ความคิดเห็นทั้งหมด : 54

Com หมอ หรือ Com พยาบาล


   จากการสังเกต Comp ที่ Ward
ไม่ว่า Com ตั้งโต๊ะหรือ Comp ลาก
ทุกตัวจะมี Program พยาบาล
ลากไป Check order ได้
แต่ Comp ที่มี Program หมอ มีเฉพาะ
Comp ลากเท่านั้น
ทำไมไม่ยุติธรรมเลย
หน่วย comp ช่วยแก้ตรงนี้ด้วย


Posted by : ห้ามใช้ ของฉัน , Date : 2005-03-01 , Time : 00:15:17 , From IP : 172.29.7.140

ความคิดเห็นที่ : 1


   พยาบาลใจแคบมากๆ ขี้งก ไร้น้ำใจ

ผมเคยสร้างไอค่อนไว้พออีกวันถูกลบแล้ว พอสร้างใหม่ก็ถูกลบใหม่

ไม่รู้จะหวงทำไมนักหนา ยืมใช้แป๊ปเดียวเอง


Posted by : ... , Date : 2005-03-01 , Time : 08:09:44 , From IP : 203.113.76.13

ความคิดเห็นที่ : 2


   เห็นด้วย คุณพยาบาล(บาง ward ) มักบอกว่าห้ามใช้ เพราะจะพยาบาลใช้ส่งเวร ซึ่งเป็นแค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆ จริงๆแล้วน่าจะแบ่งกันใช้ และคอมจะได้ประโยชน์คุ้มค่ากับราคา
หมอทำงานไปก็เพื่อคนไข้ทั้งนั้นนะ


Posted by : ZIP , Date : 2005-03-02 , Time : 06:15:44 , From IP : 172.29.7.24

ความคิดเห็นที่ : 3


   เป็นเฉพาะบาง ward หรอกค่ะ wardที่ใจดีแบบศช1 ก็มี ถ้าตอนที่พี่เขาไม่ใช้ก็ให้เราใช้ดี ไม่บ่นเลย

Posted by : DDx , Date : 2005-03-02 , Time : 09:01:38 , From IP : 172.29.3.247

ความคิดเห็นที่ : 4


   อยากให้มี program ทั้งแพทย์และพยาบาลในทุกเครื่อง บาง ward พยาบาลใจแคบ มาก ๆ ไม่ให้ใช้แล้วยังไม่ print ให้ด้วย ถ้าอยากให้เลิกใช้ Comp พยาบาล ก็ช่วยจัด Comp หมอที่มีที่นั่งพิมพ์ และจัด printer ให้ด้วย เพราะบางครั้งต้อง print ใบ admission note, consult หรือ discharge summary เอง Comp หมอ จะไม่มี printer ต่อ ยกเว้น ศช 1 ที่มี printer ต่อกับ Comp หมอ
นอกจากนี้ระบบรับ Consult แพทย์ที่ไปรับ consult ตาม ward ต่าง ๆ ยังต้องให้ พยาบาล regist ให้ บางครั้งบอกแล้วยังไม่เต็มใจทำให้ อยากให้ช่วยเปลี่ยนวิธีการที่จะไป register ชื่อเพื่อเข้า orderใน ward อื่นที่ไปดู case consult


Posted by : .. , E-mail : (..) ,
Date : 2005-03-02 , Time : 09:52:31 , From IP : 172.29.7.133


ความคิดเห็นที่ : 5


   ที่หอผู้ป่วย อช.2/RCU ก็มีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต่อพริ้นเตอร์ไว้สำหรับแพทย์ และจัดมุมไว้ให้นั่งอย่างเป็นสัดส่วน เพียงแต่คุณหมอบางท่านไม่ใส่ใจที่จะเลือกใช้งาน

Posted by : ผู้ร่วมงานของท่าน , Date : 2005-03-02 , Time : 10:47:00 , From IP : 172.29.7.125

ความคิดเห็นที่ : 6


   การสร้าง short cut น่ะครับทำได้เกือบทุกเครื่องครับ
แต่แปลกที่ว่าพอวันรุ่งขึ้นจะมาใช้ "เอมันหายไปไหนแล้ว" ????
เจอมาเองเหมือน คหท 2 เลยครับ


Posted by : ผู้ใช้งาน , Date : 2005-03-02 , Time : 12:55:47 , From IP : 172.29.7.112

ความคิดเห็นที่ : 7


   ผมเห็นด้วยว่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้นประโยชน์สูงสุดจะเกิดขึ้นเมื่อ 1. มีคนใช้ และ 2. คนใช้ access ได้

แต่ก่อนอื่นการแก้ปัญหานั้นไม่น่าจะเริ่มด้วยการทะเลาะกัน จากข้อมูลข้างต้นคล้ายๆกับว่าโปรแกรม doctor นั้น ไม่จำเป็นต้องอยู่กับเครื่องคอมฯที่รถเข็นเสมอไป นี่จะหมายความว่าเครื่องที่ counter ก็มีโปรแกรมเพียงแต่ไม่มี short-cut บน desktop รึเปล่า? ถ้าเป็นเช่นนั้นก้แค่เปิดโปรแกรมเมนูก็น่าจะเปิดได้แล้วไม่ว่าจะมีหรือไม่มี short-cut แต่ถ้าบางเครื่องมันไม่มีโปรแกรม installed อยู่จริงๆ คนที่จะแจ้งก็คือศูนย์คอมฯ ไม่ใช่บอกให้พยาบาลไปหามา

เวลาต้องการการเปลี่ยนแปลง ทางที่ดีเจาะจงปัญหาที่อยากจะแก้ หาคนที่อยู่ในตำแหน่งหน้าที่ที่สามารถแก้ให้ น่าจะดีกว่าหาคนทะเลาะกัน หรือ blame ความผิดว่าของใคร คงจะดีไม่น้อย



Posted by : Phoenix , Date : 2005-03-02 , Time : 13:03:35 , From IP : 172.29.7.188

ความคิดเห็นที่ : 8


   ถ้าแค่ shortcut หายไป ไม่น่าใช่เรื่องใหญ่นะครับ มันทำให้เสียเวลาอีก 2-3 clicks อย่างมาก คิดซะว่าสสารมีการระเหิดได้ จะได้รักษาอารมณ์ของเราในการทำงานดีกว่าไหมครับ



Posted by : Phoenix , Date : 2005-03-02 , Time : 15:32:59 , From IP : 172.29.3.185

ความคิดเห็นที่ : 9


   ไม่เห็นต้อง มาเถียงกันเลยครับ
ว่า com หมอ หรือ com พยาบาล
ก็ป้ายข้างหน้ามันเขียนว่า
ก็นี่มันโรงหมอสงขลานครินทร์ หรือโรงพยาบาลสงขลานครินทร์
ทำใจหน่อยครับ รู้สะบ้างว่านี่ถิ่นใคร HA HA


Posted by : :) , Date : 2005-03-02 , Time : 16:57:44 , From IP : 172.29.3.254

ความคิดเห็นที่ : 10


   ตัวโปรแกรมมันอยู่ใน network drive ครับ

ใน start menu ไม่มีครับ

path ก็ยาว

คนทั่วๆ ไป สร้างเองไม่ได้หรอกครับ

ก่อนโพสน่าจะลองไปทำดูก่อนที่จะมาแสดงความเห็นแบบผิดๆ


Posted by : ... , Date : 2005-03-02 , Time : 17:25:44 , From IP : 203.113.76.74

ความคิดเห็นที่ : 11


   ดังที่ได้กราบเรียนไว้ในกระทู้แรกที่ตอบ คือถ้าโปรแกรมไม่ได้ install ไว้ที่เครื่องโดยตรง การ exercise ตรงนี้อาจจะมิสู้ไปเรียนให้ทางศูนย์คอมฯโดยตรง ถ้าคิดว่าแก้เป็นระบบจะมีประโยชน์ที่สุด ผมเห็นด้วยว่าโปรแกรมน่าจะมีอยู่ในคอมฯทุกเครื่องครับ



Posted by : Phoenix , Date : 2005-03-02 , Time : 18:26:22 , From IP : 203.156.62.72

ความคิดเห็นที่ : 12


   อย่างที่ได้กราบเรียนเอาไว้แล้วว่า ปกติ shortcut icon มันมีครับ แต่มีใครไม่รู้ไปลบมัน สร้างใหม่ก็ถูกลบอีก ซึ่งดูจากพฤติกรรมแล้วคาดว่าน่าจะเป็นพยาบาลประจำวอร์ดนั้นๆ

ถึงแจ้งหน่วยคอมมาทำให้ เขาก็ลบอีกอะครับ


Posted by : ... , Date : 2005-03-02 , Time : 22:00:03 , From IP : 203.113.76.73

ความคิดเห็นที่ : 13


   WARD ใครอ่ะ? ทำไม WARD เราไม่เห็นเป็นอย่างว่าเลย!

Posted by : อย่าเหมารวม , Date : 2005-03-02 , Time : 23:11:48 , From IP : 172.29.7.198

ความคิดเห็นที่ : 14


   อืม... ถ้าเป็นจำเพาะ ward นี่ ทางแก้ไม่ได้อยู่ที่การลงกระดานข่าวแล้วกระมังครับ แจ้งหัวหน้าหอผู้ป่วยโดยตรงอย่างเป็นทางการ ขอคำชี้แจงว่าทำไมถึงมีการลบ shortcut ของโปรแกรมออก ยิ่งถ้าหน่วยคอมฯ เป็นคนสร้าง icon ไว้ให้หมอใช้ พยาบาลไม่มีสิทธิ์ลบออกเองแน่นอน แต่การเหมารวมพยายาลทุก ward ทั้ง รพ. นี่ จะทำให้คุณเองสร้างแนวต้านมากกว่าหาแนวร่วมรึเปล่าครับ? และถ้าไม่ใช่หัวหน้า ward สั่งให้ทำ คนที่จะคุมลูกน้องได้ก็คือหัวหน้า ward นั่นแหละครับ คงต้องขอให้ specific หน่อย

Posted by : Phoenix , Date : 2005-03-03 , Time : 00:12:54 , From IP : 172.29.7.26

ความคิดเห็นที่ : 15


   ไม่มีใครบอกว่าทุกวอร์ดเป็นนะครับ บางความเห็นข้างก็บอกแล้วว่าเป็นบางวอร์ด

จะเล่นคำหาเรื่องกันไปทำไม??


