ความคิดเห็นทั้งหมด : 14

ขอความมเห็น นศพ. เกี่ยวกับการเรียนใน block hematology and oncology ( block 14 )


    ขณะนี้ใกล้ที่ นศพ. ปี 3 จะเรียน block 14 แล้ว ผมในฐานะประธานรายวิชาของ block นี้ใคร่ขอความคิดเห็นจาก นศพ.ที่เคยเรียน block นี้ไปแล้วทุกท่านให้ความเห็นในเรื่องต่อไปนี้นะครับเพื่อประโยชน์ต่อรุ่นน้องปี 3 ที่จะเรียนในปีนี้ ผมพร้อมที่จะนำไปปร้บปรุงการเรียนการสอนให้ดียิ่งขึ้น
1. เนื้อหาที่สอนบรรยาย ต้องการให้เปลี่ยนแปลงหรือปรับเรื่องใด แต่ต้องสอดคล้องกับมาตรฐานที่แพทย์สภากำหนดไว้นะครับ ซึ่งทางหน่วยแพทย์ศาสตร์คงจะแจกเกณฑ์มาตรฐานความรู้ที่แพทย์สภากำหนดไว้ให้ นศพ. ทุกท่านครับ
2. การสอนบรรยายปีนี้จัดเป็น power point ทั้งหมดและจะแจกเป็นเอกสารที่ print จาก power point ให้ พศพ. ทุกท่าน
3. การสอนภาคปฎิบัติ มีอาจารย์บางท่านในหน่วยแพทย์ศาสตร์มีความเห็นว่าผมทุ่มเทการสอนมากไป(ซึ่งผมเต็มใจสอนอยู่แล้ว) เมื่อ นศพ.ขึ้นชั้นคลีนิกก็ลืมหมด อ่านและแปลผลCBCไม่เป็นเสนอให้ผมลดจำนวนการสอนทางห้องปฎิบัติลง และลดจำนวนสไลด์ที่ให้นักศึกษาได้เรียนลงครับ
4. การตั้งแสดงรูป cells ต่างๆจากกล้องจุลทรรศน์มีไม่เพียงพอ ผมได้จัดทำเป็นแผ่นรูปโปสการ์ดพร้อมคำบรรยายไว้ให้ นศพ. ดูเพิ่มอีกจำนวนที่เพียงพอ ส่วนการอ่านและแปลผล hemoglobin typing ได้จัดทำเป็น CAI ไว้ให้
*** 5. ข้อนี้อยากให้ นศพ. ออกความเห็นมากๆนะครับ เรื่องกล้องจุลทรรศน์ที่มีอยู่ มีชำรุดบ้างและไม่เพียงพอต่อจำนวน นศพ. ที่เพิ่มขึ้น ทางผมและ อาจารย์ สินีนาฎ เห็นว่าจำเป็นต้องมีการเพิ่มจำนวนกล้องจุลทรรศน์ให้เพียงพอกับจำนวน นศพ. และควรมีจำนวนหนึ่งสำรองไว้เวลากล้องฯ ที่กำลังใช้อยู่ขัดข้อง จึงได้เสนอให้มีการจัดซื้อกล้องฯเพิ่ม โดยทำหน้งสือผ่านไปทางหน่วยแพทย์ศาสตร์ อาจารย์ทางหน่วยแพทย์ศาสตร์ที่ดูแลเรื่องนี้อยู่ หรือแม้กระทั่งหัวหน้าภาควิชาพยาธิวิทยาท่านใหม่ผู้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล กล้บมองว่าเป็นการสิ้นเปลื่องงบประมาณครับ และมีการเสอนให้ นศพ.สองท่านใช้กล้องจุลทรรศน์ด้วยกันเพียงหนึ่งกล้อง ผมไม่เข้าใจว่าอาจารย์ที่เคยเรียนทักษะเกี่ยวกับการศึกษาสิ่งต่างๆด้วยกล้องจุลทรรศน์มาแล้วตอนตนเป็น นศพ. จึงคิดแบบนั้น ผมได้แย้งไปแต่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่าเห็นด้วยกับผมหรือไม่ ท่านมองแต่การสิ้นเปลืองงบประมาณเป็นหลักครับ แต่ผมมองว่าการเรียนรู้สิ่งต่างๆด้วยกล้องจุลทรรศน์ด้วยตนเองและอย่างจริงจังเป็นสิ่งที่ นศพ. จะได้ทักษะ ความรู้และต้องมีการการฝึกฝนด้วยตนเองครับ นศพ.ที่เรียน block นี้จบไปแล้วอาจมีโอกาศได้ใช้กล้องจุลทรรศน์น้อยลงครับ ผมจึงไม่เห็นด้วยที่จะให้ นศพ.สองคนมานั่งรอใช้กล้องต้วเดียวกันครับ และยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ได้เสนอเพื่อปรับปรุงห้องปฏิบัติการไป ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะได้รับการตอบรับหรือไม่เพราะท่านมองการสิ้นเปลืองเป็นหลักครับ.
6. เรื่องการปรับเปลี่ยน scinario นั้น ทาง block กำลังดำเดินการครับโดยดูเกณฑืมาตรฐานแพทย์สภาเป็นหลักครับ
ขอขอบคุณทุกท่านที่ลงมาร่วมให้ความเห็นครับ เพื่อนำไปปรับปรุงให้ นศพ.ได้ความรู้และประโยชน์มากที่สุดครับ


