรื่องเวรกันไหมครับว่ามีทางดำเนินไปได้มากน้อยแค่ไหน

๑) พชท.ขอจัดเวรนอกเวลาราชการเอง ยกเว้นว่าผมเข้าใจผิดจากข้อมูลที่มีอยู่ ขณะนี้และย้อนหลังไปเป็นปี ผมเข้าใจว่าแต่ละชั้นปี (ยกเว้นปีหนึ่งที่ขอให้ธุรการจัดให้โดยสมัครใจ) มีตัวแทนจัดเวรเอง และส่งมาให้ภาคฯพิมพ์ เท่าที่ทราบตารางเวรที่จัดมาไม่เคยถูกภาคฯแก้ไขเลย ผมเข้าใจถูกไหมครับ?

๒) อยู่เวรหนักเกินไป ผมยังไม่ได้วิเคราะห์รายละเอียดตรงนี้มากนัก พึ่งไปขอตารางเวรย้อนหลังตั้งแตมกราคมมานั่งอ่านอยู่ อยากเรียนถามความเห็นของพชท.ว่า สักกี่เวรต่อเดือนที่พชท.คิดว่าเกินสมควรครับ?
กรณ๊ที่น้องปีหนึ่งมีน้อย ตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไปจะมีพี่แพทย์ประจำบ้านปีหนึ่งของศัลย์และออร์โธฯมาเพิ่มอีกสี่คน ฉะนั้นเดิมที่มีอยู่แค่สามอาจจะเป็นเจ็ดแต่คงจะมี rotate ออกนอกภาคบ้าง จำนวนเวรที่ต้องขอให้พี่ปสองมาช่วยน้องต่อเดือนน่าจะลดลงจากเดิม คงต้องย้อนกลับไปถามพชท.ว่าลดลงขนาดไหนจึงจะสมควรจะรับได้ครับ

๓) มีรุ่นน้องขออาสา cover เวรเวียน ER ให้รุ่นพี่ ผมขอชมเชยว่าการมีน้ำใจต่อกันนั้นเป็นสิ่งที่น่าสรรเสริญมากครับ ผมเป็นรุ่นพี่จะต้อง appreciate รุ่นน้องมากๆอย่างแน่นอน เนื่องจากว่าการตกลงลักษณะที่ว่านี้คงจะเป็นการตกลงเป็นการส่วนตัวนะครับ ผมคิดว่าคงจะไม่ใช่นโยบายสำหรับรุ่นต่อๆไปว่า "ต้อง" ถือปฏิบัติ ฉะนั้นเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของทั้งสองฝ่าย ผมเสนอให้ rotation เวร ER จัดตามที่ภาคฯกำหนดไว้ แต่พชท.รุ่นน้องทุกท่านสามารถ "แก้" เวรที่ ER เป็นชื่อตนเองได้ตามสะดวกครับ วิธีนี้จะได้ไม่ดูเหมือนว่ารุ่นใดรุ่นหนึ่งจะต้องทำแบบนี้ หรือแม้แต่ตัวบุคคลภายในรุ่นที่เกิดไม่ว่างจะได้ไม่มีปัญหาในด้านหลักการเกิดขึ้น อีกประการหลังจากที่ทุกคนจบไปแล้ว เวลาเกิดมีคนอยากจะ review การจัดเวรย้อนหลังมาจะได้ไม่มีปัญหาว่าอยู่ๆทำไมหนึ่งชั้นปีจึงหายออกไปจาก list แล้วไม่มีอะไรบัยทึกไว้เลยว่าเป็นเพราะอะไร เนื่องจากเป็นข้อตกลงพิเศษนะครับ

หากมีอะไรที่นอกเหนือจากนี้เรื่องอยู่เวรราชการ ช่วยกรุณาเพิ่มเติมด้วยนะครับ อ้อ..อย่าลืมเรื่องที่ว่าอยู่เวรหนักเกินไป ช่วยกำหนดมาด้วยครับว่าอะไรเรียกว่าหนักเกินไป เราจะได้หาทางขยับขยายได้ ขอบพระคุณครับ



Posted by : Phoenix , Date : 2003-06-03 , Time : 22:59:20 , From IP : 172.29.3.230

ความคิดเห็นที่ : 163


   ได้ยินว่าจะมีการเรียกประชุมกันแบบตัวเป็นๆแล้วนี่ครับ คงไม่ได้มาโพสกันตรงนี้ต่อ แต่ก็ เฮ้อ!ไม่รู้จะมีใครกล้าพูดอะไรมากหรือเปล่า เนี่ยแผลที่หลังก็ใกล้จะหายอยู่แล้ว จะได้แผลใหม่หรือเปล่าเนี่ย


Posted by : กะหลั่วเป็ด , Date : 2003-06-03 , Time : 23:29:55 , From IP : 172.29.3.94

ความคิดเห็นที่ : 164


   Affirmative.

Forget it and let"s hope the meeting go alright. I may not be in the meeting if not wanted.



Posted by : Phoenix , Date : 2003-06-03 , Time : 23:34:46 , From IP : 172.29.3.230

ความคิดเห็นที่ : 165


    ดีใจด้วยนะที่มีโอกาสจะได้พูดแล้ว ถึงแม้จะยังไม่รู้ว่าผลลับจะเป็นอย่างไร ใครจะเจ็บตัวบ้าง จะมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นหรือเปล่า ได้แต่ภาวนาให้ตกลงกันได้โดยสันติวิธีนะ เพราะต้องอยู่ด้วยกันไปอีกนาน ถ้าไม่มีใครตัดช่องน้อยแต่พอตัว ลาออกกันไปซะก่อน
มีข้อแนะนำนะ ถ้าคิดว่าดีก็ลองเอาไปใช้ดู.....
พชท. มีกันหลายคน แต่ละคนก็มีความคิดเห็นของตัวเอง ซึ่งแน่นอนที่สุดว่าจะให้เหมือนกันหมดคงเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นเหล่าพชท.ทั้งหลายน่าจะมีการประชุมหาข้อตกลงกันซะก่อน วิเคราะห์ปัญหาเป็นข้อๆ เสนอหนทางแก้ไขว่าต้องการอย่างไร ถ้าไม่ผ่านจะทำอย่างไรต่อเป็นแผนสอง เวลาเสนอก็เสนอดีๆ ด้วยสันติวิธีเอาให้จบไปเป็นเรื่องๆ อย่าเปิดศึกหลายด้าน ตกลงกันดีๆ ว่าจะให้ใครพูดเรื่องอะไร อย่าใจร้อน อย่าวู่วาม ทำอะไรดูท่าทีด้วย วิชาโยนหินถามทางมักใช้ได้ผลเสมอ
จำไว้เสมอนะว่า.....คำขู่ของเด็กมักไม่ค่อยมีน้ำหนัก ทิฐิเก็บไว้ที่บ้านไม่ต้องเอาไป อยากได้สิ่งดีๆต้องช่วยกัน

