ความคิดเห็นทั้งหมด : 8

พ่อครับ...ผมรักพ่อ


   เรื่อง "ผมรักพ่อครับ "
เช้าวันศุกร์ ผมตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกกังวลใจเป็นอย่างยิ่ง.. อีกสองวันก็ถึงวันที่ผมรอคอย และเตรียมตัวมาตลอด 2 ปี ผมเรียนพิเศษตลอด 2 ปี ก็เพื่อจุดหมายเดียวที่พ่อหวังไว้ ผมต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อให้ได้..

... ผมใช้เวลาวันละเกือบสิบชั่วโมง ใน 2 เดือนสุดท้าย เพื่อเตรียมตัวให้เหนือกว่าคู่แข่ง ช่วง 2 เดือนนี่เอง ที่ผมต้องนั่งทำแบบฝึกหัดจนถึงตี 3 ทุกวัน.. และก็ทุกวัน พ่อผมจะหากิจกรรมส่วนตัวของเขา มานั่งทำเป็นเพื่อน..
เรานั่งอยู่ด้วยกันจนเกือบเช้าทุกวัน.. ทุกๆ คืน ผมจะมีไมโลร้อนๆ มาวางอยู่ข้างหน้า พร้อมๆ กับมือของพ่อที่จะคอยตบบ่าให้กำลังใจ คอยเตือนว่า..
"นอนได้แล้วหละลูก อย่าเครียดเกินไปเลย"
ผมแทบจะไม่ได้ยินเสียงนั้นลอดหูเข้ามาเลย มันเป็นเสียงที่คุ้นเคยทุกวัน จนบางทีก็ออกจะรำคาญ ที่ถูกเตือนให้นอน..

... เมื่อคืนก็เป็นเหมือนทุกคืน พ่อยังคงชงไมโลมาให้ แต่แปลกหน่อยตรงที่ เมื่อคืนพ่อคุยกับแม่จนดึก แล้วค่อยมานั่งเป็นเพื่อนผม..
วันนี้วันศุกร์ อีกสองวันเอง ผมเดินสวนพ่อเข้าห้องน้ำด้วยความรู้สึกแปลกๆ รู้สึกว่าอยากจะพูดอะไรด้วย แต่ก็ไม่ได้พูด ผมเดินไปแปรงฟันและอาบน้ำ ตอนเดินออกมาพ่อก็ออกไปทำงานเสียแล้ว..
.. วันนี้รู้สึกดีใจเป็นพิเศษ ผมทำคะแนนจากข้อสอบปีเก่าๆ ได้คะแนนสูงมากกว่าที่ประเมินไว้.. ประมาณสิบเอ็ดโมง ผมทำข้อสอบชุดสุดท้ายเสร็จ และก็ตั้งใจว่าถัดจากนี้ไป 2 วัน จะเป็นวันพักผ่อน เพราะไม่ต้องการให้เครียด ก่อนวันสอบมาถึง..
.. ผมทำข้อสอบอยู่ชั้นสองของบ้าน น้องชายก็ขึ้นมาบอกว่า พ่อแวะเอาอาหารเข้ามาให้เรา ความรู้สึกตอนนั้น ผมอยากจะลงไปบอกพ่อว่าทำคะแนนได้ดี แต่ก็คิดว่าอีกซักเดี๋ยวค่อยลงไป พอลงไปอีกทีพ่อก็ออกไปทำธุระเสียแล้ว.. ผมนั่งดูทีวีอยู่จนกระทั่งบ่ายสามโมง มีโทรศัพท์ดังขึ้น ผมเดินไปรับ เสียงของผู้หญิงลอดมาตามสาย ผมจับใจความได้ว่า.. เค้าพูดถึงชื่อพ่อผม และก็บอกว่ารถคว่ำ เพราะหักหลบเด็กวิ่งข้ามถนน อาการไม่หนักนัก.. ผมเขียนโน๊ตไว้บนโต๊ะ แล้วรีบไปโรงพยาบาล
.. ในใจตอนนั้นคิดว่าไปถึง พ่อคงใส่เฝือกอะไรแค่นั้น พอไปถึงอาผมก็ไปถึงพร้อมกันพอดี.. หมอนำเอกสารอนุญาติให้ผ่าตัดมาให้เซ็นต์ แล้วก็บอกว่าตอนนี้อยู่ห้อง X-Ray อาการไม่ค่อยดี เลือดคั่งในสมองต้องผ่าตัดด่วน.. แล้วเค้าก็เอาตัวพ่อเค้าห้องผ่าตัด ผมไม่ได้เจอพ่อเลย ตอนเย็นแม่มา ก็สั่งให้เรากลับบ้าน มีอะไรจะโทรไปบอก