Posted by : ... , Date : 2005-03-03 , Time : 00:57:35 , From IP : 203.113.76.72

ความคิดเห็นที่ : 16


   คุณอย่าเหมารวม
อย่าร้อนตัว เขาไม่ได้ว่าคุณ ทำไมต้องรีบบอกว่าวอร์ดคุณไม่ได้เป็น
แล้วกรุณาอย่าขึ้นเสียงโดยใช้เครื่องหมาย ! มันแสดงให้เห็นถึงความไร้การศึกษา (เหมือนพยาบาลส่วนใหญ่เป็นกัน)

--ที่แนะนำให้ไปบอกหัวหน้า ward พูดน่ะพูดง่าย ในทางปฏิบัติแล้วใครจะกล้าไปพูดหละครับ ถ้าไม่มีการโพสในเว็บบอร์ดเรื่องนี้ก็คงเงียบต่อไปเรื่อยๆๆๆๆๆ


Posted by : ... , Date : 2005-03-03 , Time : 01:05:16 , From IP : 203.113.76.72

ความคิดเห็นที่ : 17


   ไม่ได้ตั้งใจเจตนาจะหาเรื่องครับ แค่พยายามจะหาทางปฏิบัติแก้ไขปัญหาเท่านั้น

ถ้าคุณไม่บอกว่าว่าเป็น ward ไหน จะให้ใครเป็นคนแก้ปัญหาล่ะครับ? ศูนย์คอมฯจะทำอะไรได้กับการลบ short-cut ก็ต้องคนที่ ward นั้นๆ ถ้าไม่ได้เป็นทุก ward เป็นแค่ ward เดียวหรือสอง wards ก็คงต้องดำเนินการเฉพาะ ward นั้นๆไป

ผมคิดว่าถ้ากล้าพูดที่นี่ ก็ควรจะกล้าพูดที่หอผู้ป่วยด้วยครับ ผมเข้าใจว่าหมอเป็น พชท.แล้วใช่ไหมครับ ไม่ก็ resident เท่าที่ผ่านมาผมไม่ใคร่สังเกตเห็นการที่ พชท. จะ "ไม่กล้า" พูดกับพยาบาล ค่อนไปทางตรงกันข้ามซะล่ะมากกว่า ทำไมแพทย์ใช้ทุนหรือแพทย์ประจำบ้านจึงจะ "ไม่กล้า" พูดกับหัวหน้าหอผู้ป่วยเรื่องการปรับปรุงการบริการแก่คนไข้ล่ะครับ? ยิ่งเรื่องที่ยกมานี่ยิ่งไม่น่ามีปัญหา การที่ศุนย์คอมฯ link programme doctor ลง short-cut ลงในเครื่องนั่นแปลโดยนัยว่าเป็นนโยบายของ "โรงพยาบาล" ที่จะให้โปรแกรมนี้ถูกใช้อยู่แล้ว ถ้าคุณยังเด็กอยู่รู้สึกว่ายังไม่มีวุฒิภาวะ วัยวุฒิเพียงพอที่จะคุยกับผู้ร่วมงานในทางสร้างสรรค์ได้ ก็ลองขอให้รุ่นพี่หรืออาจารย์เดินไปเป็นเพื่อนยืนอยู่ข้างหลังเอาใจช่วยก็ได้ แต่ผมแนะนำให้เจ้าของเรื่องเป็นคนพูดเองครับ เราควรจะหัด feedback อย่างเปิดเผย และกล้าทำในเรื่องที่ควรทำ และขอให้ยืนอยู่บน issue ที่ต้องการจะแก้แค่นั้น

แต่ feedback อันหลังเรื่องการใช้อัศเจรีย์ที่คุณสรุปว่าแสดงความไร้การศึกษา และวงเล็บว่าพยาบาลต่อนั้น ผมว่าคุณกำลังมีวัตถุประสงค์อื่นที่ไม่ใคร่สร้างสรรค์เท่าไหร่ ดูเหมือนประเด็นหลักคุณต้องการจะทะเลาะกับพยาบาลมากกว่า แถมยังพยาบาลคนไหนก็ได้อีกต่างหาก การมีการศึกษาสูงนั้นหมายถึงการสามารถแสดงออกในที่สาธารณะอย่างงามทั้งกาย ใจ วาจา ถ้าคุณเป็นแพทย์แล้วไม่กล้าพูดเสนอแนะพยาบาลเรื่องการทำงานแล้ว ระบบการศึกษาของเราท่าทางจะล้มเหลวสำหรับคุณแล้วล่ะครับ



Posted by : Phoenix , Date : 2005-03-03 , Time : 02:02:17 , From IP : 172.29.7.26

ความคิดเห็นที่ : 18


   ที่จริงแล้วปัญหานี้ไม่ได้เดือนร้อนถึงขนาดต้องไปคุยให้เปลืองตัวมังครับ อีกอย่างอยู่แป๊ปเดียวเดี๋ยวก็ไปแล้วด้วย ไม่แน่อาจจะมีใครไปคุยแล้วแต่ไม่ได้ผลก็อาจเป็นได้ แต่พอดีมีคนตั้งกระทู้ขึ้นมาก็เลยช่วยให้ข้อมูลเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นการที่ปัญหานี้ยังมีอยู่ จึงไม่ได้แสดงให้เห็นว่าไร้วุิฒิภาวะหรือไม่มีวุฒิภาวะแต่อย่างใด (ผมคิดว่าคุณ phoenix กำลังมีอารมณ์? และด่าอย่างไม่สร้างสรรค์เหมือนกัน?)

ต่อไปนี้มีเรื่องอะไรไม่ต้องโพสในเว็บบอร์ดแล้วครับ โพสไปก็ถูกด่าว่าไร้วุฒิภาวะ และไม่มีวัยวุฒิ คำด่านี้สามารถด่าได้ทุกคนที่ตั้งกระทู้ทำนองนี้อยู่แล้ว ท่าทางเว็บบอร์ดนี้เก็บไว้ดีเบสอย่างเดียว

ท่าทางระบบการศึกษาของเราจะล้มเหลวจริงๆ ครับ ไม่ใช่ผู้เรียนล้มเหลวใช่มั๊ย
ถ้าอย่างนั้นปัญหานี้ต้องแก้กันที่ระบบการศึกษาอย่างนั้นหรือ? ก็ชอบเหมือนกันอยากเห็นคนด่าแบบนี้อยู่แล้ว


Posted by : ... , Date : 2005-03-03 , Time : 08:12:29 , From IP : 203.113.76.8

ไม่ค่อยฉลาดค่ะ การศึกษายังน้อย เลยสงสัยว่าจะเข้าใจผิด !!!!!!!!!!!!!!!!!!!! คิดว่าออกจะปกติค่ะที่ คุณ Phoenix หรือ ใครๆ จะมีอารมณ์ ทั้งนี้การประเมิน Mood and affect นี่ต้องดู Range and intensity ,appropriateness ซึ่ง ด้วยความรู้อันน้อยนิดนี้เองก็เลยไม่เห็นว่าจะมี restricted,blunted,shallow,labile หรือ flat แต่เห็นว่าออกจะ normal ดี แต่ถ้าไม่ normal เป็น irritable (โดย นัยแฝง )เนื่องจากมีสิ่งเร้าแบบ agressive แล้วยังสามารถประคับประคองความสุภาพ และให้ความเห็นเกี่ยวกับการแก้ปัญหาอย่างสันติได้อย่างที่คุณ Phoenix แสดงอยู่ ก็เห็นว่า น่าชื่นชมดีออกนะคะ จำได้ว่าวิธีการอย่างนี้เป็น "วิถีแห่งอารยชน" หรือคุณมีความเห็นเป็นอย่างอื่นคะ? หรือวิธีการอย่างนี้คนมีการศึกษาสูงดี เค้าไม่ทำกัน ? เรื่อง การใช้ comp นี่เป็นคนนอกหรอกค่ะ เลยงดออกความเห็นเพราะไม่รู้ ว่าจริงๆ แล้วปัญหาคืออะไร จะไปเสนอทางแก้ทั้งที่ไม่ได้รู้เอง ก็เห็นว่าไม่เหมาะ แต่เรื่องวัฒนธรรมการใช้ Board นี้เห็นว่าจะเป็นคนใน เพราะใช้เอง รู้เอง พลาดเองมาสักระยะแล้ว ก็เลยขอถือสิทธิ์ความเป็นคนใน ออกความเห็นหน่อยนะคะ ถ้าคุณ "..." 203.113.76.8 อยากลอง debase เรื่องระบบการศึกษา แนะนำว่าลงไปที่ Debase LXXXVI ดีมั้ยคะ ว่ากันไปว่ากันมากะคุณ Phoenix อยู่ 2 คน ได้ความเห็นจากใครๆ เพิ่มอีกจะได้มีโอกาสแตกฉานกันเพิ่มมากขึ้นบ้าง ก็เป็นประโยชน์อย่างหนึ่งจากการใช้ Board ในการเรียนรู้นะคะ โดยเฉพาะเราไม่ค่อยมี Private time สำหรับการจับกลุ่มสนทนาวาระพิเศษ นอกจาก ภาระงาน หรือ การศึกษาอันหนักหน่วง และกินเวลาแทบ 24 ชม. อยู่แล้ว การใช้ Technology อย่างเหมาะสมนี่ก็อำนวยความสะดวกทางการศึกษา อย่างนี้เอง แล้วก็มีหลายกระทู้ใน Board นะคะที่ไม่มีใครไปทิ้งคำกล่าวหาว่า "ไร้วุฒิภาวะ-ไม่มีวัยวุฒิ" ไว้ ถ้าว่างก็ลอง ไปเปิดอ่านดูสิคะ เผื่อจะได้เห็นความแตกต่างบ้างว่า ต่างกันอย่างไร peace ค่ะ" />
ความคิดเห็นที่ : 19


   "ที่จริงแล้วปัญหานี้ไม่ได้เดือนร้อนถึงขนาดต้องไปคุยให้เปลืองตัวมังครับ"

ตกลงว่า มีปัญหาเรื่อง กลัวเปลืองตัว หรือคะ นึกว่า มีปัญหาเรื่องใช้ comp ไม่ได้ซะอีก
--> ไม่ค่อยฉลาดค่ะ การศึกษายังน้อย เลยสงสัยว่าจะเข้าใจผิด !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

คิดว่าออกจะปกติค่ะที่ คุณ Phoenix หรือ ใครๆ จะมีอารมณ์ ทั้งนี้การประเมิน Mood and affect นี่ต้องดู Range and intensity ,appropriateness ซึ่ง ด้วยความรู้อันน้อยนิดนี้เองก็เลยไม่เห็นว่าจะมี restricted,blunted,shallow,labile หรือ flat แต่เห็นว่าออกจะ normal ดี
แต่ถ้าไม่ normal เป็น irritable (โดย นัยแฝง )เนื่องจากมีสิ่งเร้าแบบ agressive แล้วยังสามารถประคับประคองความสุภาพ และให้ความเห็นเกี่ยวกับการแก้ปัญหาอย่างสันติได้อย่างที่คุณ Phoenix แสดงอยู่ ก็เห็นว่า น่าชื่นชมดีออกนะคะ จำได้ว่าวิธีการอย่างนี้เป็น "วิถีแห่งอารยชน" หรือคุณมีความเห็นเป็นอย่างอื่นคะ?
หรือวิธีการอย่างนี้คนมีการศึกษาสูงดี เค้าไม่ทำกัน ?