อวยพรอีกที โชคดีนะเด็กๆ (เฮ้อ.....ยังอดเป็นห่วงไม่ได้)


Posted by : 178 , Date : 2003-06-03 , Time : 23:56:00 , From IP : proxy3.chula.ac.th

ความคิดเห็นที่ : 166


   สวัสดีครับพี่178 เมื่อไรจะกลับมาครับ น้องๆคิดถึง

Posted by : ร่วมด้วยช่วยกันล่ม , Date : 2003-06-04 , Time : 00:50:30 , From IP : 172.29.3.202

ความคิดเห็นที่ : 167


   ฝ่ายบริหารมีหลักการของฝ่ายบริหาร ฝ่ายทำงานมีหลักการของฝ่ายทำงาน สาเหตุของปัญหาคือ ฝ่ายทำงานรับฟังหลักการและเหตุผลของฝ่ายบริหาร(จำใจ ฝืนใจ หรือ เต็มใจ?) แต่ฝ่ายบริหารแทบจะไม่เคยรับหลักการของฝ่ายทำงานเลย หลักการจากฝ่ายบริหารมากับ politic และ absolute power กึ่งบังคับไม่เคยถามความเห็น ไม่เคยเปิดใจรับฟังปัญหาในการปฏิบัติ ส่วนฝ่ายปฏิบัติคือฝ่ายทำงานเกือบทั้งหมด เหตุผลที่แย้งโดยฝ่ายทำงาน ไม่เคยได้เข้าไปในโสตประสาทของฝ่ายบริหารเลย เหมือนคลื่นเสียงไม่ตรงกัน เสียงที่ออกมาจากฝ่ายทำงาน ฝ่ายบริหารเห็นว่าเป็นการแสดงออกถึงความ"ขี้เกียจและเลี่ยงงาน"อยู่เสมอ เหมือนมองกรรมกรคนหนึ่งที่พยายามจะขอขึ้นเงินเดือน ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แถมซ้ำร้ายเจ้ากรรมกรคนนั้นกลับถูกกาหัวว่าเป็นตัวต้นเหตุของความแตกแยก เหตุการณ์เหล่านี้เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเป็นความเคยชิน เหมือนกินข้าว จนฝ่ายทำงานชาชิน ถ้าฝ่ายบริหารไม่เปิดใจให้กว้างในการรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้น, "ตั้งแง่",ใช้ politic และ power มากกว่า empathy และ sympathy ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะประชุมกัน
ใจของฝ่ายทำงานเปิดมานานมากเหลือเกิน จนคิดว่าไม่มีประโยชน์ที่จะเปิด ส่วนใจของฝ่ายบริหารก็ปิดมานานแล้วเพราะว่าไม่มีประโยชน์ที่จะเปิด จนมีเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นถึงเข้าใจว่า คลื่นที่ไม่เคยตรงกันทำให้เกิดผลเสียขึ้นแล้ว จึงค่อยมาหาทางแก้ไขเหมือนวัวหายล้อมคอก ไม่รู้ว่าจะยังทันหรือไม่


Posted by : ร่วมด้วยช่วยกันล่ม , Date : 2003-06-04 , Time : 01:31:21 , From IP : 172.29.3.202

ความคิดเห็นที่ : 168


   คุณ ร่วมด้วยช่วยกันร่ม ครับ ผมว่าเรารอประชุมกันแล้วค่อยสรุปกันอีกทีดีไหมครับ ผมว่าน้ำหนักเสียงที่เป็น unity เดียวกันของเราๆท่านๆที่ผ่านมามีผลไม่มากก็น้อยนะครับ ผมทราบมาว่าทางฝ่ายบริหารก็เริ่มฟังเสียงนกเสียงกาหลายๆตัวที่ช่วยกันร้องแล้วนะครับ ใจเย็นๆนะครับผมว่าถ้าเรายังคงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
ค่อยๆประณีประนอม ย่อมมีทางออกที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน[เหวชัดๆ]


Posted by : Tiger , Date : 2003-06-04 , Time : 02:09:29 , From IP : 172.29.3.162

ความคิดเห็นที่ : 169


   
http://www.kapook.com/hilight/pic/1481-tmb_tree01.jpg>

ผมชื่นชมในความพยายามของคุณ phoenix จริงๆที่ต้องการแก้ปัญหาให้ผู้อื่นทั้งๆที่เขาคิดว่าคุณทำไม่ได้ ปัญหาของเรื่องนี้ผมก็อยากให้มันจบลงด้วยดี ใครๆก็ชอบ happy ending

ผมขออนุญาติแสดงความคิดเห็นเพื่อเป็นแนวทางการแก้ปัญหา ( เรื่องไร้สาระ….ก็แค่เรื่องเวร….เวร ) สมมุติว่าผมเป็นพชท.ศัลย์