Posted by : จิตวัต รุ่งเจิดฟ้า , E-mail : (jittawat) ,
Date : 2000-01-01 , Time : 11:31:27 , From IP : 203.155.183.229


ความคิดเห็นที่ : 1


   ไม่เห็นด้วยกับการลดจำนวนการสอนทางห้องปฏิบัติการ เพราะการได้ดูกล้องทำให้นศพได้เห็นของจริง ยิ่งเห็นบ่อยก็จะยิ่งจำได้ ถ้าพื้นฐานดี ถึงแม้ว่าจะลืมบ้าง แต่ก็สามารถฟื้นความรู้ได้เร็ว ดีกว่าที่ไม่รู้เรื่องเลย ถ้าจะเอาไว้สอนตอนอยู่wardแล้ว มันไม่ทันเนื่องจากมีความรู้อีกมากบนwardที่จำเป็นต้องรู้และเป็นความรู้ใหม่ๆด้วย ดังนั้นควรสอนอย่างเต็มที่เลยจะดีหว่า

Posted by : heart , Date : 2004-09-10 , Time : 11:57:29 , From IP : 172.29.2.135

ความคิดเห็นที่ : 2


   ผมไม่เห็นด้วยกับการซื้อกล้องจำนวนมากมาตั้งไว้โดยเปล่าประโยชน์ คงต้องวิเคราะห์ความจำเป็นและบริหารจัดการจำนวนกล้องที่มีอยู่ให้ใช้ประโยชน์ได้สูงสุด เช่นจัดการเรียนการสอนเป็นผลัด เพื่อที่กล้องจะได้ไม่ต้องตั้งไว้โดยไม่มีคนใช้ในบางเวลา

Posted by : Heart , Date : 2004-09-10 , Time : 14:54:32 , From IP : 172.29.2.98

ความคิดเห็นที่ : 3


   อยากให้สอนเยอะๆคะ
ที่อาจารย์สอนเต็มที่ก็ดีแล้วนี่คะ
จะได้รู้กันเยอะ
ถึงนานไปแล้วลืม ทบทวนแป๊บเดียวก็น่าจะเข้าใจได้
ขอบคุณนะคะ ที่เปิดโอกาสให้หนูๆได้แสดงความคิดเห็นอย่างนี้


Posted by : น้องหนู , Date : 2004-09-10 , Time : 15:23:06 , From IP : 172.29.2.210