เรื่อง การใช้ comp นี่เป็นคนนอกหรอกค่ะ เลยงดออกความเห็นเพราะไม่รู้
ว่าจริงๆ แล้วปัญหาคืออะไร จะไปเสนอทางแก้ทั้งที่ไม่ได้รู้เอง ก็เห็นว่าไม่เหมาะ แต่เรื่องวัฒนธรรมการใช้ Board นี้เห็นว่าจะเป็นคนใน เพราะใช้เอง รู้เอง พลาดเองมาสักระยะแล้ว ก็เลยขอถือสิทธิ์ความเป็นคนใน ออกความเห็นหน่อยนะคะ

ถ้าคุณ "..." 203.113.76.8 อยากลอง debase เรื่องระบบการศึกษา แนะนำว่าลงไปที่ Debase LXXXVI ดีมั้ยคะ ว่ากันไปว่ากันมากะคุณ Phoenix อยู่ 2 คน ได้ความเห็นจากใครๆ เพิ่มอีกจะได้มีโอกาสแตกฉานกันเพิ่มมากขึ้นบ้าง ก็เป็นประโยชน์อย่างหนึ่งจากการใช้ Board ในการเรียนรู้นะคะ โดยเฉพาะเราไม่ค่อยมี Private time สำหรับการจับกลุ่มสนทนาวาระพิเศษ นอกจาก ภาระงาน หรือ การศึกษาอันหนักหน่วง และกินเวลาแทบ 24 ชม. อยู่แล้ว การใช้ Technology อย่างเหมาะสมนี่ก็อำนวยความสะดวกทางการศึกษา อย่างนี้เอง

แล้วก็มีหลายกระทู้ใน Board นะคะที่ไม่มีใครไปทิ้งคำกล่าวหาว่า "ไร้วุฒิภาวะ-ไม่มีวัยวุฒิ" ไว้ ถ้าว่างก็ลอง ไปเปิดอ่านดูสิคะ เผื่อจะได้เห็นความแตกต่างบ้างว่า ต่างกันอย่างไร

peace ค่ะ


Posted by : Lucifer , Date : 2005-03-03 , Time : 16:51:00 , From IP : 172.29.4.130

ความคิดเห็นที่ : 20


   ผมเข้าใจผิดถึง "ทีมา แรงผลักดัน" ของกระทู้นี้ไปกระมังครับ ตอนแรกผมเข้าใจว่าต้องการปรับปรุง "ระบบ" เพื่อดูแลคนไข้ให้ดีขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นเหตุผลที่ว่าหมอ "กลัว" พยาบาล นั้นมันไม่น่าจะอธิบายได้ แต่ถ้าการย้าย ward ย้าย rotation (นั่นแปลว่าหมอเป็น intern รึเปล่า?) แก้ปัญหานี้ ก็คงจะจบกัน

ผมยัง "คิด" ว่าที่ได้ feedback ไปนั้นเป็นการด่าหรือไม่ อาจจะใช้ default ว่าแพทย์ที่จบแล้ว รับปริญญาแล้ว มีวัยวุฒิ และคุณวุฒิพอที่สามารถจะถามไถ่เรื่องนี้กับผู้ร่วมงานได้พอสมควร ถ้านี่เป็นการด่า ก็ขอบอกว่าได้พูดไปโดยไม่ได้ใช้อารมณ์ครับ เพราะเห็นว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ถามว่าสร้างสรรค์หรือไม่ แปลตามตัวก็คือถ้าด่าเสร็จ (หรือ feedback เสร็จ) หมอสามารถแสดงความเห็นกับหัวหน้า ward เพื่อปรีบปรุงการทำงานบนหอผู้ป่วยได้ ส่วนตัวผมแปลว่าอย่างนี้สร้าวสรรค์ครับ

แต่ที่ติงมากกว่าคือที่พูดว่า แล้วกรุณาอย่าขึ้นเสียงโดยใช้เครื่องหมาย ! มันแสดงให้เห็นถึงความไร้การศึกษา (เหมือนพยาบาลส่วนใหญ่เป็นกัน) นี่แหละครับที่ผมเห็นว่าไม่สร้างสรรค์

มีกระทู้ส่วนใหญ่เกือบร้อยเปอร์เซนต์ที่ posted บนนี้แล้วไม่มีการพูดถึงวุฒิภาวะของคน posted และผมคิดว่าการกระทำที่ดูถูกวิชาชีพอื่น แบบที่ยกมาข้างต้นนั้นสะท้อนถึงความสำเร็จในการเรียนของหมอจริงๆครับ



Posted by : Phoenix , Date : 2005-03-03 , Time : 16:55:19 , From IP : 172.29.3.185

ความคิดเห็นที่ : 21


   ดิฉันเห็นด้วยกับ Phoenix เลยค่ะ บางครั้งบางท่านเก็บกด แล้วเที่ยวพาลว่าพยาบาลไร้การศึกษา ช่างมีคุณวุฒิสูง แต่วุฒิภาวะตำมากเลยค่ะ น่าเสียใจแทนอาจารย์ที่พยายามทำหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อให้นักศึกษามีจิตวิญญานที่ดี

Posted by : toom , Date : 2005-03-03 , Time : 22:18:23 , From IP : 172.29.7.24

ความคิดเห็นที่ : 22


   เอาอีกแล้ว
ธรรมชาติของ anonymous
น่าสาบแช่ง ซะจริงๆ

ตราบใดที่ยังเป็น anonymous มันก็ต้องเจอ อะไรที่ กระแทก อารมณ์ อย่างนี้เสมอแหละ

พวกท่านเหล่านั้น บางท่าน มาขาก ทิ้งไว้แล้วก็ไม่กลับมามองอีก เราๆเสียอีกที่ "เสือก" มานั่งอ่าน ให้อารมณ์ขุ่นมัว

สงสารก็แต่ผู้ที่รักจะแก้ไขจริง ต้องพลอยหงุดหงิด ด้วย


Posted by : anonymous again , Date : 2005-03-03 , Time : 22:52:56 , From IP : 172.29.7.28

ความคิดเห็นที่ : 23


   มีหนุ่มน้อยคนนึงมาตั้งกระทู้ถึงความไม่ยุติธรรมที่คอมพิวเตอร์ในเค้าเตอร์พยาบาล ถูกกีดกันไม่ให้ใช้ โดยพยาบาลเจ้าของวอร์ด
แต่ผลสุดท้าย หนุ่มน้อยคนนั้นกลับกลายเป็นผู้ไร้วุฒิภาวะ และไม่มีวัยวุฒิ
เป็นอย่างนั้นไปซะได้
แล้วเรื่องนี้ก็จบลงเท่านี้

ส่วนที่ว่าสร้างสรรค์ผมยังคิดไม่ออกว่าสร้างสรรค์ได้อย่างไรครับ ถ้าจะด่าใครซักคนว่าไร้วุฒิภาวะ และไม่มีวัยวุฒิ ก็ไม่อาจทำให้ใครมีวุฒิภาวะ และมีวัยวุฒิขึ้นมาได้หรอกครับ และการด่าเช่นนั้นก็ไม่ใช่ทางออกของการแก้ปัญหาแต่อย่างใด

แล้วที่อยู่ๆ ก็มาสรุปว่าไร้วุฒิภาวะ และไม่มีวัยวุฒิ โดยใช้ข้อมูลอันน้อยนิด (ไม่กล้าคุยกับหัวหน้าวอร์ด) โดยที่ในความเป็นจริงแล้วยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องนำมาใช้เป็นเหตุเป็นผลกันในการพิจารณาด้วย

ข้อมูลอันน้อยนิดนั้น แสดงให้เห็นว่าไร้วุฒิภาวะ และไม่มีวัยวุฒิ ได้อย่างไรช่วยบอกผมหน่อยครับ ถ้าไม่ใช่การแสดงออกของอารมณ์ที่ ควบคุมไม่อยู่???


Posted by : ... , Date : 2005-03-04 , Time : 01:41:28 , From IP : 203.113.76.74

ความคิดเห็นที่ : 24


   มีหลายประการที่ยงไม่ตรงกับที่เกิดขึ้นนะครับ

ประการแรกพยาบาลประจำ ward นั้น ไมใช่เจ้าของ ward
ประการที่สอง อ่านใหม่ประเด็นเรื่องวุฒิภาวะ และคุณวุฒืนะครับ
ถ้าคุณยังเด็กอยู่รู้สึกว่ายังไม่มีวุฒิภาวะ วัยวุฒิเพียงพอที่จะคุยกับผู้ร่วมงานในทางสร้างสรรค์ได้ ก็ลองขอให้รุ่นพี่หรืออาจารย์เดินไปเป็นเพื่อนยืนอยู่ข้างหลังเอาใจช่วยก็ได้ แต่ผมแนะนำให้เจ้าของเรื่องเป็นคนพูดเองครับ เราควรจะหัด feedback อย่างเปิดเผย และกล้าทำในเรื่องที่ควรทำ และขอให้ยืนอยู่บน issue ที่ต้องการจะแก้แค่นั้น


เป็น "condition" เบื้องต้นก่อนผลคือ ถ้าคุณยังเด็กอยู่รู้สึกว่ายังไม่มีวุฒิภาวะ วัยวุฒิเพียงพอที่จะคุยกับผู้ร่วมงานในทางสร้างสรรค์ได้ คนที่ยอมรับคำรับรองเรื่องนี้ได้รุสึกและเห็นด้วยกับ condition นี้ ผมยังสงสับว่าคำว่า "ด่า" ปัจจุบันมีความหมายว่าอย่างไร และคำว่า "ติเพื่อก่อ" นั้นมันจะมีความต่างอย่างไรออกไปหรือไม่?