๑. ผมต้องการให้เวร ๔๗๑ และ ๔๗๒ รับผิดชอบโดย intern ที่มาปฏิบัติงานในภาคตอนนั้น เรื่องนี้คิดว่า ๒ ฝ่ายยอมรับได้ขอข้าม หลักการและเหตุผลไป
๒. เวร ๔๗๓ และ ๔๗๐ ขอให้ยึดปฏิบัติเหมือนเดิม คือ แพทย์ใช้ทุนศัลย์ปีหนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ
ปัญหาที่เกิดในช่วง ๒ เดือนที่ผ่านมา คือ มีการออกกฎปฏิบัติใหม่โดยมิได้ชี้แจงเหตุผลและหลักการให้แพทย์รุ่นพี่ไปอยู่เวร icu แทนรุ่นน้อง ซึ่งเท่าที่ได้ยินข่าวแว่วๆมาเหตุผลคือ ในเดือนแรกรุ่นน้องมีคนน้อย ส่วนเดือนต่อมาบอกว่ากลัวความรู้ยังไม่ถึง ยังไม่ผ่าน icu ข้อนี้ผมขอถามกลับว่าอะไร คือหลักการและเหตุผล
- เมื่อไหร่ที่พชท.ปี ๑ จะเหมาะสมไปอยู่เวร icu การอ้างว่ายัง rotation ไม่ถึงคงไม่ใช่เหตุผล เพราะบางคนกว่าจะได้ผ่าน icu ก็เกือบขึ้นชั้นปีที่ ๒ แล้ว ยิ่งภาวะคนน้อยจะรอให้ผ่านกันทุกคนคงเป็นไปไม่ได้ ถ้าบอกว่าประสบการณ์ยังน้อยกลัวความรู้ไม่ถึงระดับรับผิดชอบ แสดงว่าระบบเก่าที่เคยใช้ด้อยกว่ามาตราฐานใช่ไหมครับจึงมีการเปลี่ยนแปลงแบบไม่แน่นอนในแต่ละเดือน มีข้อพิสูจน์ไหมว่าการให้แพทย์ใช้ทุนปี ๑ ไปอยู่เวร icu แล้วทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตมากขึ้นหรือมีปัญหาตามมามากขึ้น ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงผมเห็นด้วยที่จะให้แพทย์ใช้ทุนปีสูงขึ้นไปเป็นผู้รับผิดชอบแต่ขอ evidence base ที่ชัดเจน มี retrospective ย้อนกลับไปอย่างเห็นได้ชัด เพื่อไม่ให้แพทย์ใช้ทุนหน้าทนโต้เถียงได้
- ส่วนเรื่องคนน้อย มันน้อยมานานหรือยังครับ ในสมัยก่อนผมว่าคนที่อยู่เวรก็น้อยจากประสบการณ์ที่คุณเล่าให้ผมฟังเองแล้วทำไมถึงอยู่กันได้ หรือคนสมัยนี้เก่งสู้สมัยก่อนไม่ได้ หรือสมัยก่อนไม่มี icu หรือโรคในปัจจุบันยากที่จะรักษาหรือมีปัญหามากต้องการคนเฝ้าพิเศษมากขึ้น ซึ่งผมไม่รู้จริงๆเลยตั้งสมมุติฐานหลายอย่าง ถ้ารู้ช่วยบอกด้วยครับ
- ขอเสนอว่า ทำอย่างไรจึงใช้คนให้น้อยแต่คุ้มค่า ( นี่คือ หลักการและเหตุผล ) การอยู่เวร ๒ ตำแหน่งในคนเดียวกัน ทำให้ประสิทธิภาพในการดูแลคนไข้แย่ลงหรือไม่ เช่น ดูแลคนไข้ไม่ทัน , มีการสั่งการรักษาผิดพลาดมากขึ้น ถ้าคุณ phoenix มีข้อมูลสนับสนุน หรือมีทางออกที่ดีกว่ากรุณาชี้แจงครับ แต่ถ้าไม่มีข้อโต้แย้ง การอยู่เวร ๑ คนสองตำแหน่งก็น่าจะทำได้โดยเฉพาะในเวลาที่บ่นว่าคนไม่พอ
- ส่วน resident ortho , neuro, sur. ๑ ที่ผ่านมาปฏิบัติงานจะจัดให้อยู่ เวรร่วมกับ พชท.๑ ทั้งเวร ๔๗๓ และ ๔๗๐ ต้องดูแลผู้ป่วยเหมือนแพทย์ใช้ทุนศัลย์ปี ๑ เหตุผลคือ คนกลุ่มนี้ได้ผ่านหลักสูตร intern มาแล้วทั้งนั้นและยังมีประสบการณ์ใช้ทุนมาอีก ๒ ปี คิดว่ามีความสามารถพอที่จะดูแลคนไข้ได้เทียบเท่ากับ พชท. ๑
นี่ข้อเสนอฝ่ายพชท.ครับโปรดรับไว้อ่าน แต่ขอย้ำว่าผมสมมุติจินตนาการขึ้นเองพชท.ศัลย์เขาอาจไม่ได้ต้องการอย่างนี้นี่เป็นเพียงการยกตัวอย่างให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ขอโทษพชท.ศัลย์ถ้าไม่ตรงใจ
” สักวันหนึ่งดอกไม้จะบานสะพรั่ง สักวันหนึ่งคนจริงจังจักหลากหลาย
สักวันหนึ่งคนดีทั้งหญิงชาย จะเติบโตมากมายบนแผ่นดิน ”




Posted by : perf. , Date : 2003-06-04 , Time : 02:16:48 , From IP : 172.29.3.217

ความคิดเห็นที่ : 170


   
Test logo


Posted by : Tiger , Date : 2003-06-04 , Time : 02:21:08 , From IP : 172.29.3.162

ความคิดเห็นที่ : 171


   