ความคิดเห็นที่ : 4


   hemato เป็นวิชาเดียวที่รู้สึกว่าติดตัวมาถึง ปี4 ตอนเรีนย lecture เยอะๆ เบื่อมากๆ แต่ตอนนี้รู้แล้วรค่ะว่าได้ความรู้มาเยอะก็จากเรียนในห้องนั้นแหละ ขอให้ อาจารย์สอนเยอะๆ เหมือนเดิมนะค่ะ เป็นผลดีต่อชั้นคลินคกที่ไม่มีใครสอนมากค่ะ
ปล. ขอบคุณอาจารย์มากค่ะ


Posted by : ปี 4 , Date : 2004-09-10 , Time : 16:35:42 , From IP : p48-rasskalf1.S.cslo

ความคิดเห็นที่ : 5


   เป็นไปได้ไหมครับที่ slide section ต่างๆสามารถทำเป็น digital ได้? ถ้าได้จะแก้ปัญหาเรื่องกล้องไปหมดเลย รักษาคุษณภาพรูปภาพตาม resolution ที่ต้องการ ยิ่งเดี๋ยวนี้ นศพฬ มีโน้ตบุคหมดแล้ว แจก CD หรือ DVD HISTOLOGY, PATHOLOGY IMMUNO HEMATO ในหนึ่งแผ่น (640 MB- 19 GB) ก็อาจจะพอ เรียนถามเพราะไม่ทราบว่าเป็นไปได้หรือไม่นะครับ



Posted by : Phoenix , Date : 2004-09-10 , Time : 17:24:28 , From IP : 203.156.45.207

ความคิดเห็นที่ : 6


   หนูเห็นด้วยกับ อ.จิตวัติ คะที่จะให้มีกล้องเพียงพอ เพราะจากที่เรียนมาการดูกล้องบ่อยๆช่วยได้มากๆ ทำให้เข้าใจแล้วเห็นภาพมากกว่าในหนังสือ ส่วนเรื่องที่ อ. ทุ่มเทการสอนนั้น หนูว่าเป้นสิ่งที่ดีคะ เพราะ อ. ช่วยสรุปให้พวกเราเห็น concept โดยรวมและเข้าใจกลไกต่างๆมากยิ่งขึ้น ซึ่งใช้เวลาทำความเข้าใจยากในการอ่านเอง เห็นว่าblockอื่นควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างคะ หนูเห็นว่าการเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นสิ่งที่ดีแต่ก็ไม่ควรมากจนเกินไปคะ

Posted by : นศพ คนหนึ่ง , Date : 2004-09-10 , Time : 22:03:08 , From IP : 172.29.2.164

ความคิดเห็นที่ : 7


   ขอแสดงความเห็นครับ
ข้อ 1 ตอบไม่ได้ ผ่านมาแล้วผมลืมไปแล้วว่าต้องการอะไร

ข้อ 2 ได้ข่าวว่าอาจารย์ ทำ Power point ใหม่แต่ไม่ได้เห็นด้วยตัวเอง ว่าเป็นอย่างไร แต่น่าจะดีกว่าปีที่ผ่านมา อันนี้ผมเห็นด้วย แต่เรื่องการแจกชีท power point ไม่ทราบว่า นอกจากชีทแล้วมีหนังสือเล่นเหลืองๆ อีกด้วยหรือไม่ หนังสือเล่มนั้นดีมากนะครับ เป็นเล่มเดียว ที่ผมเก็บไว้ขึ้นปีสี่ ไม่ได้ให้น้องรหัส และก็สามารถนำมาเปิดทบทวน เนื้อหาในระดับพื้นฐาน ได้ดีมากเล่มนึงครับ เกรงว่าถ้าอ. แจกแต่ชีท power point น่าจะไม่เพียงพอ ผมว่าไม่ต้องแจกก็ได้ ให้ นศพ. ดูดเอาจากที่สอนได้โดยตรง เพราะทุกคนมี Laptop อยู่แล้ว