ลองขยายความดู

"หนุ่มน้อย" ท่านที่กล่าวถึงนี้คือ "หมอ" นะครับ มีใบประกอบโรคศิลป์ มีความรับผิดชอบคือชีวิตของคนไข้ ของประชาชนที่จะมาพึ่งพาอาศัย "ต้อง" มีความรับผิดชอบ ต้องสามารถทำงานเป็นทีม ต้องเห็นแก่ประโยชน์ของ ผป.เป็นหลัก หน้าที่ดังกล่าวตามที่ เหมาะสมแก่วุฒิภาวะ คือ เมื่อมีอุปสรรคในการทำงาน สามารถชี้แจงกับทีมได้ ถ้าหมอไม่กล้าคุยกับพยาบาลจริง ผมคิดว่ามีปัญหาเรื่องวุฒิภาวะครับ ทางแก้ก็คือปรับทัศนคติใหม่ ทำความเข้าใจกับบทบาทและหน้าที่ของอาชีพที่ตนเองพึ่งจบมาให้ดีขึ้นอีกนิด ถ้าทำแล้ว คุณหมอหนุ่มน้อยท่านนี้สามารถพูดคุยกับพยาบาลได่ ผมคิดว่านั่นคือ "สภาวะสร้างสรรค์" ครับ

ข้อมูลเพิ่มเติมประกอบ characters ของหมอหนุ่มน้อยคนนี้มีไหม?

แล้วกรุณาอย่าขึ้นเสียงโดยใช้เครื่องหมาย ! มันแสดงให้เห็นถึงความไร้การศึกษา (เหมือนพยาบาลส่วนใหญ่เป็นกัน)

ทัศนคติ การใช้ความคิดและออกมาเป็นข้อสรุปข้างบนนี้และครับ พอมาบวกกับการที่ท่านกลัวการคุยกับพยาบาล ผมคิดว่าเหมาะสมแก่การแก้ไขให้ดีขึ้น และคำว่า "การแก้ไขให้ดีขึ้น" นั้นคือ "การสร้างสรรค์" ครับ ถ้าคุณหมอท่านนี้ปรับความเข้าใจใหม่ว่า ๑) ! ไม่ใช่การขึ้นเสียง (ปกติขึ้นเสียงนั่นใช้สำหรับคนรุ่นเด็ก เถียงผู้ใหญ่ แต่บริบทที่คุณหมอท่านไม่กล้าคุยกับพยาบาลแล้วไปใช้ว่าขึ้นเสียง มันฟังแปลกๆนะครับ) ๒) การใช้ ! หรือการอภิปรายบนนี้ไม่ใช่แสดงถึงการไร้การศึกษา และ ๓) พยาบาลส่วนใหญ่ "ไม่" ไร้การศึกษาครับ คุณหมอหนุ่มน้อยท่านนี้มีอะไรที่สามารถปรับหใปนหมอที่ mature ที่ส้รางสรรค์แก่ชีวิตตนเองและคนรอบข้าง ที่สามารถทำงานเป็นทีมซึ่งเป็นหัวใจในการทำงานต่อไปในอนาคต

ใช้อารมณ์หรือไม่? อืม... มีบ้างรึเปล่าไม่แน่ใจ แต่ผมคิดว่าผม "ให้" เหตุผลประกอบเสมอก่อนสรุป หรือมักจะให้เป็น condition ซึ่งสามารถ debate ได้ครับ ถ้าไม่เห็นด้วย คุณ ... คิดว่า หมอที่จบทำงานออกมาแล้วสามารถพูดคุยกับพยาบาลได้ไหมครับ และสามประเด็นหลังนั่น คุณเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับท้ศนคติ มุมมองอาชีพพยาบาลเช่นนี้อย่างไร ลองให้ความเห็นเพิ่มเติมกันดูดีไหมครับ?



Posted by : Phoenix , Date : 2005-03-04 , Time : 05:06:02 , From IP : 203.156.62.233

ความคิดเห็นที่ : 25


   น่าแปลกนะ ท่ามกลางคนมีการศึกษาและมักจะมาจากครอบครัวที่ดีๆ กลับมีการ
เสียเวลา เสียอารมณ์กันในเรื่องที่น่าจะตกลงกันได้ การที่คนเราจะขออะไรกับใครสักคนก็ควรขอเขาดีๆ ใช่หรือไม่ เราไม่เชื่อเด็ดขาดว่าถ้าคุณ create shotcut ไว้แล้วใครจะมาลบถ้าคุณnote ไว้ที่เครื่องหรือคุณมา ward นั้นประจำก็แจ้งหัวหน้าวอร์ดไว้ว่าขอให้ประกาศว่าอย่าลบ shot cut ของคุณ ซึ่งสร้างขึ้นมาใช้งาน เอ เราเป็นพยาบาลรุ่นกลางๆ น่ะนะ นึกไม่ออกว่ายังมีหัวหน้าวอร์ดไหนที่ยังดุจนหมอไม่กล้าพูดด้วยอีกหรือ มันไม่น่าจะเกิดขึ้นเลยนะ แต่อย่างไรก็ตามอยากให้รักกัน แก้ปัญหากันดีๆ อย่าใช้อารมณ์ด่าว่ากันว่าไร้การศึกษา จะบอกให้ว่าการศึกษามันไม่ได้ทำให้ความเป็นผู้ดีของคนเพิ่มขึ้นหรอกของอย่างนี้มันต้องสั่งสมมาตั้งแต่บุพการีว่าสั่งสอนกันมาว่าอย่างไร การเรียนเพียงแค่ทำให้คนได้คิดเท่านั้น แต่คนที่คิดได้แค่ว่าพยาบาลส่วนใหญ่ชอบทำตัวไร้การศึกษานี่ เราไม่ยอมรับไม่ได้ กับพยาบาลซึ่งทุกคนจบป.ตรีคุณยังดูถูกขนาดนี้ แล้วกับเจ้าหน้าที่ระดับอื่นล่ะ
ขอบคุณ อ.นกไฟ ที่พยายามดูแลการ post ค่ะ เพราะอย่างไรนี่คือกระดานของคณะแพทย์


Posted by : one nurse , Date : 2005-03-04 , Time : 09:30:02 , From IP : 172.29.1.98

ความคิดเห็นที่ : 26


   หมอหนุ่มน้อยรุ่น SDL ที่หอพักหรือเปล่า
เขาถูกฝึกมาให้แก้ปัญหาด้วย internet มาตลอด
เขา mature ในโลกของ internet
คุยกับคนจริงๆจะไม่กล้า


เอาหละนั่นคือความผิดพลาดของระบบการศึกษาไง

พอมีปัญหา ก็วิ่งกลับหอพัก เปิด internet แล้วแก้ปัญหา

ทั้งๆที่สมัยก่อนเขาก็คุยกันไปแล้ว


Posted by : คงยังไม่รู้สึก , Date : 2005-03-04 , Time : 10:52:51 , From IP : 172.29.7.77

ความคิดเห็นที่ : 27


   ก็เพิ่งรู้นะว่าคนที่เรียกตัวเองว่าหมอนี้มีความคิดไม่ต่างไปจากตาสีตาสา ชอบว่าเพื่อนร่วมงานลับหลัง ไม่กล้าสู้หน้าที่จะคุยกันตรงๆ นี่ไม่ได้พูดเพื่อแตกร้าวหรอกนะ เพียงแค่สงสัยว่าทำไมแค่นั้นเอง อีกอย่างฉันทำงานก็เพื่อนคนป่วย ไม่ได้ทำเพื่อเบ่งว่ามีอำนาจบาทใหญ่แต่อย่างใด หมอที่คิดแบบนี้มีเยอะมั๊ยนะ ถ้ามีเยอะสงสารคนป่วยแย่เลย

Posted by : พยาบาลที่เผลอเข้ามา , Date : 2005-03-04 , Time : 11:48:45 , From IP : 192.168.26.120

ความคิดเห็นที่ : 28


   .....นี่"คุณพยาบาลที่เผลอเข้ามา"...ขออนุญาตผมแนะนำคุณสักนิดนะครับ..เขียนแบบนี้ก็เหมือนคุณว่าตัวเองด้วยนะครับ....เพราะผมก็ไม่รู้ว่าคุณเป็นใครเมือนกัน....และคุณก็ไม่กล้าที่จะสู้หน้าใครเช่นกัน...และคุณก็กำลังว่า"เพื่อนร่วมงาน"ลับหลังอยู่เหมือนกัน.....

......จะเขียนอะไรเพื่อความสะใจมันน่าจะสนุกนะครับ....แต่ลองดูดีๆก่อนว่าเรา"ด่า"ตัวเองด้วยหรือเปล่า.....อย่าให้ที่ใครเขาว่าคุณเป็น"จริง"เลยครับ...

.....ผมขอแนะนำด้วยความเคารพนะครับ.....ขอบคุณครับ....