สมมุติว่าผมเป็นอาจารย์บ้าง

- ถ้าพชท. ๑ ทำไม่ไหวจริงๆ เพราะดูแลคนไข้ไม่ทัน แบ่งหน้าที่ตัวเองไม่ถูก icu ก็ตาม ER. ก็มี case ตูจะทำอย่างไร ลองปรึกษาพี่ ๔๗๔, ๔๗๕, ๔๗๖ ครับ ว่าจะช่วยน้องตัวเองได้แค่ไหน จะทนดูน้องตังเองทำงานจนตายแล้วบอกว่า อย่างนี้ตูทำมาแล้วไม่เห็นจะหนักก็คงไม่ถูก ก็น้องเขาไม่เก่งอย่างคุณนี่ ช่วยเขาหน่อยเถอะครับ จะเป็นการแบ่งเวร ๔๗๐ มาอยู่ หรือถ้าพี่มีความสามารถจัดการจัดคนให้เหมาะกับงานอาจไม่ต้องแบ่งเวรน้องมาอยู่ครับ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เหล่าพี่น้องพชท.จะตกลงกันเอง
- ส่วนเรื่องใครเหมาะที่จะไปอยู่ icu ผมตอบแทนไม่ได้จริงๆครับ ขอให้คุณ phoenix ตอบให้ เพราะผมความรู้น้อย อ่อนประสบการณ์ แต่ขอให้อยู่บนหลักการและเหตุผลนะครับ
- ส่วน resident ที่มา turn ศัลย์ยังนึกไม่ออกว่าเขาด้อยกว่าพชท. ๑ ตรงไหน
- คนที่จัดเวรขอให้ความสำคัญกับแพทย์ใช้ทุนก่อน มีสิทธิ์จัดได้ตามชอบใจ อยากอยู่กี่เวรก็อยู่ไปถ้าคิดว่าคุณทำได้และทำดีพอ ( ไม่ได้กำหนดว่าจะต้องกี่ครั้งต่อหนึ่งเดือนหรือ ห้ามอยู่เวรติดกัน เพราะ ศักยภาพของคนมีมากกว่าการอยู่เวรติดกันแค่ ๑-๒ วัน แต่เขาจะทำงานได้มีคุณภาพหรือไม่ส่วนหนึ่งเขาน่าจะประเมินตัวเองได้ แต่ขอแนะนำว่าไม่ควรจงใจแลกเวรมาอยู่ติดกันยกเว้นเมื่อมีเหตุจำเป็น ) ขอให้ส่งรายชื่ออย่างพร้อมเพรียงกันก่อนวันที่ ๒๕ ของเดือน เพื่อทางภาคจะได้พิมพ์แจกได้ทัน ถ้าเลยเวลาที่กำหนดทาวภาคจะเป็นผู้จัดตารางเวรให้เอง
- การแก้ไขรายชื่อแพทย์เวรที่ได้มีการรับรองจากภาควิชานั้น ถือเป็นการแก้ไขข้อมูลทางราชการ สามารถทำได้แต่ต้องมีการเซ็นต์ชื่อกำกับไว้เป็นหลักฐานและถือเป็นการออกตัวรับผิดชอบความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น และควรแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบอย่างทั่วถึง
เวร ER. ถ้าอยากพูด ขอให้ไปเริ่มกระทู้ใหม่ กระทู้นี้คนตอบเยอะมาก เสียเวลา load ครับ


Posted by : perf. , Date : 2003-06-04 , Time : 02:24:52 , From IP : 172.29.3.217

ความคิดเห็นที่ : 172


   


เรื่องการอยู่เวรติดกัน ผมว่าทำได้และมีการทำมานานแล้ว หลักการของผม คือ ทำให้ดี และไม่ด้อยคุณภาพ ส่วนจะวัดคุณภาพด้วยอะไรนั้น ถ้าจะให้สุดๆคงต้องดู อัตราการตาย แต่คงแย่ถ้าจะเอาความเป็นตายของคนไข้มาทำวิจัยเพื่อแค่จัดเวรว่าได้หรือไม่ คุณ phoenix ช่วยคิดหน่อยครับว่าจะวัดคุณภาพได้อย่างไร ถ้าสงสัยมีตัวอย่างครับ หมอสมองลองรักคนหนึ่ง ทำงานไม่ใกล้ไม่ไกลอยู่แค่ลมหายใจของคุณเอง เขามีชื่ออยู่เวร ๑๕ วันต่อเดือน แต่จริงๆแล้วเขาอยู่เวรเกือบ ๓๐ วัน แทบไม่ได้ห่างไปไหนจากรพ. ทำงานตั้งแต่เช้าวันนี้จนถึงเช้าของอีกวันแทบไม่ได้พัก นอนไม่เป็นเวลา แถมบางทียังมีคำสรรเสริญจากผู้ร่วมงานให้อีกว่า ดุบ้าง ขาดมนุษยสัมพันธ์ในการทำงาน ไม่ลองไม่รู้นะครับผมว่าใครที่เข้าใจเขาผิดลองมาทำแบบเขาดูขอแค่เดือนเดียวเท่านั้นก็จะเข้าใจ แต่เขาก็ทำได้อยู่เวรหลายๆวันติดกันงานของเขาก็ไม่ได้แย่ ผมยังไม่เคยได้ยินข่าวว่าเขาทำงานแย่ และเขาไม่ได้ทำแค่เดือนเดียวครับเขาทำมาเกือบปี ตอนนี้เขาไปอยู่ดีที่อื่นแล้วครับ แต่โชคร้ายเขาได้ทิ้งทายาทอสูรไว้ครับ เป็นหมอสมองลองฟัก ที่ต้องรอรับชะตากรรมเดียวกัน ( นี่เรื่องจริงผ่านกระดาน ตรวจสอบได้ )

”อันความคิดวิทยาเหมือนอาวุธ ประเสริฐสุดซ่อนไว้ใส่ในฝัก
ถึงเวลาคราวจำเป็นคงต้องชัก ฟาดฟันกับอวิชชาให้น่าดู “




Posted by : perf. , Date : 2003-06-04 , Time : 02:29:45 , From IP : 172.29.3.217

ความคิดเห็นที่ : 173


   เป็นความลำบากอย่างแท้จริงที่จะบอกว่าอยู่เวรแค่ไหนจึงจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด เป็นเพราะว่าสมการประสิทธิภาพโดยทั่วๆไปเราเอาจาก Output divided by (or substracted with) Input ถ้า positive ก็ใช้ได้