... เช้าวันเสาร์ แม่โทรมาบอกว่าตอนนี้พ่ออาการดีขึ้นแล้ว อยู่ห้อง ICU แต่ยังไม่ได้สติ.. ผมตัดสินใจบอกแม่ว่า วันจันทร์ผมไม่เข้าสอบ ผมอยากเฝ้าอาการพ่อ แม่รีบกลับมาบ้านโดยให้อาเฝ้าที่โรงพยาบาลแทน.. แล้วก็บอกกับผมว่ารู้รึเปล่า ว่าพ่อเค้าอยากให้ผมสอบติดแค่ไหน แล้ววันนี้ที่เค้ารีบออกไป รู้ไหมว่าเค้าไปไหน ผมบอกว่า "ไม่รู้" แม่ขอร้องให้ผมไปเข้าสอบ แล้วแม่ก็บอกว่า
"พ่อเค้ากำลังจะไปบนพระพรหม ขอให้ลูกสอบติด แต่รถคว่ำเสียก่อน"
.. วันนั้นผมบอกแม่ว่า ผมกลัวว่าพ่อได้สติขึ้นมาแล้วจะรู้ว่าผมไม่เข้าสอบ และจะเสียใจ.. ผมตกลงเข้าสอบ ผมหลบเข้าห้องน้ำ ยืนนิ่งแล้วก็ร้องไห้ออกมาไม่หยุด.. เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่า ต้องเจอกับปัญหาที่หนักมาก ผมร้องไห้อยู่นานมาก ............

... วันอาทิตย์ แม่โทรมาบอกว่าพ่อได้สติแล้ว.. แต่ยังไม่ให้ผมไปเยี่ยม บอกแค่ว่าขอให้สอบให้เสร็จก่อน ทางนี้แม่จะดูแลเอง.. ผมสบายใจขึ้น คิดอย่างเดียวว่า พ่อจะต้องดีใจถ้ารู้ว่าผมสอบติด ผมมั่นใจมาก ทุกๆ วันอาการของพ่อดีขึ้นเรื่อยๆ แต่แม่ก็ไม่ยอมให้ผมไปเยี่ยม..
.. ผมและน้องเข้าสอบพร้อมกันอยู่ 5 วันจนเสร็จ.. ที่แรกที่ผมและน้องไป คือโรงพยาบาล ทั้งชุดนักเรียนแบบนั้นแหละ.. ผมไปถึงแม่และอาก็ยังคงอยู่หน้าไอซียู แม่ถามว่าสอบเสร็จแล้วเหรอ ผมบอกว่าเสร็จแล้ว ทำข้อสอบได้ไม่ดีนัก แต่มั่นใจว่าน่าจะติดที่ไหนสักแห่ง แม่ให้เข้าไปเยี่ยมพ่อ..

... พอผมเห็นพ่อ ผมยืนตัวแข็งเดินต่อเข้าไปไม่ได้.. พ่อผมถูกโกนศรีษะเพื่อผ่าตัด พ่อยังไม่ฟื้น แม่ขอโทษ แม่บอกว่าอาการจริงๆ ดีขึ้น แต่ยังไม่รู้สึกตัว.. ผมเดินเข้าไปกุมมือพ่อ ผมเริ่มน้ำตาคลอ แต่ก็บอกกับพ่อว่าผมสอบเสร็จแล้ว รีบตื่นมาดูผลสอบด้วยกันนะ.. ทุกคนเห็นว่านิ้วมือพ่อขยับได้ นิ้วมือเขาขยับได้จริงๆ .. นางพยาบาลเดินเข้ามาดูอาการ แล้วก็บอกกับผมว่าอย่างนี้คงไม่ต้องเป็นห่วงแล้ว..

