ความคิดเห็นทั้งหมด : 4

เรื่องนี้ต้องอ่านให้จบน่ะ ...


   คืนวันนั้น ผมกับยายนั่งคุยกันริมระเบียงถึงเรื่องในอดีต
วัยเพียง 15 ปี ทำให้ผมนั่งฟังยายเล่าได้ไม่นาน
สักพักผมก็ยุกยิกอยากจะไปเล่นกับเพื่อน
ยายคว้ามือผมไว้ มือเหื่ยวย่นน่ากลัวเหมือนหนังตายซาก
สายตายายดุดันแต่เหม่อลอย มองหน้าผมเหมือนไม่ได้มอง
นั่งข้างยายอย่างหวาดกลัวในกิริยา แล้วฟังเรื่องเล่าจากปาก
ยายเล่าว่า สมัยก่อนเมื่อผู้ใหญ่ในบ้านตาย
ผู้ใหญ่จะนำมะพร้าว ฝรั่ง มะม่วงในสวนมาบนเจ้าที่ ไม่ให้ผู้ตายมารับตัวเด็ก ๆ
ในบ้านไปอยู่ด้วย
ยายถามผมว่าถ้ายายตายไปแล้ว กลับมารับผมให้ไปอยู่ในโลกอีกโลก
ด้วยผมจะไปกับแกไหม? ผมหัวเราะในความงมงาย คนแก่ก็อย่างนี้
พยักหน้าเสียหน่อยไม่ให้แกน้อยใจ แล้วผมก็รีบเดินไปเล่นกับเพื่อน
ยายหัวเราะอยู่คนเดียวเกือบครึ่งชั่วโมง...
อีก 7 วันต่อมาแกก็เสียชีวิตแบบประหลาด กลางดึกคืนสุดท้าย
ยายลุกพรวดพราดขึ้นมาจากเสื่อที่ปูนอน ปากตะโกนเสียงแหบว่า ไม่เอา
ฉันไม่ไป ไม่เอา ฉันไม่ไป ไม่เอา ฉันไม่ไป แล้วหวีดร้องเหมือนปีศาจ
ทำให้พ่อกับแม่ของผมตกใจต้องรีบจุดตะเกียงเป็นการใหญ่
บ้านริมน้ำของเราใช้ตะเกียงเป็นดวงไฟและใช้ยากันยุงแบบจุดม้วนเพื่อไล่ยุง
ห่มผ้าให้ยายแล้วผมก็นอนอยู่ข้าง ๆ ตัวแกสั่นกุกกัก ลองหันไปดู
ตาแกลืมโพลง น้ำหมากไหลย้อยออกมาจากปากตอนนอน ตัวเย็นชืด
ทดสอบหยิกไปที่หลังมือ ยายก็ไม่ตอบสนอง
ทุกคนรีบมาดูอาการ แล้วลงความเห็นว่ายายจากพวกเราไปแล้ว
หลังคืนสวดศพ 3 วัน ผมนอนบนเสื่อกับพื้นกระดาน
ลมแม่น้ำพัดตีเข้าบ้าน เย็นสบาย กลุ่มดาวส่องประกายระยิบระยับ
แว่วเสียงไม้กระดานลั่นเหมือนมีคนเดิน น้ำหนักมือกดลงบนหน้าอกผมขณะนอนหงาย
เสียงแหบแห้งของยายถามผมช้าๆ "ไปอยู่กับยายนะลูกเอ๊ย..."
ร่างเกร็งแข็งพยายามยกมือมาพนมกลางอก
"ไปอยู่กับยายนะลูกเอ๊ย..." เสียงแหบโหยดังแผ่วซ้ำมาอีกครั้ง
น้ำตาไหลอาบแก้ม ริมฝีปากหมุบหมิบสวดคาถานะโมสามจบ
กระท่อนกระแท่นเต็มที เพราะความหวาดกลัวแล่นขึ้นสมอง
น้ำหนักทับบนหน้าอกหนักขึ้นทุกทีที่สวดมนต์จบคาบ
น้ำหนักยายคงไม่เกิน 45 กิโล แต่ที่ทาบทับบนหน้าอกตอนนี้
ก็น่าจะปาเข้าไป 60 กิโลแล้ว
กระดูกกับปอดตรงทรวงอกถูกบดทับจนรวดร้าว
ผมขอร้องยายว่าอย่าเอาผมไปเลย ให้เวลาอีกนิด
รอให้ผมสนุกกับเพื่อนฝูงจนเต็มคราบก่อนค่อยกลับมารับ
เสียงยายหัวเราะข้างหู ผมขนลุกซู่ทั่วตัว กลิ่นน้ำหมากคละคลุ้งจนเสียวสันหลัง
แล้วน้ำหนักที่อัดแน่นลงบนทรวงอกก็ค่อยถ่ายออกทีละน้อย
ยายหัวเราะหมายถึงว่าตกลง...
เวลาผ่านไปสองปี การเล่นกับเพื่อนคงลดน้อยลง
หันไปอ่านหนังสือมากขึ้นเพื่อพัฒนาผลการเรียน
ผมลืมเรื่องยายไปเสียสนิท มาเมื่อคืนวานผมปิดไฟนอน
หลับตาสวดมนต์สามคาบ แล้วแผ่ส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ พอลืมตามองเพดาน
ในห้องมืด หางตาผมก็มองเห็นยายนั่งอยู่ข้าง ๆ
"ไปอยู่กับยายนะลูกเอ๊ย..." เสียงแหบโหยดังแผ่วซ้ำกับเมื่อครั้งอดีต
ผมแทบเป็นบ้า ร่างยายเต็มไปด้วยน้ำเลือดน้ำหนอง
ดวงตาหลุดหายไปหนึ่งข้าง น้ำหมากกับเศษฟันหักร่วงหยดแหมะ ๆ เปรอะที่นอนเต็มไปหมด
กลิ่นเหม็นของผีตายซากอบอวลเต็มห้อง คราวนี้ยายเอาจริงแน่
"ผมไม่ไปกับยายหรอก" ผมส่ายหัว มือประกบพนมไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์
ยายนั่งนิ่ง ตาข้างที่ยังเหลืออยู่มองผมอย่างรวดร้าวเจ็บช้ำ
ไม่มีเสียงหัวเราะจากปากแก เพียงเสี้ยววินาทีแกปราดขึ้นมานั่งทับอกผมบนเตียง
มือเหื่ยวงุ้มบีบคอและพยายามล้วงเข้าไปในปากผม
เรี่ยวแรงเหมือนผีสิง ผมแทบสู้แกไม่ไหว
"ยาย เอาคนอื่นไปแทนได้ไหม? เอาเพื่อนผมไปแทนได้ไหม?"
ผมเอ่ยถามทางดวงจิต "....................." แกนิ่งเงียบ
"ยายเอาตัวเพื่อนผมที่เข้ามาอ่านกระทู้นี้ไปนะ
ตอนกลางคืน เค้านอนหลับ ยายเข้าไปล้วงปากกินเครื่องใน
กินวิญญาณเค้าเลยนะยาย..." เสียงยายก้มลงมาหัวเราะริมหูผม...
ยาวและนานเหมือนกับว่าสะใจ ในข้อเสนอก่อนจะหายตัวไป...