ข้อที่ 3 อ.ท่านใด ว่าอย่างงี้อยากรู้จัง ผมว่าสอนมากก็ดีอยู่แล้ว อาจจะลืมไปบ้างแต่ก็กลับมาทบทวนได้ น่าจะแนะนำ ว่าเรื่องนี้ต้องรู้ เรื่องนี้ควรรู้ นศพ. จะได้มี guide line ในการศึกษา ใครขยันก็ได้มาก ใครไม่ขยันก็รู้เฉพาะที่จำเป็น เพื่อนๆ บอกกันมาว่า Heamato เป็น Block ที่มีความรู้ขึ้นมาชั้น คลินิก มากที่สุดแล้ว (แบบ Reliative นะครับ)

ข้อที่ 4 เห็นด้วยครับ

ข้อที่ 5 ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งถ้าให้ นศพ. 2 คนใช้ 1 กล้อง โดยไม่มีเหตุที่สุดวิสัยจริงๆครับโอเค ถ้าหากคณะเราจนมากๆๆ จริงๆ จนไม่มีกล้องพอ อันนี้ไม่ว่ากัน แต่ถ้าทำได้กรุณาให้ใช้ 1ต่อ 1 เถอะครับ ถ้าท่านได้มาเป็น นศพ แล้วน่าจะรู้ ว่ามันเสียเวลาแค่ไหน ถ้าต้องมานั่งสลับกันดู สมาธิก็ไม่มี ต้องคอยเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา อยากจะดู slide อื่นที่สนใจก็ต้องขอเปลี่ยน ชัวโมงนึงก็อาจจะเรียนรู้ได้แค่ครึ่งเดียว ผมเคยเจอกล้องเสียมาแล้วครับ อ.ก็สอนไป เราก็ดูไม่ได้ แจ้งให้เจ้าหน้าที่ซ่อม ก็ใช่ว่าจะเสร็จภายในชั่วโมงนั้น สรุปก็ต้องไปแบ่งเพื่อนข้างๆ ความรู้สึกยากที่จะบรรยายจริงๆ สงสารรุ่นน้องแทนน่าเรื่องนี้เกิดขึ้น

ข้อ 6 เรื่อง scinario จำอะไรไม่ได้เลย มีเรื่องอะไรบ้างไม่รู้เลยครับ ตายแล้ว เรียนไปลืมหมด ทำไงดี




Posted by : Xylem , Date : 2004-09-10 , Time : 23:09:00 , From IP : 172.29.4.197

ความคิดเห็นที่ : 8


   นะครับว่า...การที่เอาแต่พึ่ง slide digital โดยไม่ได้ Practiceกับกล้องจริงจริง แล้วจะใช้กล้องเป็นเหรอครับ......

Posted by : นะครับ.... , Date : 2004-09-10 , Time : 23:19:35 , From IP : ppp-210.86.184.120.r

ความคิดเห็นที่ : 9


   Phoenix
เป็นไปได้ไหมครับที่ slide section ต่างๆสามารถทำเป็น digital ได้?
เป็นไปได้ครับ ลองเข้าไปดูตามลิงค์นี้นะครับ เผื่ออ.จะลงทุนทำ

http://www.microscopy-uk.org.uk/mag/indexmag.html?http://www.microscopy-uk.org.uk/mag/artjun03/gophotomic.html


Posted by : Xylem , Date : 2004-09-10 , Time : 23:25:30 , From IP : 172.29.4.197

ความคิดเห็นที่ : 10


   ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของอาจารย์ว่า เนื้อหาส่วนใดที่อยู่ใน PBL หรือเป็น SDL ที่ยากแก่การทำความเข้าใจด้วยตัวเอง ควรจัดให้มีการสอน Lecture ที่มีคุณภาพโดยอาจารย์ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญทั้งในด้านเนื้อหาความรู้และการถ่ายทอดวิชา และควรมีเอกสารเพิ่มเติมในส่วนที่เป็น SDL และเนื้อหาในส่วนที่อาจารย์เห็นว่าน่าจะมีประโยชน์ต่อการทำความเข้าใจ