....*ผมขอพยายามไม่ออกความเห็นเรื่องนี้ครับถ้าไม่จำเป็น ขอบคุณครับ*



Posted by : Death , Date : 2005-03-04 , Time : 12:18:11 , From IP : 172.29.3.247

ความคิดเห็นที่ : 29


    ไม่เห็นต้อง มาเถียงกันเลยครับ
ว่า com หมอ หรือ com พยาบาล
ก็ป้ายข้างหน้ามันเขียนว่า
ก็นี่มันโรงหมอสงขลานครินทร์ หรือโรงพยาบาลสงขลานครินทร์
ทำใจหน่อยครับ รู้สะบ้างว่านี่ถิ่นใคร HA HA


Posted by :)() 2005-03-02 , 16:57:44 , 172.29.3.254

นี่คุณถามจริงๆเถอะถ้าทั้งโรงพยาบาลมีแต่หมอ ไม่มีพยาบาลจะทำงานกันได้มั้ยคุณจะสามารถอดหลับอดนอนมาเฝ้าคนไข้ในเวรดึกได้รึเปล่า จะ postอะไรก็หัดมีหัวคิดซะบ้าง เดี๋ยวจะเป็นที่รังเกียจของสังคมได้นะ แล้วจะหาว่าไม่เตือน





Posted by : หมั่นไส้ , Date : 2005-03-05 , Time : 06:04:45 , From IP : 192.168.33.90

ความคิดเห็นที่ : 30


    ไม่เห็นต้อง มาเถียงกันเลยครับ
ว่า com หมอ หรือ com พยาบาล
ก็ป้ายข้างหน้ามันเขียนว่า
ก็นี่มันโรงหมอสงขลานครินทร์ หรือโรงพยาบาลสงขลานครินทร์
ทำใจหน่อยครับ รู้สะบ้างว่านี่ถิ่นใคร HA HA


Posted by :)() 2005-03-02 , 16:57:44 , 172.29.3.254

นี่คุณถามจริงๆเถอะถ้าทั้งโรงพยาบาลมีแต่หมอ ไม่มีพยาบาลจะทำงานกันได้มั้ยคุณจะสามารถอดหลับอดนอนมาเฝ้าคนไข้ในเวรดึกได้รึเปล่า จะ postอะไรก็หัดมีหัวคิดซะบ้าง เดี๋ยวจะเป็นที่รังเกียจของสังคมได้นะ แล้วจะหาว่าไม่เตือน





Posted by : หมั่นไส้ , Date : 2005-03-05 , Time : 06:04:59 , From IP : 192.168.33.90

ความคิดเห็นที่ : 31


    คุณอย่าเหมารวม
อย่าร้อนตัว เขาไม่ได้ว่าคุณ ทำไมต้องรีบบอกว่าวอร์ดคุณไม่ได้เป็น
แล้วกรุณาอย่าขึ้นเสียงโดยใช้เครื่องหมาย ! มันแสดงให้เห็นถึงความไร้การศึกษา (เหมือนพยาบาลส่วนใหญ่เป็นกัน)

--ที่แนะนำให้ไปบอกหัวหน้า ward พูดน่ะพูดง่าย ในทางปฏิบัติแล้วใครจะกล้าไปพูดหละครับ ถ้าไม่มีการโพสในเว็บบอร์ดเรื่องนี้ก็คงเงียบต่อไปเรื่อยๆๆๆๆๆ

Posted by ...() 2005-03-03 , 01:05:16 , 203.113.76.72

(เหมือนพยาบาลส่วนใหญ่เป็นกัน)


เที่ยวว่าคนอื่นแบบนี้คงเป็นคนดีนักล่ะ


Posted by : ... , Date : 2005-03-05 , Time : 08:57:08 , From IP : 172.29.7.167

ความคิดเห็นที่ : 32


   เคยหงุดหงิดและโมโหมาก ๆ ตอนที่ต้องใช้โทรศัพท์ และ com พร้อม ๆ กัน เช่นตอน set case , consult case เป็นต้น เพราะ com ที่อยู่ใกล้โทรศัพท์ มันไม่มี
icon ของ แพทย์ อยู่ หลังจากนั้นวันรุ่งขึ้นได้โทรไปบอกหน่วย com ให้มาลง
program doctor IPD ใน com ที่ ward ทุกเครื่องด้วย แต่เจ้าหน้าที่หน่วย com กลับตอบมาว่า ต้องระบุหมายเลขรหัสcom.ของเครื่องที่ต้องการลง program
+ ระบุเหตุผล ด้วย + ให้ทำอะไรที่ยุ่งยากอีกก็ไม่รู้(จำไม่ได้)
เรื่องนี้เราเคยบอกพี่พยาบาลหลายครั้งแล้ว แต่ไม่มีผู้ใดจัดการให้เลย
*** ดังนั้นขอร้องเรียน ผอ. ร.พ. ด้วยว่าให้ หน่วย com มาลง
program doctor IPD ใน com ที่ ward ทุกเครื่องด้วย *****


Posted by : รีบแก้ไขด่วน , E-mail : (ให้หน่วย com ให้มาลง) ,
Date : 2005-03-05 , Time : 12:44:47 , From IP : 172.29.7.229


ความคิดเห็นที่ : 33


   เปิดแฟ้มคนไข้ไม่ง่ายกว่าเรอะ ยังงี้คอมเสียก็ทำงานไม่ได้เลยสิ

Posted by : ง่ายๆ , Date : 2005-03-05 , Time : 13:21:35 , From IP : 203.156.119.236

ความคิดเห็นที่ : 34


   Team work

Posted by : เช้าสายบ่ายเย็น , Date : 2005-03-05 , Time : 14:08:17 , From IP : 172.29.7.155

ความคิดเห็นที่ : 35


   อ่านแล้วเซ็งในอารมณ์................. รักกันไม่ดีกว่าหรือ มีอะไรก็บอกกัน ปรึกษากันจะดีกว่า ไม่เห็นต้องว่ากันเสียๆหายๆเลย เราก็เป็นพยาบาลไม่เห็นคิดกับคุณแบบนั้นเลย ทำไมต้องว่าเหมารวมด้วย อ่านแล้วเสียใจ แล้วก็โกรธด้วย
อยากรู้จังพยาบาลกับหมอคุณค่าความเป็นคนมันต่างกันเหรอ...


Posted by : timmy , Date : 2005-03-05 , Time : 14:42:41 , From IP : 172.29.7.135

ความคิดเห็นที่ : 36


   ขอตอบคุณง่าย ๆ ไม่รู้หรือไงว่า เดี๋ยวนี้ ใน chart เค้าไม่ print lab + ประวัติ admission note ใส่ไว้แล้ว --> ไม่รู้เรื่องเลยหรือไง

Posted by : w,j , Date : 2005-03-06 , Time : 09:45:05 , From IP : 172.29.3.247

ความคิดเห็นที่ : 37


   อีกกระทู้หนึ่งที่ตั้งขึ้นมาประเด็นเรื่องคอมพิวเตอร์ช่วยตรวจ ช่วยงาน ผมว่าน่าสนใจครับ

ผมคิดว่าหลักการคือเราเอาคอมพิวเตอร์มา "ช่วย" ทำให้งานที่มีอยู่เดิมสะดวกขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และขณะนี้ รพ. เรากำลังอยู่ใน transitional period ที่จะนำเอาเทคโนโลยีเหล่านี้มามีบทบาทในการทำงานมากขึ้นเรื่อยๆ แต่สิ่งหนึ่งที่เราควรจะหลีกเลี่ยงคือการทำให้ของใหม่ด้อยประสิทธิภาพกว่าของเดิมก่อนการเปลี่ยนแปลง ตรงนี้สำคัญ และผมคิดว่าคนที่จบออกไปจากที่นี่ สถานที่ที่กำลังออกไปทำงานมีโอกาสที่จะไม่ได้พึ่งพาเทคโนโลยีมากขนาดนี้ ความปราถนาในการทำงานอย่างสงบสุขและความสามารถ improvise ดัดแปลงให้เข้ากับสถานการณ์ หรือ แหล่งปัจจัยที่มี ( ที่นั้น หรือ ณ วันนั้น ณ เวลา นั้น) เป็นความสามารถทีจะมีประโยชน์อย่างยิ่งในอนาคต

ขออนุญาตพร่ำรำพึงถึง good old day ที่เวลาจะช่วยช่วยจำเรื่อง case ผู้ป่วย ที่เราใช้การจดใส่เศษกระดาษ (ซึ่งหาได้ไม่ยาก) หรือมีบางคนผมเห็นแม้แต่จดลงบนมือ!!) ไม่ว่าจะเอาไปใช้ตอนราวน์ (ที่อาจารย์จะถาม) ตอนปรึกษา (ซึ่ง พชท. หรือ อาจารย์ต่าง ward จะถาม) หรือตอนจะ set ผ่าตัด (ซึ่งดมยาจะถาม) สิ่งเหล่านี้ใน มอ. คงจะ Obsolete ไปแล้วกระมัง แต่ในบางสถานการณ์ก็จะช่วยกล้อมแกล้มให้เราทำงานต่อได้ โดยไม่ต้องหัวฟัดหัวเหวี่ยง แก้ปัญหาไม่ตก บ่อยเกินไป (งานมันหนักและเครียดอยู่แล้ว)

ตอนนี้ผมเองก็ถูกเทคโนโลยีรุกรานจนรู้ตัวเองว่าพึ่งมันมากเกินไป เช่น PDA organizer ที่จัดวันเวลานัดทั้งหลายแหล่ไว้ ถ้าวันไหนลืมก็แทบจะแปลว่าจะจำไม่ได้เลยว่ามีงานอะไรบ้าง ตรงนี้ผมว่ามันชักจะไม่เข้าท่าเหมือนกัน



Posted by : Phoenix , Date : 2005-03-06 , Time : 10:56:01 , From IP : 172.29.7.212

ความคิดเห็นที่ : 38


   ไม่เหงต้องคิดมากเลยครับ
ผมก็เคยคิดเรื่องนี้
แต่คนเราก้อต้องหาวิธีแก้ไขเองสิครับ หึหึ
ผมจาบอกวิธีให้ละกัน
ผมใช้มานานละ กับเครื่องคอมที่เค้าเตอร์พยาบาล
วิธีนะครับ ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่า โปรแกรมต่างๆนั้นใช้ run
มาจอกเครื่องคอมที่เป็นตัวหลักของโรงพยาบาลนะครับ
หลักจากนั้นให้คุณลองไปสังเกตในคอมที่รถลากนะครับ
เราจะพบว่าที่เลือกว่าเข้าของหมอ หรือ พยาบาลนั้น
มันเป็น Shortcut ซึ่งคิดๆดูแล้วเราก็สามารถทำเองได้นะครับ
หลังจากนั้น เราก็กด Click เม้าส์ขวาที่ shortcut ของหมอที่ desktop นะครับ
หลังจากนั้นเลือก Properties แล้วก็ดูนะครับ มันจะมีคำว่า Target อยู่
เราก้อจำว่ามันมาจากอะไร ถ้าจำไม่ผิดนะครับรู้สึกจะเป็น
\mcu2ipd.... อะไรเนียครับ หลังจากนั้น เราก็ไปที่คอมที่เค้าเตอร์พยาบาล
เข้า Start-->RUN แล้วก้อพิม \mcu2ipd... อะไรเนี่ยครับลงไป
แล้วเราก้อเข้าไปดูมันจะมีตัว run ของหมออยู่นะครับ
หลังจากนั้นเราก็ คลิ้ก เม้าส์ขวาลากมาที่ desktop แล้วปล่อบเม้าส์
แล้วเลือก Creat Shortcut เท่านี้เราก็จะได้แบบ คอมที่ลากได้นะครับ
อ่อ ที่ทำได้เพราะมันเป็น เหมือนการ share เครื่องคอมกันนะครับ
หุหุ เท่านี้ก็ ไม่ต้อง มาเถียงอะไรกันให้ยืดยาวนะงับ หุหุ


