จะเริ่มไงดีแบบว่า...ไม่ได้ทะลึ่งอะไรหรอก
นะ
แต่ที่ชั่วโมงเพศศึกษาเรามันน้อย ทั้งๆที่ต้องออกไปแนะนำคนไข้
ถ้าแม้แต่หมอไม่รู้อะไรเลย มันก็มั่วนิ่ม อะดิ
ก็เห็นเราควรจะมีความรู้พวกนี้บ้าง
เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน
แฮะๆอย่าว่ากันน้า
คนเราเรียนรู้เรื่องเพศโดยสัญชาตญาณจากการบอกเล่ากล่าวถึง จากการดู การอ่าน จากสื่อสารต่างๆ ซึ่งก็ถูกบ้างผิดบ้าง โดยอาศัยประสบการณ์พื้นฐานทางจริยธรรม เชื้อชาติ ภาษา ขนบธรรมเนียม ประเพณี คติความเชื่อ การอบรมเลี้ยงดู ค่านิยม สิ่งแวดล้อมที่เติบโตมา
เหล่านี้ทำให้เพศสัมพันธ์ หรือความเข้าใจทางเพศแตกต่างกันไป หรือมีจินตนาการไปต่างๆ นานา ซึ่งบางครั้งความเชื่อผิดๆ นั้นก็เป็นตัวแปรบั่นทอนความสุขทางเพศของเราได้เช่นกัน
ต่อไปนี้เป็นตัวอย่าง ความเชื่อที่ผิดๆ ในทางเซ็กซ์ บางข้อที่น่าสนใจ รวมทั้งคำตอบจากผู้สันทัดกรณี
1. เซ็กซ์ควรจะเกิดเอง
ค่อยเป็นค่อยไป
ใช่ เพศสัมพันธ์อาจจะเกิดขึ้นเองอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่มันจะไม่ค่อยเกิดหลังจากเดือนหรือคืนวันแห่งความหอมหวานระยะแรกๆ ได้ผ่านพ้นไปแล้ว มีผู้เชี่ยวชาญทางเพศวิทยาท่าหนึ่งได้กล่าวไว้ว่า
จงรอ
รอจนกว่าจะถึงวันนั้น
วันที่คนสองคนรู้สึกหิวพร้อมๆ กัน
แต่ทว่าคนทั่วไปมักไม่ทราบว่ามันอาจจะเกิดพร้อมๆ กันก็ได้ หรืออาจจะเกิดไม่พร้อมกันเลย
ส่วนมากคนเราจะรู้สึกว่า ถ้าเราวางแผนร่วมเพศล่วงหน้าอาจจะไม่สนุกสดชื่นหรือมีความหมายเหมือนกับเกิดเองอย่างค่อยเป็นค่อยไป
แต่ถ้าเราเตรียมการดีในเรื่องการร่วมรักนี้แล้วอาจจะทำให้การเสพสุขบังเกิดความหรรษาเป็นพิเศษได้ด้วยตัวมันเองเช่นกัน
2. ผู้ชายจะหมดความรู้สึกซู่ซ่า ถ้าผู้หญิงบอกเขาว่าเธอต้องการอะไร
เป็นไปได้เสมอที่ผู้หญิงคาดว่าผู้ชายคู่นอนของเธอเป็นนักอ่านใจเธอ เธอคิดว่าเขาควรเข้าอกเข้าใจโดยอัตโนมัติว่าเธอชอบแบบไหน ชอบอะไร รู้สึกดีตรงไหน และเธอมีความสุขอย่างไร โดยไม่ต้องบอก
นักเพศศึกษาท่าหนึ่งกล่าวถึงกรณีนี้ว่า การคาดว่าคู่นอนของคุณเดาว่าคุณต้องการอะไร ก็เหมือนกับการผูกตามแล้วร่วมเพศนั่นแหละ
การพูดจาหรือสื่อความหมายกันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเพศสัมพันธ์ที่ดี แม้ว่าหลายต่อหลายคนยังรู้สึกกระดากอายหรือขัดเขินที่จะบอกกล่าวว่าต้องการอะไร หรือใคร่จะทำอะไรให้คู่ขาของตน