Posted by : นายพรานผู้ล่านก , Date : 2004-09-11 , Time : 01:27:45 , From IP : 172.29.5.120

ความคิดเห็นที่ : 11


   ขอบคุณครับคุณ Xylem

คือที่ผมเรียนถามว่าเป็นไปได้นั่นหมายว่าถึงในสถาบันเราว่ามีกล้องอย่างที่ว่ารึเปล่า ตอนผมไปเรียนเคยใช้กล้องคล้ายๆกัน แต่เป็น videoscope ต่อ real-time กับ fluorescent microscope ดูภาพที่มอนิเตอร์คอมพิวเตอร์ ถ้าราคากล้องถ่ายภาพ (ที่เคยเห็นน่าจะขายเป็น set คือ กล้อง อาจจะเป็นแบบ fluorescent เพื่อเพิ่มประโยชน์ใช้งาน บวกคอมพิงเตอร์ (มันต้องมี light-source พิเศษอีก box นึง) ประมาณเท่าๆกับกล้อง microscope ธรรมดาหลายๆตัวรวมกัน ในระยะยาวอาจจะคุ้มทุน และข้อสำคัญคือแก้ปัญหาเรื่อง assessibility เนื่องจาก นศพ.จะสามารถดูได้ตลอดเวลาและที่ไหนก็ได้ที่มีคอมพิงเตอร์และ picture viewer software เบื้องต้น ข้อแตกต่างที่สำคัญที่อาจจะต้องคำนึงถึงคือระบบกลไกการลั่นชัตเตอร์ เพราะถ้าถ่ายผ่าน microscope โดยเฉพาะอย่างยิ่ง dark field บางครั้งชัตเตอร์อาจจะต้องตั้งนานเป็นนาทีและ "ห้ามสั่น" เด็ดขาด ดังนั้นกล้องระบบ full-digital + software-controlled shutter จะดีกว่า (แต่ราคาก็จะขึ้นไปอีก)

อาจารย์จิตวัตอาจจะสนใจเรื่องนี้นะครับ คุ้มไม่คุ้มน่าจะขึ้นกับหลายปัจจัยอื่นๆด้วย อาจจะหา co-users ของภาควิชาอื่นมาร่วมโครงการ เพราะถ้าทำ teaching slide นี้เสร็จ เดี๋ยวจะต้องหา project อื่นๆมารองรับ ภาควิชาที่น่าจะสนใจก็เช่น microbiology, molecular-cellular biology, pathology, histology, hematology เป็นต้น ผลงานที่ออกมาจะตีพิมพ์ได้สวยงามมากอย่างใน website ที่คุณ Xylem ให้มานั่นแหละครับ



Posted by : Phoenix , Date : 2004-09-11 , Time : 09:46:01 , From IP : 203.156.49.23