Posted by : DoReMoN-MeD28 , Date : 2005-03-06 , Time : 19:00:57 , From IP : 172.29.4.63

ความคิดเห็นที่ : 39


   โทดครับ มันพิมไม่ติดอ่ะครับ ตรง back/ อ่ะครับ
back/2 อัน mcu2 back/ ipd


Posted by : DoReMoN-MeD28 , Date : 2005-03-06 , Time : 19:02:44 , From IP : 172.29.4.63

ความคิดเห็นที่ : 40


   คุณ phoenix ชอบแปลความหมายให้ตรงกับที่ตัวเองคิดจังเลยนะครับ

พยาบาลเจ้าของวอร์ดผมหมายถึงว่าเขาเป็นคนเฝ้าวอร์ด ดูแล counter อยู่ตลอดเวลา ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับข้าวของเหล่านั้น พยาบาลต้องเป็นผู้รับผิดชอบไม่ใช่หรือ?? ผมไม่ได้หมายความอย่างที่ท่านคิดเลย

แล้วผมก็ไม่ได้ว่าพยาบาลไร้การศึกษา หมายถึงพฤติกรรมแบบนี้คนไร้ศึกษาเขาทำกัน มีเรื่องอะไรก็ขึ้นเสียง สุดท้ายเถียงกันไปเถียงกันมาลงเอยกันด้วยการตบตีกัน

แล้วก็อย่าสรุปว่าผมไม่กล้าคุยกับพยาบาล แล้วก็อย่าสรุปว่าไร้วุฒิภาวะ แนวคิดแปลกๆ นะครับเหมือนกับว่า เหมือนกับตั้งเป้าไว้ว่าไร้วุฒิภาวะ ไม่มีวัยวุฒิ แล้วพยายามหาข้อมูลต่างๆ นานามาสนับสนุน ถึงแม้ว่ามันจะสนับสนุนไม่ได้ก็เถอะ ก็พยาบาลเค้นมันอยู่นั่นแหละ

ว่างๆ คุณ phoenix ลองไปคุยกับเด็กๆ บ้างก็ดีนะครับ ก่อนที่จะเอามาวิจารณ์แบบผิดๆ เหมือนวิจารณ์เรื่องคอมแบบผิดๆ มาแล้ว

ขอย้ำอีกครั้ง ถ้าปัญหานี้เกิดขึ้นเพราะคิดว่าเด็กไร้วุฒิภาวะ ขนาดผู้ใหญ่ยังคิดแบบนี้ ชาตินี้ มอ. คงไม่เจริญขึ้นแล้วหละครับ

ที่จริงแล้วระบบการศึกษามันดีครับ แต่ "ครู" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบนี่แหละครับ ตัวการสำคัญที่ทำให้ระบบเสีย


Posted by : ... , Date : 2005-03-06 , Time : 23:55:01 , From IP : 203.113.76.9

ความคิดเห็นที่ : 41


   คนเราทุกคนแปลความหมาย "อย่างที่ตนเองคิด" ทั้งนั้นครับ ผมไม่เห็นว่าจะมีความหมายอย่างอื่นได้ ดังนั้นก่อนที่เราจะสรุปความคิดทั้งหมด บางทีเราอาจจะดูอะไรประกอบหลายอย่าง เช่น สร้างสรรค์หรือไม่ ถ้าทำตามที่คนอื่นแนะ หรือไม่ทำตาม ปัญหาที่เป็นประเด็นจะถูกแก้ หรือจะเรื้อรัง หรือรังแต่จะก่อให้เกิดความร้าวฉานมากยิ่งขึ้น

เกิดอะไรขึ้นบนของที่เคาน์เตอร์ในหอผู้ป่วยนั้นผมคิดว่าเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของหลายๆคนครับ คือคนที่มีโอกาสเข้าไปใช้นั่นแหละ เช่น ถ้าหมอเอาน้ำไปกินแล้วทำหกเลอะ คงจะไม่ใช่เดินหายไปโดยไม่เช็ดเพราะคิดว่านี่เป็นเคาน์เตอร์พยาบาล ของที่อยู่ในหอผู้ป่วยของเรามีหลายมือ หลายไม้ หลายคนช่วยกันใช้ นั่นแปลว่าต้องช่วยกันดูแลรักษา และช่วยกันรับผิดชอบครับ

แล้วกรุณาอย่าขึ้นเสียงโดยใช้เครื่องหมาย ! มันแสดงให้เห็นถึงความไร้การศึกษา (เหมือนพยาบาลส่วนใหญ่เป็นกัน)

ประโยคข้างบนนี้คุณ "ไม่ได้" ว่าพยาบาลหรือครับ ลองขยายความที่เขียนว่า "เหมือนพยาบาลส่วนใหญ่เป็นกัน" อีกสักนิดซิครับ เผื่อเราจะได้เข้าใจตรงกันว่าที่แท้ประโยคข้างต้นเป็นการสรรเสริญอาชีพพยาบาลอย่างไรบ้าง

คงไม่เกี่ยวกับที่ผมสรุป หรือใครสรุปหรอกครับ คนที่ทราบดีที่สุดว่ากล้าพูดกับพยาบาลหรือไม่ มีวุฒิภาวะสมกับคนที่จบแพทย์ สามารถทำงานเป็นทีมร่วมกับผู้อื่นนั้นแต่ละคนจะทราบดีที่สุดในเรื่องของตนเอง ทราบว่าจริงๆแล้วที่เขียนว่า "ที่แนะนำให้ไปบอกหัวหน้า ward พูดน่ะพูดง่าย ในทางปฏิบัติแล้วใครจะกล้าไปพูดหละครับ ถ้าไม่มีการโพสในเว็บบอร์ดเรื่องนี้ก็คงเงียบต่อไปเรื่อยๆๆๆๆๆ นั้น ตกลงแปลว่ากล้าพูดหรือไม่กล้าพูดกันแน่ หลักฐานอะไรต่างๆนั้น ผมไม่ได้ค้นหาไกลหรอกครับ เอามาจากการ "แสดงออก" บนนี้ทั้งนั้น

ผมเรียนไปตั้งแต่ต้นแล้วว่าผมคิดว่าคอมพิวเตอร์น่าจะใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ และโปรแกรมที่ว่าน่าจะอยู่ในคอมฯ หรือมี shortcut จะได้ใช้ได้หมดทุกเครื่อง และได้เสนอความเห็นในทางแก้ต่างๆ แต่การณ์ปรกฏว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นทุก ward แต่คุณไม่ได้กำหนดเจาะจงว่าเป็น ward ไหนที่มี Policy พิเศษอย่างนั้น การที่เป็นเรื่งอที่เกิดขึ้นเฉพาะบุคคล การแก้โดยระบบก้ไม่ตรงกับสาเหตุที่เกิดขึ้น ถ้ามี "คน" (ไม่ทราบว่าใคร) จงใจลบ shortcut นี้ออกจากเครื่อง ณ ward ใด ward หนึ่ง ก็น่าจะแก้ไขที่ ward นั้น คนที่มีโอกาสใช้เครื่งอนี้ก็มีหมอ พยาบาล ถ้าจะจัดการฝั่งพยาบาล คนที่รับผิดชอบก็คือ head ward หรือ Incharge ที่จะช่วยดูแลตรงนี้ให้ได้ (ถ้าเขาได้ทราบปัญหา)

แต่ปัญหาอีกประเด็นหนึ่งนั้น ไม่เกี่ยว กับเรื่องคอมพิวเตอร์แล้วครับ มันเกี่ยวกับกิริยามารยาทการแสดงความเห็นบนนี้ มันเกี่ยวกับตรรกะความคิดและเจตคติต่อเพื่อนร่วมงาน การเขียนลงบนนี้เราไม่ได้ยิน accent น้ำเสียง คนพูด เราสรุปจาก "คำพูด" กันครับ ลองพิจารณาประโยคที่คุณหมอบอกว่าพยาบาล "ขึ้นเสียง" กับท่านดูนะครับ
WARD ใครอ่ะ? ทำไม WARD เราไม่เห็นเป็นอย่างว่าเลย!
โดยประโยคอย่างเดียว อย่างนี้เป็นการ "ขึ้นเสียง" กับคุณหมอแล้วหรือครับ? คุณออาจจะหวาดระแวงเกินไปสักนิดไหมครับว่ามีคนจะมาคอยขึ้นเสียงกับคุณหมอ ปกติโดยสายงาน พยาบาลเขารับคำสั่งการรักษาของหมอครับ แต่ไม่ได้คอยรับคำสั่งด้านอื่น พยาบาลไม่ได้มีหน้าที่เป็นที่รองรับอารมณ์ หรือข้อด้อยในการสื่อสารอย่างสุภาพของอาชีพหมอ จริงๆแล้วนอกเหนือสายงาน order โดยตรงที่เกี่ยวกับการรักษาผู้ป่วยพยาบาลคือ "ผู้ร่วมงาน" ของหมอในระดับ horizontal ด้วยซ้ำไป เรื่องคอมพิงเตอร์หรือเรื่องอะไรนี่ผมว่าเราต้อง "คุยกัน" ในฐานะผู้ร่วมใช้ทั้งคู่ และในฐานะทางสังคมที่ "เท่าเทียมกัน" ด้วย

ผมขอสรุปว่า insight นี่สำคัญครับ เราทั้งสองฝ่ายลองพิจารณา action หรือ inaction ในด้านต่างๆดูเงียบๆคนเดียว ดูซิว่าถ้าลองทำอย่างที่อีกฝ่ายว่า ใครจะได้ประโยชน์หรือใครจะเสียประโยชน์ ถ้าเราไม่ทำอย่างที่อีกฝ่ายว่า ทำอย่างที่เราทำต่อไป ใครจะได้ประโยชน์ ใครจะเสียประโยชน์ ผมขออนุญาตเอาโจทย์สองคำเป็นตัวตั้ง แล้วเรา (assume ว่าเจริญแล้วซึ่งวุฒิภาวะ คุณวุฒิ วัยวุฒิ) ลองไตร่ตรองดูอีกรอบคือ "ผู้ป่วย และการทำงานเป็นทีม" เสร็จแล้วลองไปสอบถามเปรียบเทียบกับที่แต่ละคนเคารพนับถือดูว่าใช้ได้ไหม ลองหากัลยาณมิตรช่วยตรวจสอบความคิดของเรา อาจจะเป็นพ่อแม่ ครูอาจารย์ที่แต่ละคนเคารพนับถือดูว่าท่านคิดว่าการกระทำความคิดของเรานั้น เป็นมงคลไหม ทำให้เราเจริญไหม อาจจะ work ดีขึ้นครับ