Posted by : เซี่ยวจับอิกนึ้ง , Date : 2004-03-27 , Time : 01:35:07 , From IP : 172.29.3.242

ความคิดเห็นที่ : 1


   ฮ้า...ทำไมเล่นกันงนี้ง่า.. :(

Posted by : นะโม , Date : 2004-03-27 , Time : 02:25:57 , From IP : 202.129.1.132

ความคิดเห็นที่ : 2


   อ่านมาจาก Bord อื่น ตลกดี
อ่านจบนี่สะดุ้งเลย พอตั้งสติได้ ก็ก๊าก! :)


Posted by : เซี่ยวจับอิกนึ้ง , Date : 2004-03-27 , Time : 20:58:04 , From IP : 172.29.3.235

ความคิดเห็นที่ : 3


   โหยพี่ เซี่ยวจับ ทำกันงี้ได้ไง
ผมอุตส่าห์พักสมองจากการอ่านหนังสือมาดูเวป ดันมาเจอแบบนี้ โหย เซ็งเลยอ่ะ เหอๆ



Posted by : กะหลั่วเป็ด , Date : 2004-03-27 , Time : 23:36:12 , From IP : 203.156.29.35

ความคิดเห็นที่ : 4


   ยายต้องการแต่หลานยายคนเดียว ...
เฮฮธ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ...


Posted by : ยายแกไง , Date : 2004-03-31 , Time : 17:13:04 , From IP : 172.29.2.144

ความเห็นจาก Social Network : Facebook


สงวนสิทธิ์การแสดงความคิดเห็นสำหรับ สมาชิกเท่านั้น