แต่นี่เป็นการ Training ด้วยอีกอย่างหนึ่งทำให้ matter complicated

ยกตัวอย่างเรื่องจริง อาจารย์ neuro ศัลย์ท่านหนึ่งที่ศิริราช ผมได้มีโอกาสรู้จักแกตอนผมเป็นนักเรียนแพทย์ สาเหตุที่รูจักเพราะแกเป็น Lone neuro resident และอยู่เวร "ทุกวัน" Scale ของปริมาณคนไข้ศิริราชนั้นผมไม่สามารถบอกได้แม่นยำสำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน เมื่อ 15 ปีที่แล้ว เอาเป็น OPD ปีละประมาณล้านคน Ward Observe ที่ ER มีคนไข้หนักขนาด heart failure, renal failure นอนอยู่ประมาณ 50 คน ซึ่ง chief med and surgery ต้องมา round เช้าเย็น เผื่อใครไม่ไหวจริงๆก็จะได้จับยัดเข้าตึกซึ่งแน่นเอียด Extern อยู่เวร ER 4 คนตลอด 24 ชั่วโมง บวกแพทย์เวร ER อีกประมาณ 4-6 คน และไม่เคยมีใครได้นอน หรือไม่ยุ่งเลย
พี่คนนี้แกจะมา round ตั้งแต่ตี 4 (เผอิญเดินกลับจาก ward เจอแกกำลังมา round) ทำแผลคนไข้ ทำ cut-down เองเพราะไม่มีรุ่นน้องในทีม สรุป chart เขียน progress ฯลฯ จริงๆแล้วแก inspire ผมขนาดผมคยสมัครไป train neurosurgery ที่รพ.ตำรวจแต่เขาไม่ได้รับ แกเคยบอกให้ผมฟังว่าแกมา train และแก expect ว่าจะได้ทำ แกบอกว่าแกรู้ว่า neuro สัลย์มันหนัก และจบแล้วก็ยิ่งหนัก แกเลยขอเลื่อกมา train ไอ้ที่ที่หนักที่สุดไว้ก่อน ปรากฏว่าจบมาแล้วอาจารย์ไม่สามารถจะปล่อยให้คนอย่างแกออกไปลุยได้ เพราะแค่จริยาวัตรและจริยธรรมของพี่คนนี้ตั้งไว้ให้นักเรียนดูก็คุ้มแล้ว

ยกอีกตัวอย่างนึง พี่ chief resident Gen Sur ศิริราช ที่นี่ใครเป็น chief เวร Gen Sur จะรับตำแหน่งผอ.นอกเวลาราชการไปโดยปริยาย ซึ่ง manage ไม่เพียงแต่คนไข้ แต่รวมทั้งขี้หมูราขี้หมาแห้งทั่วทั้วโรงพยาบาล ในเวลาราชการ cheif ก็รับผิดชอบ "ทุกสิ่งทุกอย่าง" ที่เกิดขึ้นในสาย ว่าตั้งแต่นศพ.มา round สาย ไม่ทำแผล ไม่เขียน progress นั่นเลยทีเดียว ไม่ต้องพูดถึงการเตรียมคนไข้ผ่าตัดซึ่งถ้าไม่พร้อมก็จะไม่มีทางได้ทำอะไร พวกพี่เขาปรับตัวได้ยังไงผมไม่เคยมีโอกาสจับเข่าคุย (เพราะถ้าเข่าแกว่างพอจะให้จับได้ แกมักจะสัปหงกอยู่ก่อนแล้ว) แต่ทุกคนที่ทำอย่างที่ว่า จะได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ ไม่เพียงแต่การดูแลผู้ป่วย แต่การบริหารจัดการ การดูแลรุ่นน้องที่อยู่ใต้ธง (เรื่องพาน้องไปเลี้ยงกลางวันนั้นเป็นหน้าที่อยู่แล้วครับ) รวมทั้งการเป็นตัวอย่างแพทย์แก่รุ่นน้อง

ความเป็น well-trained ควายของรุ่นพี่ต่างๆเหล่านี้ ทำให้ไม่เป็นเรื่องแปลกที่ก่อนพวกแกจะจบ มีพ่อแม่พี่น้องของญ่ติคนไช้บางคนที่รู้ว่าใครทุ่มเทเวลารักษาญาติของเขา เอาชะลอมผลไม้มาให้เป็นพิเศษ มีนศพ.บางคนมั่นใจถึงขนาดพาญาติมาฝากให้ทำ เพราะเกรงใจอาจารย์ เพราะมีความมั่นใจใน "ความเป็นศัลยแพทย์" ของพี่พี่เหล่านี้ คนพวกนี้แหละครับที่ inspire ให้ผมอยากมา explore field นี้

ผมเลย "ไม่กล้า" สรุปครับเรื่องอะไรดีที่สุด ผมไม่บ้าพอที่จะคิดว่าสิ่งที่ผมได้มีเกียรติรับรู้ซีกหนึ่งของศัลยแพทย์ที่มีคุณธรรมตั้งแต่ตอนที่ท่านเหล่านั้นกำลังฝึกอบรม และผมถือเป็น priviledge ในชีวิตของผมจะเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ ผมเองก็ทำไม่ได้ขนาดนั้น แต่ผมสามารถบอกได้ว่า limit ที่คนเคยทำไว้เท่าที่เคยเห็นมานั้นเป็นอย่างไร ระบบ ICU และ Training ทำให้เรามีคนคอยปรึกษาอยู่แล้ว จำเป็นแค่ไหนที่ต้องให้พชท.ปีสูงมาคอยอยู่เวรผมบอกไม่ได้เหมือนกัน เพราะมันเป็นการ balance ระหว่างการดูแลผู้ป่วยด้วยคนที่ดีที่สุด กับการฝึกอบรมแพทย์รุ่นน้องให้สามารถ deal กับ case ผู้ป่วยหนักเป็น ซึ่งทั้งสองอย่างมีคุณประโยชน์มากมายมหาศาลทั้งคู่ เพียงแต่มีประเด็นหนึ่งก็คือเมื่อไหร่ก็ตามที่ "อย่เวรน้อยลงมาก" ไม่ว่าจะเกิดขึ้นเพราะเหตุใดนั้น เป็นเรื่องที่เป็น negative ต่อการ training และประสบการณ์อย่างแน่นอน นิยามของเวรมากเวรน้อยก็จะขึ้นกับ expectation อย่างที่ผมยกตัวอย่างไว้ ถ้าคาดว่าฉันอยู่เวรมากสุด 7 เวรต่อเดื่อน โดนไป 10 เวรต่อเดือนก็คงจะหนักเกินคาด ดังนั้นในกรณีที่ปีหนึ่งช่วงแรกมีแค่สามคนแต่ cover 60 เวร (ผมเข้าใจว่า icu เคย cover โดยปีสอง แต่ปีนี้ cover โดยปีหนึ่ง ไม่แน่ใจครับ ขอ check ดูก่อน) ร่วมกับฉุกเฉิน และ resident ยังไม่เริ่มปฏิบัติงานจนกว่า 1 มิถุนายน เลยต้องขอความช่วยเหลือจากปีสูงกว่าประมาณ 2-3 เดือน ขณะนี้ ersident ศัลย์สองคนบวกออร์โธอีกสองคนมาเพิ่มรวมเป็น 7 คนน่าจะดีขึ้น ชดเชยที่บางที่ rotate ไปนอกภาคฯ อาจจะเหลือ 5-6 คนก็ยังคงถูไถ 10-10+ เวรต่อเดือน