Posted by : Phoenix , Date : 2005-03-07 , Time : 04:21:05 , From IP : 172.29.7.205

ความคิดเห็นที่ : 42


   คนเราทุกคนแปลความหมาย "อย่างที่ตนเองคิด" ทั้งนั้นครับ ผมไม่เห็นว่าจะมีความหมายอย่างอื่นได้ ดังนั้นก่อนที่เราจะสรุปความคิดทั้งหมด บางทีเราอาจจะดูอะไรประกอบหลายอย่าง เช่น สร้างสรรค์หรือไม่ ถ้าทำตามที่คนอื่นแนะ หรือไม่ทำตาม ปัญหาที่เป็นประเด็นจะถูกแก้ หรือจะเรื้อรัง หรือรังแต่จะก่อให้เกิดความร้าวฉานมากยิ่งขึ้น

เกิดอะไรขึ้นบนของที่เคาน์เตอร์ในหอผู้ป่วยนั้นผมคิดว่าเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของหลายๆคนครับ คือคนที่มีโอกาสเข้าไปใช้นั่นแหละ เช่น ถ้าหมอเอาน้ำไปกินแล้วทำหกเลอะ คงจะไม่ใช่เดินหายไปโดยไม่เช็ดเพราะคิดว่านี่เป็นเคาน์เตอร์พยาบาล ของที่อยู่ในหอผู้ป่วยของเรามีหลายมือ หลายไม้ หลายคนช่วยกันใช้ นั่นแปลว่าต้องช่วยกันดูแลรักษา และช่วยกันรับผิดชอบครับ

แล้วกรุณาอย่าขึ้นเสียงโดยใช้เครื่องหมาย ! มันแสดงให้เห็นถึงความไร้การศึกษา (เหมือนพยาบาลส่วนใหญ่เป็นกัน)

ประโยคข้างบนนี้คุณ "ไม่ได้" ว่าพยาบาลหรือครับ ลองขยายความที่เขียนว่า "เหมือนพยาบาลส่วนใหญ่เป็นกัน" อีกสักนิดซิครับ เผื่อเราจะได้เข้าใจตรงกันว่าที่แท้ประโยคข้างต้นเป็นการสรรเสริญอาชีพพยาบาลอย่างไรบ้าง

คงไม่เกี่ยวกับที่ผมสรุป หรือใครสรุปหรอกครับ คนที่ทราบดีที่สุดว่ากล้าพูดกับพยาบาลหรือไม่ มีวุฒิภาวะสมกับคนที่จบแพทย์ สามารถทำงานเป็นทีมร่วมกับผู้อื่นนั้นแต่ละคนจะทราบดีที่สุดในเรื่องของตนเอง ทราบว่าจริงๆแล้วที่เขียนว่า "ที่แนะนำให้ไปบอกหัวหน้า ward พูดน่ะพูดง่าย ในทางปฏิบัติแล้วใครจะกล้าไปพูดหละครับ ถ้าไม่มีการโพสในเว็บบอร์ดเรื่องนี้ก็คงเงียบต่อไปเรื่อยๆๆๆๆๆ นั้น ตกลงแปลว่ากล้าพูดหรือไม่กล้าพูดกันแน่ หลักฐานอะไรต่างๆนั้น ผมไม่ได้ค้นหาไกลหรอกครับ เอามาจากการ "แสดงออก" บนนี้ทั้งนั้น

ผมเรียนไปตั้งแต่ต้นแล้วว่าผมคิดว่าคอมพิวเตอร์น่าจะใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ และโปรแกรมที่ว่าน่าจะอยู่ในคอมฯ หรือมี shortcut จะได้ใช้ได้หมดทุกเครื่อง และได้เสนอความเห็นในทางแก้ต่างๆ แต่การณ์ปรกฏว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นทุก ward แต่คุณไม่ได้กำหนดเจาะจงว่าเป็น ward ไหนที่มี Policy พิเศษอย่างนั้น การที่เป็นเรื่งอที่เกิดขึ้นเฉพาะบุคคล การแก้โดยระบบก้ไม่ตรงกับสาเหตุที่เกิดขึ้น ถ้ามี "คน" (ไม่ทราบว่าใคร) จงใจลบ shortcut นี้ออกจากเครื่อง ณ ward ใด ward หนึ่ง ก็น่าจะแก้ไขที่ ward นั้น คนที่มีโอกาสใช้เครื่งอนี้ก็มีหมอ พยาบาล ถ้าจะจัดการฝั่งพยาบาล คนที่รับผิดชอบก็คือ head ward หรือ Incharge ที่จะช่วยดูแลตรงนี้ให้ได้ (ถ้าเขาได้ทราบปัญหา)

แต่ปัญหาอีกประเด็นหนึ่งนั้น ไม่เกี่ยว กับเรื่องคอมพิวเตอร์แล้วครับ มันเกี่ยวกับกิริยามารยาทการแสดงความเห็นบนนี้ มันเกี่ยวกับตรรกะความคิดและเจตคติต่อเพื่อนร่วมงาน การเขียนลงบนนี้เราไม่ได้ยิน accent น้ำเสียง คนพูด เราสรุปจาก "คำพูด" กันครับ ลองพิจารณาประโยคที่คุณหมอบอกว่าพยาบาล "ขึ้นเสียง" กับท่านดูนะครับ
WARD ใครอ่ะ? ทำไม WARD เราไม่เห็นเป็นอย่างว่าเลย!
โดยประโยคอย่างเดียว อย่างนี้เป็นการ "ขึ้นเสียง" กับคุณหมอแล้วหรือครับ? คุณออาจจะหวาดระแวงเกินไปสักนิดไหมครับว่ามีคนจะมาคอยขึ้นเสียงกับคุณหมอ ปกติโดยสายงาน พยาบาลเขารับคำสั่งการรักษาของหมอครับ แต่ไม่ได้คอยรับคำสั่งด้านอื่น พยาบาลไม่ได้มีหน้าที่เป็นที่รองรับอารมณ์ หรือข้อด้อยในการสื่อสารอย่างสุภาพของอาชีพหมอ จริงๆแล้วนอกเหนือสายงาน order โดยตรงที่เกี่ยวกับการรักษาผู้ป่วยพยาบาลคือ "ผู้ร่วมงาน" ของหมอในระดับ horizontal ด้วยซ้ำไป เรื่องคอมพิงเตอร์หรือเรื่องอะไรนี่ผมว่าเราต้อง "คุยกัน" ในฐานะผู้ร่วมใช้ทั้งคู่ และในฐานะทางสังคมที่ "เท่าเทียมกัน" ด้วย

ผมขอสรุปว่า insight นี่สำคัญครับ เราทั้งสองฝ่ายลองพิจารณา action หรือ inaction ในด้านต่างๆดูเงียบๆคนเดียว ดูซิว่าถ้าลองทำอย่างที่อีกฝ่ายว่า ใครจะได้ประโยชน์หรือใครจะเสียประโยชน์ ถ้าเราไม่ทำอย่างที่อีกฝ่ายว่า ทำอย่างที่เราทำต่อไป ใครจะได้ประโยชน์ ใครจะเสียประโยชน์ ผมขออนุญาตเอาโจทย์สองคำเป็นตัวตั้ง แล้วเรา (assume ว่าเจริญแล้วซึ่งวุฒิภาวะ คุณวุฒิ วัยวุฒิ) ลองไตร่ตรองดูอีกรอบคือ "ผู้ป่วย และการทำงานเป็นทีม" เสร็จแล้วลองไปสอบถามเปรียบเทียบกับที่แต่ละคนเคารพนับถือดูว่าใช้ได้ไหม ลองหากัลยาณมิตรช่วยตรวจสอบความคิดของเรา อาจจะเป็นพ่อแม่ ครูอาจารย์ที่แต่ละคนเคารพนับถือดูว่าท่านคิดว่าการกระทำความคิดของเรานั้น เป็นมงคลไหม ทำให้เราเจริญไหม อาจจะ work ดีขึ้นครับ



Posted by : Phoenix , Date : 2005-03-07 , Time : 04:21:29 , From IP : 172.29.7.205

ความคิดเห็นที่ : 43


   คุณ ... แนะนำให้ผมลอยคุยกับเด็กๆดูบ้าง ว่างๆเราลงอมาคุยกัยดูดีไหมล่ะครับ เดี๋ยวเด็กที่ผมไปคุยเกิดมีความเห็นไม่ถูกใจคุณ ...