3. ร่างเปลือยเปล่าและท่าที่เร้าสวาทของผู้หญิง ทำให้ผู้ชายคึกคักและตื่นตัว
ผู้หญิงส่วนใหญ่อาจจะคิดอย่างนั้น และถือว่าเป็นความรับผิดชอบของเธอ ที่จะทำให้อวัยวะเพศของชายแข็งตัวขึ้นได้ ถ้าอวัยวะเพศของเขาไม่สู้ จู๋หดจ๋อยห้อยสงบ เธอจะรู้สึกว่าตัวเองมีอะไรบกพร่องไปเสียแล้ว บ้างก็คิดว่าเป็นเพราะตัวเองไม่มีเสน่ห์ที่จะกระตุ้นดึงดูดให้เขาซู่ซ่าขึ้นมาได้
แต่ผู้เป็นเกจิด้านกามศาสตร์ท่าหนึ่งแย้งว่าความคิดเช่นนั้นผิด โดยอธิบายว่า
ปัญหามันอยู่ที่ว่าผู้ชายมีปัญหาเดิมอยู่แล้วที่จะไม่สู้ ชูไม่ขึ้น เช่น เหนื่อยล้ามาก งานยุ่งเกินไป หรือดื่มจนเกินจะคึก เหล่านี้ทำให้หมดความตื่นตัวของอวัยวะเพศแต่ถ้าเธอเคยทำให้เขามีความรู้สึกผึงผังมาก่อนก็แสดงว่าตัวเองไม่ขาดเสน่ห์หรอก และไม่ควรโทษตัวเองเลย
ทั้งยังได้เสริมอีกว่า ความต้องการทางเพศเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก จนทำให้ผู้หญิงรู้สึกผิดหวังเมื่อคู่ใหม่ของเธอมิอาจตอบสนองได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่คิดผิดด้วย
4. เซ็กซ์เป็นเรื่องทางเทคนิคทั้งหมด
ในทัศนะของแพทย์ทางกามวิทยาท่านหนึ่งกล่าวว่า
ความรู้สึกทางเพศมันผันแปรไปได้อย่างมากมาย บางทีอาจจะดีอาจจะมันส์ และตื่นเต้นมากสำหรับคนหนึ่ง แต่สำหรับอีกคนหนึ่งมันอาจจะห่วยแตกไม่เป็นท่าเลยก็ได้ ท่านไม่อาจให้คำแนะนำอย่างผิวเผินเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ที่ดีได้เลย สิ่งที่สำคัญที่สุดของความพึงพอใจในการร่วมเพศมันมาจากความรู้สึกระหว่างคนสองคน ฝ่ายชายอาจจะรูปร่างดี ท่าทางเป็นแมนเต็มตัว แต่ถ้าไม่ปฏิบัติต่อฝ่ายหญิงด้วยความระมัดระวังหรือนุ่มนวลละมุนละม่อมแล้วล่ะก็เธออาจจะหมดความรู้สึกก็ได้ มีบ่อยๆ ที่ฝ่ายหญิงมักจะชอบผู้ชายที่สุภาพ นุ่มนวล รู้อกรู้ใจ
แม้ว่าผู้ชายคนนั้นจะหย่อนสมรรถนะทางเพศไปบ้างก็ตาม
5. คุณจะต้องรู้สึก ต้องการ ก่อนจะร่วมเพศ
บางครั้งบางคราวสามีภรรยาไม่อาจจะร่วมเพศกันได้ เพราะคนหนึ่งคนใด โดยเฉพาะฝ่ายหญิงมีความเชื่ออย่างจริงจังว่า เธอควรจะรู้สึกต้องการก่อน จึงจะร่วมเพศได้