... วันรุ่งขึ้นตอนหกโมงเช้า แม่ไปถึงโรงพยาบาล โทรกลับมาบ้านแต่เช้า บอกว่าข้างเตียงบอกว่า เมื่อคืนเห็นพ่อลืมตามองไปรอบๆ แม่ดีใจมาก ผมบอกว่าผมจะรีบไปก่อนแปดโมง ...........
.. ซักเจ็ดโมงนิดๆ แม่โทรมาอีกครั้ง แม่บอกว่าให้เอาเสื้อสูทของพ่อไปด้วย.. ตอนนั้นผมร้องไห้ออกมาทันที ผมรู้ว่าแม่หมายถึงอะไร ผมรู้ว่าผมได้สูญเสียคนที่ผมรักที่สุดในชีวิตไปแล้ว..
.. ผมไม่มีโอกาสจะได้คุยกับพ่ออีกแล้ว พ่อรอจนกระทั่งผมสอบเสร็จ .. พ่อรอจนกระทั่งลูกของพ่อ เดินไปบอกว่าสอบได้แล้ว พ่อถึงไปอย่างสงบ ..... ครั้งเดียวในชีวิตที่ผมร้องไห้มากที่สุด ผมจะไม่มีใครชงไมโลมาให้อีกแล้ว.. ผมจะไม่มีใครมาคอยตบบ่าให้กำลังใจ.. ผมจะไม่มีวันได้พูดว่ารักพ่อ.... ทั้งๆ ที่เค้าคือคนที่ผมรักที่สุด...

.. วันนี้เวลาผ่านไปเกือบสิบปี ..
.. สิ่งหนึ่งที่ยังคงทำให้ผมเสียใจมาจนถึงทุกวันนี้ ..
.. คือวันศุกร์เมื่อสิบปีที่แล้ว ผมเดินสวนกับพ่อโดยที่ไม่ได้คุยกับพ่อซักคำ ..
.. ผมควรจะได้พูดว่าผมรักพ่อมากแค่ไหน แต่ผมก็เดินสวนไปเฉยๆ ..
.. ทุกวันนี้ผมไม่เคยหยุดที่จะคิด..เมื่อเวลาบอกคนที่ผมรักว่า.....
.. ผมรักเค้ามากแค่ไหน .....
.. ผมจะไม่ยอมเสียใจกับสิ่งที่ผมไม่ได้ทำอีก ...
.......... "พ่อครับ...ผมรักพ่อ" ..........
กว่าที่เราจะรู้คุณค่าของสิ่งที่เรามี สิ่งที่เราคิดว่าเป็นความคุ้นเคย คนที่เราเห็นเขาอยู่ทุกวัน พูดกับเรา แสดงความห่วงใยเราแบบ ๆ เดิม ซึ่งเราได้รับจนชิน

เรามารู้ว่าสิ่งเหล่านั้น มีความหมายเพียงใด เมื่อเราสูญเสียสิ่งนั้น ไปแล้ว โดยไม่สามารถเรียกร้องสิ่งใดกลับคืน เหลือไว้แต่ความรู้สึกค้างคาในใจ ถ้าได้ทำสิ่งที่ควรทำในวันนั้นเสีย วันนี้คงไม่ได้ประสบทุกข์ถึงเพียงนี้

กว่าจะซาบซึ้ง กว่าจะรู้ ว่าพ่อแม่รักเราเพียงใด ก็เมื่อเราไม่มีท่านแล้ว กว่าจะรู้ว่าควรทำสิ่งใด ก็เมื่อหมดโอกาสที่จะทำสิ่งนั้นแล้ว วันเวลาที่ผ่านไป นอกจากจะนำความเสื่อมถอย ของสังขารติดตามไปด้วยแล้ว ยังนำโอกาสอันดีในชีวิตหลุดลอยไปด้วย

เอื้อมมือสัมผัสท่านไว้ เมื่อเรายังเอื้อมถึง ดีต่อท่านให้สมกับที่ท่านเป็นผู้ที่ควรดีตอบ ช่วยนำพาท่านให้หลุดพ้นจากความทุกข์ อันเกิดจากความรักเรา และการเกิดแก่ เจ็บ ตาย ในชีวิตของคนเรานี้


Posted by : chaman , E-mail : (chaman_tu@hotmail.com) ,
Date : 2005-07-09 , Time : 01:30:27 , From IP : 172.29.4.171


ความคิดเห็นที่ : 1


   ซึ้งมาก ๆ ครับ
ขอบคุณมาก
ทำให้คิดถึงพ่อมาก ๆ เลย
เดี่ยวผมขอโทรศัพท์หาพ่อก่อนนะครับ


Posted by : เพื่อนเหน่ง , Date : 2005-07-09 , Time : 12:34:46 , From IP : 172.29.1.121