Posted by : Phoenix , Date : 2003-06-04 , Time : 03:22:48 , From IP : 172.29.3.230

ความคิดเห็นที่ : 174


   ICU cover โดยปีหนึ่งครับ.....ส่วนรายละเอียดอื่นๆ....คุณ Perf เขียนไว้ค่อนข้าง complete แล้วครับ.....และแนวทางแก้ไขดูใช้ได้ครับ......แต่.....ไม่รู้เหมือนกัน....ว่าจะออกมาอีท่าไหน.....ผมเหนื่อยแล้วครับ...ไปนอนดีกว่า.....:D...:D

.......ผมยังคิด Rambo: Reloaded ไม่ออกนะครับ.....ไว้ว่างๆจะเขียนอีก....ไม่รู้จะโดนพี่ว่าวด่าว่าเป็นนิยายห่าเหวอะไรอีกหรือเปล่า.....:D...:D.....ดันเอาพี่ว่าวไปโดนรถชนซะนี่....:D...:D



Posted by : Death , Date : 2003-06-04 , Time : 04:16:09 , From IP : 172.29.3.162

ปีนี้พชท.ศัลย์ลาออก5คนแล้ว...เกิดอะไรขึ้นกับภาคศัลย์?ปีนี้พชท.ศัลย์ลาออก5คนแล้ว...เกิดอะไรขึ้นกับภาคศัลย์?
ความคิดเห็นที่ : 175

ปีนี้พชท.ศัลย์ลาออก5คนแล้ว...เกิดอะไรขึ้นกับภาคศัลย์?


   ทำไมปีนี้พชท.ศัลย์ลาออกเยอะจัง
นับดู.......5คนแล้ว!
จะว่าไม่มีความอดทนทั้ง5คน?
บางคนที่ลาออกก็ใกล้จะได้สอบบอร์ดแล้ว...
หรือว่าเกิดอะไรขึ้นกับภาคศัลย์?


Posted by : ? , Date : 2003-06-04 , Time : 21:59:56 , From IP : 172.29.3.123

ความคิดเห็นที่ : 176


   


ขอบคุณที่ช่วยเล่าประสบการณ์ชีวิตให้ฟัง แต่สิ่งที่ผมคาดหวังจะได้รับจากคุณ phoenix คือ คำตอบของคำถามที่ถามเป็นข้อ ว่าจะทำได้หรือไม่ อยากให้สรุปออกมาเป็นนโยบายที่อยู่บนหลักการและเหตุผล จะได้มีข้อสรุปของการจัดเวรอย่างเป็นระบบต่อไป ไม่ทราบว่าทำได้หรือไม่

ได้ยินข่าวดีว่ามีการประชุมกันเร็วๆนี้ ผมหวังว่าคงมีความคืบหน้าในการพัฒนาเพื่อสู่จุดมุ่งหมายเดียวกันนะครับ

" ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั้น "



Posted by : perf. , Date : 2003-06-05 , Time : 05:49:53 , From IP : 172.29.1.160

ความคิดเห็นที่ : 177


   รอผลประชุมเหมือนกัน ได้แล้วจะมา post ให้ฟัง



Posted by : Phoenix , Date : 2003-06-05 , Time : 15:04:03 , From IP : 172.29.3.160

ความคิดเห็นที่ : 178


   ขอแสดงความดีใจที่วันนี้มีการประชุมเพื่อรับฟังปัญหา ไม่ขอกล่าวว่าเป็นอย่างไร
แต่ที่จะพูดคือดีใจที่มีการตอบสนองเพื่อรับฟังปัญหาต่างๆ
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้ทบทวนและคุยหาข้อมูลจากผู้อื่นแล้ว ขอสรุบว่าเนื้อหาบางตอนของการ post ใช้ถ้อยคำที่รุนแรงบ้าง แต่ไม่ได้หยาบคาย และไม่ได้พาดพิงถึงใคร เพราะบนกระดานนี้เป็นนามสมมติทั้งสิ้น ฃึ่งในฐานะผู้ post ขอยอมรับความผิดพลาด และกล่าวคำขอโทษแก่บรรดานัก post ในกระดานนี้ทุกคน โดยเฉพาะคุณ Phoenix ฃึ่งโต้ตอบกันหลายกระทู้ และคิดว่ากระดานนี้คงไม่เหมาะกับตัวเองแล้ว ฃึ่งชื่อ แรมโบ้จะไม่อยู่ในกระดานนี้ต่อไป
อนึ่งขอระบายความในใจเล็กน้อยก่อนจากกัน กล่าวคือ การ post ไม่ได้ตั้งใจจะแทงหลังหรือ discredit ใครเลย เพียงแต่ต้องการนำเสนอเปรียบเทียบการบริหารงานของคนคนหนึ่ง ว่ามีคุณภาพดี แต่ได้ก่อให้เกิดความเครียด ความทุกข์ใจแก่คนรอบข้าง ในขณะที่เราก็เห็นตัวอย่างการบริหารงานโดยคนอื่น ที่อื่น ที่ได้ผลงานดี แต่คนในหน่วยงานเขามีความสุข ก็เท่านั้น แต่คงเป็นเพราะการ post ของตัวเอง ไม่ดี หร์อ in กับบทบาทของ แรมโบ้มากเกินไป จึงทำให้คนอื่นอ่านแล้วตีความหมายเป็นอย่างอื่นไป
จริงๆ แล้วเพียงแค่อยากเสนอว่าการบริหารคน ให้งานสำเร็จได้ดีนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรงหรืออำนาจ เพราะเราอยากฃื้อใจ มากกว่าการบังคับ