ความคิดเห็นที่ : 12


    ก่อนอื่นอยากจะบอกอาจารย์จิตติวัต รวมทั้งน้อง ๆ ทุกคนนะคะว่า วิชา Hemato เป็นระบบเดียวจริง ๆ ที่เป็นเนื้อหาติดตัวมาจากตอนชั้นปรีคลีนิค เป็นวิชาเดียวที่มาเรียนต่อใน block medicine แล้วไม่รู้สึกว่ายากที่จะทำความเข้าใจ (ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยมีใครมาสอนก็ตาม) เนื่องจากยังพอมีพื้นฐานอยู่บ้าง ข้อนี้เพื่อนทุก ๆ คนก็เห็นด้วยค่ะ โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งลงกอง Medicine มาเหมือนกัน รวมทั้งรุ่นพี่ ปี 5 และ ปี 6 เท่าที่เคยคุยด้วย ก็จะพูดเป็นเสียงเดียวกันเช่นกัน
นอกจากนี้หนังสือ hemato เล่มเหลืองที่อาจารย์แจกตอนเรียนเป็นหนังสือเล่มเดียวที่ นศพ.ปี 4 ทุกคนไม่คิดที่จะทิ้ง เพราะเป็นหนังสือที่อ่านง่ายและสามารถนำมาใช้ต่อบน ward ได้อย่างดี และส่วนตัวคิดว่าจริง ๆ แล้ว power point อาจจะไม่ค่อยจำเป็น เพราะจำได้ว่าปีที่แล้ว เพื่อนส่วนใหญ่ก็เต็มใจที่จะตั้งใจเรียน แล้วฟังที่อาจารย์สอนในห้อง เนื้อหาส่วนใหญ่ก็จะมีในหนังสือแล้ว
ส่วนเรื่องกล้องนั้น คิดว่าจำเป็นมาก ๆ ที่ควรจะมีให้พอ 1:1 เพราะการดูกล้องเป็น skill ควรจะดูหมั่นดูเอง ดูมาก ๆ มันจะซึมเข้าไปเอง ไปดูในหนังสือก็จะแค่รู้จักอยู่ภาพเดียว เพราะเค้าก็จะคัดเลือกภาพที่สวย ภาพที่ดูแล้ว "ใช่เลย" มาให้เราดู แต่ในชีวิตจริง เราไม่ได้เจอแบบนั้นตลอดทุกครั้งนี่คะ
สำหรับเรื่องที่อาจารย์บางท่านบอกอาจารย์ว่า สอนมากเกิน ทุ่มเทมากเกิน อาจารย์ไม่ต้องไปสนใจนะคะ เพราะนศพ.ทุกคนเต็มใจที่จะเรียนจริง ๆ ไม่มีใครบ่นเบื่อหรือรู้สึกว่าสอนมากไปหรอกค่ะ ไม่อย่างนั้นอาจารย์คงไม่ได้เป็นปิยอาจารย์ของพวกเราหรอกค่ะ




Posted by : นศพ.ปี 4 , Date : 2004-09-11 , Time : 12:34:39 , From IP : 172.29.4.30

ความคิดเห็นที่ : 13


   หนูเป็นอีกคนน่ะคาะ ที่ชอบวิธีการสอนของอาจารย์ อาจารย์ทุ่มเทให้นักศึกษาทุกคนค่ะ ขอบคุณน่ะค่ะอาจารย์

Posted by : นศพปี4 , Date : 2004-09-11 , Time : 22:59:01 , From IP : 203.150.217.114