ความคิดเห็นที่ : 2


   น้ำตาไหลเลยครับ อย่าส่งเรื่องแบบนี้มาอีกนะ
แบบว่าอิน มากๆๆๆๆ


Posted by : แทพย์ , Date : 2005-07-09 , Time : 13:15:13 , From IP : 172.29.3.129

ความคิดเห็นที่ : 3


   น้ำตาไหลเลยครับ อย่าส่งเรื่องแบบนี้มาอีกนะ
แบบว่าอิน มากๆๆๆๆ


Posted by : แทพย์ , Date : 2005-07-09 , Time : 13:15:43 , From IP : 172.29.3.129

ความคิดเห็นที่ : 4


   Good story
(;_;)


Posted by : i love mum , Date : 2005-07-09 , Time : 17:44:48 , From IP : 172.29.4.212

ความคิดเห็นที่ : 5


   เป็นเรื่องเตือนใจยามเมื่อเราย่ามใจ
หามาลงอีกแยะๆนะคับ
gOOd tale


Posted by : mumoo , Date : 2005-07-09 , Time : 20:09:44 , From IP : 172.29.4.226

ความคิดเห็นที่ : 6


   ผมก็รักพ่อเหมือนกัน ผมเคยสัญญากับพ่อผมว่าวันหนึ่งผมจะเรียนแพทย์ พ่อผมดีใจมาก พ่อบอกว่าจะพยายามส่งผมเรียนให้ได้ แต่ความฝันนี้มันช่างไกลเหลือเกิน ผมพยายามแล้ว แต่ก็รู้สึกว่ามันคงเป้นไปได้อยากมาก ผมเสียใจ

Posted by : kkkkk , Date : 2005-07-15 , Time : 11:48:58 , From IP : 202.28.27.3

ความคิดเห็นที่ : 7


   ของฉันก็เหมือนกัน
ต้นเดือนก.พ ที่ผ่านมีความหวังที่จะเรียนป.โท จึงได้ไปสอบทีมช.ไว้ ไปประมาณ 10 วันทั้งสอบภาษา และสัมภาษณ์ ขณะอยู่ที่เชียงพ่อโทรมาหาเกือบทุกวันเพื่อให้กำลังใจลูก ลูกเองก็ทำข็อสอบโดยมีกำลังใจเต็มเปี่ยมจากพ่อแม่ หลังกลับมาจากเชียงใหม่ก็ไม่ได้กลับบ้านเพราะต้องมาอยู่เวรตลอดแต่ได้โทรพ่อแม่ว่าวันอาทิตย์จะกลับบ้านนะมีของฝากของพ่อแลพแม่เต็มไปหมด ช่วงที่ทำงานอยู่ซึ่งผลยังไม่ออก พ่อถามทุกวันว่าเมื่อไหร่ผลสอบจะออกพ่อจะได้เก็บตังค์ไปส่งลูกที่เชียงใหม่ ซึ่งปกติพ่อเป็นคนอารมณ์ดีจะจะถามอย่างนี้เสมอ..ก่อนที่จะกลับบ้าน
และแล้วก่อนกลับบ้าน1 วัน ซึ่งเป็นวันเสาร์ 6.15 น. มีโทรศัพท์จากแม่ว่าให้รีบกลับบ้านนะ พ่อถูกยิงที่ปัตตานี ณ ตอนนั้นบอกได้ว่าช็อคแต่ไม่เชื่อ..ได้พูดกับแม่ว่าจิงเหรอ..เป็นไปได้ยังงัย แล้วตอนนี้ใครอยู่เป็นเพื่อนแม่บ้าง.. แม่ใจเย็นนะ เด๊๋ยวก็มีคนมาอยู่เป็นเพื่อน พูดให้กำลังใจแม่ แต่ตัวเองตอนนั้น้ำตาไหลไม่หยุด พยายามตั้งสติอย่างไรก็ไม่หยุด .... ตอนนี้เขียนต่อไม่ได้แล้ว เขียนไม่ไหวแล้วค่ะ แล้วมีโอกาสจะเขียนเล่าให้ฟังใหม่


Posted by : lisa999 , Date : 2005-07-15 , Time : 23:52:08 , From IP : 172.29.1.166

ความคิดเห็นที่ : 8


   เรื่องนี้ดีมากเลย เอามาลงอีกน้า...อ่านแล้วอยากกลับบ้านมาก ๆๆๆๆ


Posted by : มุม , Date : 2005-07-30 , Time : 20:54:00 , From IP : 172.29.4.68

ความเห็นจาก Social Network : Facebook


สงวนสิทธิ์การแสดงความคิดเห็นสำหรับ สมาชิกเท่านั้น
>>>>> Page loaded: 0.034 seconds. <<<<<