Posted by : แรมโบ้ , Date : 2003-06-05 , Time : 23:52:39 , From IP : r186-skaHS1.S.loxinf

ความคิดเห็นที่ : 179


   อ้อ ! ลืมกล่าว คำว่า สวัสดี ลาก่อน

Posted by : แรมโบ้ , Date : 2003-06-06 , Time : 00:10:49 , From IP : r186-skaHS1.S.loxinf

ความคิดเห็นที่ : 180


   เฮ้.....แล้วใครจะมาเป็นพระเอกใน Rambo:Reloaded ของผมหละ......โธ่......กำลังนั่งนึกอยู่เลยว่าภาคนี้จะเอาใครมามีบทบาทดี.....จะคืนชีพให้พี่ Tiger อย่างไรดี......จะเอาพี่ว่าวออกมาจาก Matrix อย่างไรดีให้มาลุยกะRamboต่อ.....โธ่ โธ่....หมดกัน.....:~~~~



Posted by : Death , Date : 2003-06-06 , Time : 01:35:16 , From IP : 203.146.198.235

ความคิดเห็นที่ : 181


   แนะนำให้แต่ง "กะหลั่วเป็ด Revolution" แก้เซ็งไปพลางๆก่อนครับ





Posted by : กะหลั่วเป็ด , Date : 2003-06-06 , Time : 03:39:39 , From IP : 172.29.3.218

ความคิดเห็นที่ : 182


   คุณมี spirit ดี

Posted by : นิรนาม , Date : 2003-06-06 , Time : 13:40:54 , From IP : 172.29.3.118

ความคิดเห็นที่ : 183


   พี่ Death คะ
ถ้าแต่ง "กะหลั่วเป็ด Revolution" เสร็จเมื่อไหร่ อย่าลืมเอามาเผยแพร่ให้อ่านกันบ้างนะคะ
แต่ท่าทางน่าจะเป็นหนังสือสยองขวัญ ที่ดารานำชายได้ Raspberry Award แน่เลย :-p

(ล้อเล่นน้าพี่กะหลั่วเป็ด)


Posted by : .. , E-mail : (AvaRi) ,
Date : 2003-06-06 , Time : 19:01:35 , From IP : 172.29.2.150


ความคิดเห็นที่ : 184


   ลองมาอยู่ในรพ.ศูนย์ซิแล้วจะรู้ว่างานมันสบายใจกว่ากันเยอะเลย บางคนคิดว่างานหนัก แต่จริงๆแล้วไม่เป็นอย่างที่คิดเลย มันแล้วแต่ดวงนะ

Posted by : superman , Date : 2003-06-06 , Time : 19:19:37 , From IP : 172.29.3.202

ความคิดเห็นที่ : 185


   OK มา update และตอบคำถามคุณ perf. ตามที่ได้สัญญาไว้ ตรงนี้คงเฉพาะเรื่องเวรศัลย์ ส่วนเนื้อหาส่วนอื่นที่ staff กำลังดำเนินงานอยู่เพื่อ benefit of strategy ให้ พชท.สามารถถามเป็นการส่วนตัวกับตัวแทนภาคฯที่เข้าประชุมครับ

หลักการและเหตุผล
๑) มีคน cover ตำแน่งนั้น
๒) ถ้าคนพอ จัดให้ผู้ป่วยได้ประโยชน์
๓) ถ้าพอมากกว่านั้นอีก จัดให้ระบบการฝึกอบรมได้ประโยชน์
ลำดับ priority เป็นตามลำดับที่ว่า

เพราะฉะนั้นขณะนี้
๑) เวร 471, 472 covered โดย intern (เป็นระบบเก่าที่ทำมาอยู่แล้ว)
๒) ตามหลักสูตรใหม่ (ประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง) แพทย์ที่เข้าในระบบ training ชั้นปีที่หนึ่ง (แพทย์ใช้ทุนหลังจากผ่านหลักสูตรเสริมทักษะ หรือแพทย์ประจำบ้านชั้นปีที่หนึ่ง) จะต้องหมุนเวียนปฏิบัติงานที่ ICU 1 rotation รับผิดชอบและอำนวยการสอนโดยภาควิชาวิสัญญีวิทยา ฉะนั้นกำหนดให้แพทย์เวรที่จะ cover ICU คือแพทย์เวรปีหนึ่งที่กำลัง rotate ICU ขณะนั้น (รับผิดชอบประมาณ 10 เวร) และแพทย์ผู้ฝึกอบรมชั้นปีที่สองและสามในส่วนที่เหลือ (ซึ่งทั้งหมดเคยผ่าน rotation ICU มาแล้ว)
๓) ในกรณีที่คนไม่พอ หรือมีผู้ออกไปปฏิบัติงานนอกภาคจำนวนมากกว่าปกติ (จะพยายามหลีกเลี่ยงกรณีนี้โดยการจัด rotation) แพทย์ผู้ qualify ที่จะอยู่ ICU สามารถจัดสรรเวรเพื่อที่จะ cover ทั้งนี้เป้าหมายคือไม่มีใครอยู่เวร net ถึง 14-15 เวร (แพทย์ผู้ qualified ได้แก่แพทย์ผู้ผ่านการปฏิบัติงานที่ ICU มาแล้วซึ่งจะ span ตั้งแต่ปี ๑-๔ ในทางทฤษฎี)
๔) ICU เป็นผู้ป่วยหนัก ฉะนั้นไม่ได้หมายความว่าแพทย์เวร ICU "รับผิดชอบ" ในการให้การรักษา เพียงแต่เป็นผู้ "ประเมินและให้การรักษาเบื้องต้น" หากเป็น case มีปัญหาขอให้ใช้ระบบ consultation ตามปกติ ได้แก่ปรึกษาแพทย์อาวุโส รวมทั้งอาจารย์เจ้าของไข้อย่างเหมาะสม
๕) เวรศัลย์มีระบบ " All-Go " สำหรับกรณีฉุกเฉินอยู่เวร สามารถนำมาใช้เมื่อผู้ป่วยที่ไหนก็ตามต้องการ (ตามหลักการข้อแรก)