อันที่จริงแล้ว คุณ(ทั้งสองฝ่าย) อาจจะถูกกระตุ้นให้มีความรู้สึกทางเพศได้ และมีประสบการที่สุขยิ่งขึ้นได้ แม้ว่าแรกๆ จะไม่มีความ ต้องการ ในอารมณ์มาก่อนเกี่ยวกับเรื่องนี้ นักเพศบำบัดท่านหนึ่งได้กล่าวว่า ความเชื่อผิดๆ อันนี้มันอยู่ตรงที่ว่า คนสองคนจะร่วมเพศกัน ต้องรู้สึกอยากพร้อมๆ กัน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันมักจะเป็นคนเดียวเท่านั้นที่ต้องการ และถ้าอีกคนจะเป็นฝ่ายหญิงหรือฝ่ายชาย ก็ตามปล่อยตัวไปตามประสบการณ์ที่เคยมี การกระตุ้นความรู้สึกทางเพศก็เกิดขึ้นได้
6. การกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกทางเพศที่ดีที่สุดก็คือ การนั่งรับประทานอาหารค่ำภายใต้แสงเทียนในภัตตาคารหรือห้องอาหารหรูๆ บรรยากาศโรแมนติค
จริงอยู่ บรรยากาศโรแมนติกเป็นสิ่งที่น่าพึงปรารถนา แต่มันก็ไมใช่วิธีที่ดีที่สุดในการช่วยกระตุ้นความรู้สึกทางเพศและไม่ควรมองข้ามข้อเท็จจริงที่ว่า
การรับประทานอาหารปริมาณมากๆ (เพราะอร่อยเลิศรส) และดื่มสุราเมรัยมากๆ นั้น จะทำให้เกิดความง่วง เมา อาหารไม่ย่อย แล้วความรู้สึกทางเพศก็ลดลง
นายแพทย์ท่านหนึ่งกล่าวว่า
กินมากดื่มมากทำให้พลังงานทางเพศลดลงความรู้สึกอึดอัดจากอะไรก็แล้วแต่ เช่น อาหารไม่ย่อย มันไปรบกวนศูนย์ความรู้สึกหรืออารมณ์สุนทรีย์ทางเพศ เหล้านิดๆ หน่อยๆ อร่อยกำลังเหมาะ อาจจะทำให้ผู้ช่วยสบายอกสบายใจ แต่ถ้าดื่มมากเกินไปมันก็ทำให้ไม่อยาก ฉะนั้นอาหารค่ำพร้อมเหล้าหรือไวน์ในบรรยากาศหรูๆ ก็ไม่เลว แต่อย่าดื่มกินให้มากเกินพิกัดก็แล้วกัน
มันจะทำให้เซ็กซ์เนือยไปได้
7. ความสุขสุดยอดเป็นความรับผิดชอบของผู้ชาย
เรื่องนี้มักจะโทษกัน คือฝ่ายหญิงเมื่อร่วมเพศแล้วไม่ถึงจุดสุดยอด ก็มักจะโทษผู้ชายว่าปล่อยให้เธอค้างคาในอารมณ์ และมักจะรู้สึกอยู่ในใจว่าเขาไม่ใช่นักรักนักลุยที่แท้จริง
ในกรณีนี้ จิตแพทย์กับนักเพศบำบัดได้ให้ความเห็นคล้ายคลึงกันว่า ทั้งคู่ต่างรับผิดชอบเท่าเทียมกันผู้หญิงจะปัดให้เป็นความรับผิดชอบของผู้ชายฝ่ายเดียวหาได้ไม่
เธอคิดว่าการมีสถานะเท่าเทียมกัน เธอควรที่จะมีความสุขสุดยอดด้วย มันกลับตรงกันข้าม มันควรจะเกิดพร้อมๆ กัน หรือช่วยกัน โดยผู้หญิงควรจะรับผิดชอบสำหรับความสุขสุดยอดของตัวเอง อะไรที่ผู้ชายทำไม่ถูกใจหรือผิดพลาดไป เธอควรจะปรับปรุงแปรเปลี่ยนให้เหมาะ เธอสามารถที่จะกระตุ้นความรู้สึกของตนเองโดยค่อยๆ ชี้แนะให้ฝ่ายชายรู้จุดกระสันสวาทของเธอ บอกให้เขากระตุ้นให้ถูกจุด หรือขยับให้อยู่ในท่าที่เหมาะสม ที่จริงแล้วฝ่ายหญิงสามารถจัดให้ฝ่ายชายปฏิบัติการให้เธอพึงพอใจได้