ความคิดเห็นที่ : 14


   1 คิดว่าไม่ควรลดการเรียนในภาคปฏิบัติค่ะ เนื่องจากว่าที่อาจารย์จิตวัตสอนนั้นดีอยู่แล้ว ทำให้พวกเราเข้าใจได้มากขี้น และมีประโยชน์มากตอนที่เราขึ้นชั้นคลินิกแล้ว ยังเก็บหนังสือของblock นี้ไว้เหมือนกันค่ะ อยากทราบว่าอาจารย์ท่านไหนคะ ที่บอกว่า เรียนไปพอขึ้นชั้นคลินิกก็ลืม อยากบอกว่าไม่ได้ลืมหรอกค่ะ อาจจะต้องใช้เวลาคิดนิดนึงแต่ไม่นานก็จะนึกออก เพราะมันเป้นเรื่องที่เข้าใจมาแล้วพอมานึกอีกทีก็ใช้เวลาไม่นาน จำได้ด้วยซำว่าเป็นสไลด์ไหนที่เคยหัดเคยฝึกดูมาตอนที่อยู่พรีคลินิก พอนึกได้ยังงี้แล้วก็จำนึก pathophysio ของโรคได้ ก็มันเคยดูมากับตา เคยสงสัยตอนเรียนพรีคลินิก และก็เพราะการที่อาจารย์จิตวัตทุ่มเทการสอนให้เราได้เกิดทักษะ เกิดความเข้าใจพวกนี้ไม่ใช่เหรอคะ ถึงยังเข้าใจ มาจนถึงชั้นคลินิก
2การที่อาจารย์บางท่านคิดว่าควรจะลดเวลาสอนในภาคปฏิบัติการลงนั้น ไม่ทราบว่าเพื่ออะไรคะ ประหยัดเวลา อยากให้นศพ. ได้เรียนรู้เอง(ซึ่งก็ไม่รับประกันว่าจะเข้าใจจริงๆ) อันนี้ไม่ทราบว่าจะเกิดประโยชน์อันใด และจะเกิดจริงหรือไม่ แต่ที่จะเกิดขึ้นแน่ๆ ก็คือการที่นศพ.ขาดทักษะในการดูกล้อง การมองสไสด์ของผู้ป่วยจริงๆ (ก็ถ้าจะมาใช้สื่อการสอนอื่นๆเช่นดิจิตอล มันก็คงจะเอาภาพที่มี finding แล้ว แต่การที่เรามานั่งเรียนแล็ป เราต้องหาเอง ต้องแยกได้ว่าอันไหนเป็น artifact แล้วสไลด์ผู้ป่วยจริงๆก็คงไม่เต็มไปด้วย มาลาเรียมันทุกฟิลด์หรอกค่ะ )ถามว่าถ้าไม่ฝึกตอนพรีคลินิกแล้วจะให้ไปฝึกตอนไหนคะ ตอนอยู่ปี 4 5 6 หรือคะ อยากจะบอกว่าการที่อาจารย์บางท่านที่ว่า พอขึ้นคลินิกก็ลืม แล้วมันเกิดอะไรขึ้นตอนชั้นคลินิกรู้มั้ยคะ ก็พอขึ่นคลินิก อาจารย์ก็จะบอกว่า ก็เคยเรียนมาแล้วตอนพรีคลินิกแล้วนี่ เป็นงัยคะ พอจะนึกภาพออกรึยังคะ ถ้าเราเคยฝึกเคยเรียนเคยเข้าใจมันมาก่อน เราก็จะใช้เวลาไม่นานก็จะนึกออก แต่หากไม่ค่อยได้ฝึกมันมาเลย เข้าใจแบบงูๆปลาๆมาตลอด พอขึ้นชั้นคลินิกเจอคำถามนี้จะเอาอะไรไปตอบคะ เวลาเจอเคสผู้ป่วยมิต้องไม่อ่านใหม่หมดเลยเหรอคะ
3 อะไรที่บอกว่าการซื้อกล้องมาให้นศพ.ฝึกดู นั้นเป็นการฟุ่มเฟือย คะ ไม่เข้าใจค่ะ ก็ถ้ากล้องไม่พอ ต้องมานั้งดู สองคนต่อหนึ่งกล้องมันก็ลำบาก อีกอย่างการที่คณะรับนศพ.เพิ่มก็ควรจะมีสื่อการสอนรองรรับเพิ่มขึ้นไม่ใช่หรือคะ ถ้าจะมองกันจริงๆแล้ว จะเห็นว่ามันมีประโยชน์จริง นศพ.ได้ใช้ประโยชน์จริง ได้มีทักษะจริง ถ้าจะเปรียบกับการใช้งบเป็นจำนวนหลายล้านเพื่อปรับปรุงห้องทองจันทร์ (ซึ่งก็ไม่ได้ทรุดโทรมมากนัก แต่ปรับซะหรูมาก)คิดว่าอันไหนจะมีประโยชน์แน่ๆ กว่ากันคะ


Posted by : ion , Date : 2004-09-12 , Time : 14:09:41 , From IP : 172.29.4.112

ความเห็นจาก Social Network : Facebook


สงวนสิทธิ์การแสดงความคิดเห็นสำหรับ สมาชิกเท่านั้น