มีอีกสองสามประเด็นที่รับมาดำเนินการ และกำหนดกลยุทธไว้แล้ว ไปถามกันเป็นการภายในเรื่องรายละเอียด




Posted by : Phoenix , Date : 2003-06-07 , Time : 13:13:24 , From IP : 172.29.3.223

ความคิดเห็นที่ : 186


   พรุ่งนี้ วันอังคารที่ 9 มิถุนายน 2546 เวลา 16.00 น. ตัวแทนผู้บริหารจะมาพบแพทย์ใช้ทุนเพื่อชี้แจงหลักการและเหตุผล และตอบคำถามเรื่องการให้บริการผู้ป่วย ณ ภาควิชาศัลยศาสตร์ ขอให้ผู้สนใจ หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกรุณามารับฟังตามเวลาและสถานที่ดังกล่าว



Posted by : Phoenix , Date : 2003-06-09 , Time : 18:11:59 , From IP : 172.29.3.160

ความคิดเห็นที่ : 187


   Correction พรุ่งนี้น่าจะเป็นวันอังคารที่ 10 มิถุนายนมากกว่านะครับ



Posted by : Phoenix , Date : 2003-06-09 , Time : 18:54:57 , From IP : 172.29.3.160

ความคิดเห็นที่ : 188


   สุดท้ายก็บัวแล้งน้ำ

Posted by : ลี้คิมฮวง , Date : 2003-06-10 , Time : 23:25:52 , From IP : 203.147.29.123

ความคิดเห็นที่ : 189


   


ข้อตกลงไม่ว่ามันจะออกมาอย่างไรก็คงเป็นแค่สัญญาปากเปล่า ส่วนการปฏิบัติจริงน่าจะเป็นการยืนยันข้อตกลงได้ดีที่สุด ความพึงพอใจสามารถเกิดขึ้นได้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่จะให้ดีควรเกิดกับทั้งสองฝ่าย การหันหน้าเข้าหากันไม่ใช่การทะเลาะกันแต่เป็นการทำความเข้าใจกันและหวังว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะดีขึ้น

การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่สิ่งน่าเกลียดที่จะยอมรับถ้าการเปลี่ยนแปลงนั้นทำให้เราดีขึ้นก็น่าจะยอมเปิดใจรับการเปลี่ยนแปลงได้ ( ถึงแม้บางทีคิดว่าตัวเองยืนอยู่ในจุดที่สุดยอดแล้วก็ตาม )

ขอบคุณในความตั้งใจที่ต้องการช่วยและพยายามตอบคำถาม

" The last kiss is important than the last word you say "



Posted by : perf. , Date : 2003-06-12 , Time : 00:33:47 , From IP : 172.29.3.216

ความคิดเห็นที่ : 190


   พี่ ๆ พยายามเข้านะครับ

Posted by : NEURON , Date : 2003-06-15 , Time : 19:25:37 , From IP : 172.29.2.173

ความคิดเห็นที่ : 191


   คุณ phoenix เนี่ย เป็นลูกครึ่งหรือเปล่า ไทยคำ อังกฤษคำเชียว รักษ์ภาษาไทยบ้างก็ดี อุตส่าห์เกิดเป็นคนไทย

Posted by : คนไทยรึเปล่า , Date : 2003-08-04 , Time : 19:55:52 , From IP : 172.29.1.190

ความคิดเห็นที่ : 192


   ผมอุตสาห์เกิดเป็นมนุษย์ครับ ส่วยรักเมืองไทยหรือเปล่านั้นผมเคยเป็นตัวแทนประเทศเล่นระนาดเอกในงาน World Day ในประเทศอังกฤษและอ่านทำนองเสนาะ เป็นตัวแทนประกวดมารยาทไทย เป็นหัวหน้าชมรมดนตรีไทยและนาฏศิลป์มาแค่สองสามปี ได้รับเกียรติสูงสุดในชีวิตคือร่วมวงมโหรีกับสมเด็จพระเทพฯ ไม่ทราบว่า qualified to be a "รักษ์ไทย" รึเปล่า ถ้าไม่ผมก็คงเสียชาติเกิดไปแล้วจริงๆ



Posted by : Phoenix , Date : 2003-08-04 , Time : 20:11:05 , From IP : 172.29.3.240

ความคิดเห็นที่ : 193


   ผมอุตสาห์เกิดเป็นมนุษย์ครับ ส่วนรักเมืองไทยหรือเปล่านั้นผมเคยเป็นตัวแทนประเทศเล่นระนาดเอกประกอบรำนาฏศิลป์งาน World Day ในประเทศอังกฤษและอ่านทำนองเสนาะ เป็นตัวแทนประกวดมารยาทไทย เป็นหัวหน้าชมรมดนตรีไทยและนาฏศิลป์มาแค่สองสามปี ได้รับเกียรติสูงสุดในชีวิตคือร่วมวงมโหรีกับสมเด็จพระเทพฯ ไม่ทราบว่า qualified to be a "รักษ์ไทย" รึเปล่า ถ้าไม่ผมก็คงเสียชาติเกิดไปแล้วจริงๆ



Posted by : Phoenix , Date : 2003-08-04 , Time : 20:11:52 , From IP : 172.29.3.240

ความคิดเห็นที่ : 194


    โธ่.....ตกกะใจหมดเลย แล้วทำไมต้องมาถกกันในกระทู้ พชท.ศัลย์ด้วยนะ

Posted by : 178 , Date : 2003-08-06 , Time : 19:38:40 , From IP : 172.29.3.130

ความเห็นจาก Social Network : Facebook


สงวนสิทธิ์การแสดงความคิดเห็นสำหรับ สมาชิกเท่านั้น