8. เรื่องเซ็กซ์เป็นเรื่องสัญชาตญาณทั้งหมด
เกี่ยวกับประเด็นนี้ผู้เชี่ยวชาญจิตวิทยาทางเพศท่านหนึ่งให้คำตอบว่า คนทั่วไปคิดว่าการร่วมรักเป็นธรรมชาติเหมือนการหายใจ ซึ่งเป็นความจริงเช่นนั้น แต่ข้าพเจ้าขอเปรียบการร่วมรักว่าเหมือนกับการวิ่งหรือว่ายน้ำ ซึ่งก็เป็นการออกกำลังตามธรรมชาติเหมือนกัน ซึ่งเมื่อท่านได้เรียนรู้เรื่องของมันมากขึ้น ท่านกก็จะประสบผลสำเร็จมากขึ้น ตัวอย่าง ผู้หญิงควรจะสัมผัสผู้ชายแต่เพียงแผ่วเบาเท่าที่เขาต้องการ โดยเฉพาะการกระตุ้นที่บริเวณอวัยวะเพศของเขา
9. ผู้ชายที่หนุ่มกว่า เป็นนักรักที่ดีกว่า
ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ก็คือ พละกำลังของคนหนุ่มฟื้นตัวเร็วดีกว่าคนแก่ เพราะคนหนุ่มสามารถกลับมาสู้ได้เร็วกว่า และทำได้บ่อยครั้งกว่าคนแก่ แต่ข้อเสียก็คือ คนหนุ่มมักจะถึงจุดสุดยอดไวเกินไปไม่สามารถนำผู้หญิงไปสู่ความสุขที่สมบูรณ์ได้
แต่คนที่สูงวัยประสบการณ์ดีในการกระตุ้นเล้าโลมและการปฏิบัติการทางเพศ ซึ่งจะทดแทนความด้อยในเรื่องพละกำลังได้ โดยทั่วไปคนที่มีวัยสูงจะมีความรู้สึกถึงจุดสุดยอดช้ากว่า นั่นหมายความว่าฝ่ายหญิงจะได้มีเวลาตอบสนองได้นานๆ และสามารถบรรลุถึงจุดสุดยอดได้ นอกจากนี้คนสูงอายุบางคนยังเอาใจเก่งอีกต่างหาก
10. ถ้าปราศจากความใคร่
เซ็กซ์ก็ไม่ดีเลย
ความรู้สึกทางเพศจะดีที่สุดหรือไม่ ถ้าเห็นชายคนนั้นครั้งแรกแล้วพึงพอใจมากจนอยากจะเมคเลิฟกับเขา
ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า บทบาทเหล่านี้ถูกกำหนดโดย ความใคร่ ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะท่าทางเฉพาะตัวเป็นอย่างมากสำหรับบางคนแล้ว ความใคร่ ต้องเริ่มตรงนั้นทันทีและเดี๋ยวนั้นหรือมิฉะนั้นก็ไม่เกิดเลย แต่คนอื่นๆ อาจจะมีความรู้สึกสบายๆ ถ้าหากเพศสัมพันธ์เริ่มจากความสนิทสนมอย่างใกล้ชิด
เช่นเดียวกับที่ผู้เชี่ยวชาญอีกท่านหนึ่งให้ทัศนะว่า ถ้าท่านสร้างความสนิทชิดเชื้อก่อน เมื่อมีเพศสัมพันธ์ตามมาจะมีความหมายมาก แต่หากมีเพศสัมพันธ์ด้วย ความใคร่เท่านั้น ไม่นานท่านจะพบว่าไม่มีฐานอะไรเลยว่าทำไมต้องเมคเลิฟกันด้วยเล่า เพราะฉะนั้นการมีเพียงความใคร่อย่างเดียวจะขาดความประทับใจ และไม่ก่อให้เกิดสัมพันธภาพอันดีในระหว่างคู่ร่วมรัก
Posted by : กังฟู , Date : 2003-04-28 , Time : 15:05:52 , From IP : 203.107.201.200
|