โทรมานัดก็ได้ครับ 1433 หรือบอกที่ภาควิชาฯ ไว้ ผมว่านี่เป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งทั่วๆไป เวลาที่สองคนมีปัญหา เราลองมาจับเข่าแลกเปบี่ยนข้อคิดเห็นกัน รับรองว่าไม่มี conspiracy theory เพราะผมไม่มีอำนาจบาตรใหญ่อะไรเลยครับ



Posted by : Phoenix , Date : 2005-03-07 , Time : 04:31:54 , From IP : 172.29.7.205

ความคิดเห็นที่ : 44


   เข้ามาอ่านแต่ละครั้ง เห็นมีแต่เรื่องพยาบาลกะแพทย์ทุกที เป็นอะไรกันหนาเนี่ย รู้สึกไม่ดีเลย กะแค่เรื่องคอมยังสามารถนำมาให้เป็นเรื่องทะเลาะกันจนได้ ไม่เบื่อกันบ้างหรือค่ะ ยังกะเด็กๆๆๆๆๆ ทำอะไรที่สร้างสรรค์หน่อยก็ไม่ได้ ยิ่งเขียนก็ยิ่งไปกันใหญ่ ว่างกันมากกกก ก็ไปหาอะไรที่ดีๆ ทำไม่ดีกว่าหรือค่ะ เช่น ไปเที่ยว ออกกำลังกาย ช็อปปิ้ง เน้อะๆๆๆๆ


Posted by : นู๋น้อย , E-mail : (-) ,
Date : 2005-03-08 , Time : 22:27:41 , From IP : 203.148.180.7


ความคิดเห็นที่ : 45


   นี่เหรอคนที่อยู่ในสถาบันการศึกษา คิดกันแค่นี้เหรอ ทางออกก็มี ทีงานอื่นเช่นรักษาคนไข้สารพัดโรคในคนๆเดียวก็ทำมาแล้ว กับการที่คุยกับเพื่อนร่วมงานมันยากมากนักเหรอ แล้วที่เขียนซะมากมายเคยมีใครหน้าไหนเคยเรื่มต้นพูดบ้างมั้ยว่า พี่ครับ พี่คะ ช่วยให้ติดตั้งโปรแกรมของหมอให้หน่อย ถ้าพยาบาลคนไหนพูดไม่ดี หรือตวาดคุณกลับมา ก็ค่อยว่ากันอีกทีว่า พยาบาลนั่นแหละที่ไม่มีวุฒิภาวะ

Posted by : คนนอก มอ. , Date : 2005-03-10 , Time : 05:23:17 , From IP : 203.156.190.37

ความคิดเห็นที่ : 46


   "มันแสดงให้เห็นถึงความไร้การศึกษา (เหมือนพยาบาลส่วนใหญ่เป็นกัน) "

อ่านแล้วก็น่าจะสรุปได้ว่า คนที่คิดแบบนี้ พูดแบบนี้ ...ระบบการศึกษาดีแค่ไหน สูงแค่ไหน ก็ช่วยอะไรคุณไม่ได้....

กลับไปมองตัวเองสักนิดนะคะ...
ปัญหาแค่นี้ คนมีการศึกษาอย่างคุณ น่าจะแก้ได้ด้วยวิธีที่ดีกว่านี้...


Posted by : พยาบาล... , Date : 2005-03-10 , Time : 14:54:05 , From IP : 172.29.1.112

ความคิดเห็นที่ : 47


   ถึงคุณ Phoenix 2005-03-04 , 05:06:02 , 203.156.62.233 และอีกหลายคน

ทำไม่หมอ มอ.กับพยาบาลชอบทะเลาะกัน และชอบเถียงกันว่าใครผิดหรือถูก ใครมีวุฒิภาวะกว่าหรือไม่ แปลก ถ้ามีกันทุกคนทุกฝ่ายก็ไม่น่าจะมาทะเลาะกันเรื่องไร้สาระนำ ทำไมไม่คุยกันดีๆ แล้วทำให้ รพ.พัฒนาขึ้นละ คนที่เป็นพยาบาลเขาถือว่าเป็นเจ้าของ ward ก็ถูกแล้ว เพียงแต่ทำหน้าที่ทเจ้าของบ้านที่ดีหรือเปล่า ในขณะที่แพทย์ก็เยี้ยมเยียนมาเป็นเจ้าของบ้านเหมือนกัน แล้วทำตัวเป็นผู้มาเยือนที่ดีหรือเปล่า
แล้วถ้าคุยกันดีๆ มันจะตายกันมั๊ย


Posted by : amon , E-mail : (amon.hotmail.com) ,
Date : 2005-03-11 , Time : 18:55:25 , From IP : 172.29.3.63


ความคิดเห็นที่ : 48


   ผมเห็นด้วย 100% ว่า "การคุยกัน" ตรงๆระหว่างเพื่อนร่วมงานเป็นวิธีที่ดีที่สุด และผมคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่ผม promote มาทุกครั้ง ผมยินดีที่จะ arrange การพบปะกันเมื่อมีปัญหาระหว่างคู่กรณีถ้าอยู่ในวิสัยที่ผมทำได้อยู่แล้ว น่าเสียดายที่บางครั้งเราไม่สามารถจะหาตัวทั้งสองฝ่ายมาคุยกันได้ทุกครั้งอย่างที่เราปราถนา เราก็จะได้เห็นการสนทนาแบบ virtual แบบนี้อยู่เป็นระยะๆ

และผมขอสนับสนุนคุณ amon ครับ ว่าคุยกันดีๆนั้นไม่เคยมีใครตายมาก่อน และอยากจะให้พวกเราทำงานโดยมีปฏิสัมพันธ์แบบตัวต่อตัวมากขึ้นอย่างที่ได้กรุณาแนะนำครับ



Posted by : Phoenix , Date : 2005-03-11 , Time : 19:18:49 , From IP : 172.29.7.21

ความคิดเห็นที่ : 49


   คุณหมอที่ว่า "มันแสดงให้เห็นถึงความไร้การศึกษา (เหมือนพยาบาลส่วนใหญ่เป็นกัน) " นั้นมันหมายความว่าพยาบาลส่วนใหญ่ไม่มีการศึกษานะ
จะพูดอะไรลองตรองดูบ้างก็ดีนะ
ลองคิดดูคนที่ทำงานทีมเดียวกันได้นี่ต้องเข้าใจในสิ่งนั้นๆได้ร่วมกัน
นี่คุณมาหาว่าพวกเราไร้การศึกษาก็เท่ากับคุณก็.........ด้วยสิ
คุณเป็นถึงบุคคลที่สังคมยกย่องแต่กลับมามีอะไรบ้างอย่างที่สังคมไม่ต้องการอยู่ในตัวมันน่าเสียใจอยู่นะ เสียดายเงินภาษีของรัฐที่ส่งคุณเรียนนะ
น่าจะเอาเงินตรงนั้นไปทำบุญเลี้ยง หมา จรจัดนะ ชาติคงได้กุศลกว่านี้
แล้วคนอื่นวิจารณืนะรับฟังบ้างอย่ามั่นใจเกินตัวเพราะสิ่งที่คุณถือมั่นอยู่อาจจะผิดพลาดแต่คุณไม่เห็นก็ได้
รักเธอเสมอ..


Posted by : เปาบุ้นจิ้นหน้าใสเพราะใช้กวนตี , Date : 2005-03-28 , Time : 17:06:32 , From IP : 192.168.33.121

ความคิดเห็นที่ : 50


   น่าสมเพชคนที่มีการศึกษากันจริงๆ เรียนมาตั้งสูงกลับแก้ปัญหาด้วยการมาเถียงกันอยู่ได้ การศึกษามันไม่ได้ทำให้คนมีความคิดขึ้นบ้างหรือไงนะ คงจะจริงอย่างที่ว่า คนเราสมัยนี้ความคิดมันต่ำจนจมดินอยู่แล้ว แก้ปัญหากันด้วยวิธีที่ดีกว่านี้กันไม่ได้หรือไง การศึกษาสูงไม่ได้ทำให้จิตสูงเลย จะโทษใครดีเนี๋ย น่าเบื่อจริงๆเลย ทำงานร่วมกันสามัคคีกันเป็นมั๊ย เด็กบางคนยังคิดได้กว่าผู้ใหญ่เสียอีก พวกคุณลองพูดกันด้วยเหตุผลดีมั๊ย มาเถียงกันอยู่ได้ลองพูดดีดีกันดูหรือยัง

Posted by : ไอ้แมงมุม , Date : 2005-05-09 , Time : 14:03:45 , From IP : 192.168.26.45

ความคิดเห็นที่ : 51


   น่าสมเพชคนที่มีการศึกษากันจริงๆ เรียนมาตั้งสูงกลับแก้ปัญหาด้วยการมาเถียงกันอยู่ได้ การศึกษามันไม่ได้ทำให้คนมีความคิดขึ้นบ้างหรือไงนะ คงจะจริงอย่างที่ว่า คนเราสมัยนี้ความคิดมันต่ำจนจมดินอยู่แล้ว แก้ปัญหากันด้วยวิธีที่ดีกว่านี้กันไม่ได้หรือไง การศึกษาสูงไม่ได้ทำให้จิตสูงเลย จะโทษใครดีเนี๋ย น่าเบื่อจริงๆเลย ทำงานร่วมกันสามัคคีกันเป็นมั๊ย เด็กบางคนยังคิดได้กว่าผู้ใหญ่เสียอีก พวกคุณลองพูดกันด้วยเหตุผลดีมั๊ย มาเถียงกันอยู่ได้ลองพูดดีดีกันดูหรือยัง

Posted by : ไอ้แมงมุม , Date : 2005-05-09 , Time : 14:04:06 , From IP : 192.168.26.45

ความคิดเห็นที่ : 52


   Computer ก็ของ รพ. เดียวกันนะครับ ใช้ให้เกิดประโยชน์กับคนไข้ที่ดูแลร่วมกันดีกว่าครับ " ถ้าทหารในกองทัพทะเลาะกัน แล้วจะตีเมืองแตกได้ยังไงครับ"

Posted by : Tiger , Date : 2005-05-26 , Time : 01:12:35 , From IP : 172.29.7.100

ความคิดเห็นที่ : 53


   เรียน ม.สงขลา โปรดทราบ
กระทู้นี้ขึ้นเป็นกระทู้แรกทันทีที่ดิฉัน search คำว่า หมอ จาก googleเลยนะคะ ซึ่งถ้ามีคนอื่น search ก็คงได้รับรู้ความขัดแย้งในองค์กรท่านผ่านหน้าจอนี้ได้อย่างง่ายดาย
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา (for proper management)


Posted by : secret , Date : 2005-05-28 , Time : 19:59:10 , From IP : 203-151-140-113.inte

ความคิดเห็นที่ : 54


   การตั้งกระทู้ไม่ได้เป็นการแก้ไขปัญหาหรือว่าเป็นการขอความคิดเห็นที่ดี แต่จากที่เคยอ่านมาหลายๆกระทู้ส่วนใหญ่มักจะเข้ามาระบายอารมณ์ความรู้สึกมากกว่า ปัญหาเล็กๆแค่นี้เจ้าของปัญหายังแก้ไขเองไม่ได้ แล้วต่อไปคุณจะช่วยเหลือคนไข้ได้อย่างไร คุณหมอคิดเล็กคิดน้อยแบบนี้เราเป็นคนไข้บอกตามตรง หมดความเชื่อมั่นและเชื่อถือแล้วค่ะ T_T

Posted by : สงสารคนไข้ , Date : 2005-10-30 , Time : 22:55:37 , From IP : 203.170.228.172

ความเห็นจาก Social Network : Facebook


สงวนสิทธิ์การแสดงความคิดเห็นสำหรับ สมาชิกเท่านั้น