ความคิดเห็นทั้งหมด : 0

กรมบัญชีกลางชะลอ 1 โรคเรื้อรัง 1 โรงพยาบาล เนื่องจากระบบคอมพ์ยังไม่พร้อม


   28 ต.ค.2555


กรมบัญชีกลางชะลอ 1 โรคเรื้อรัง 1 โรงพยาบาล เนื่องจากโรงพยาบาลหลายแห่งยังไม่พร้อม ทั้งระบบคอมพิวเตอร์ สำหรับข้อกำหนดการใช้ยากลูโคซามีน หลังจากทำการศึกษาแล้วพบว่า เป็นเพียงอาหารเสริม และใช้งบสูงถึง 900 ล้านบาท ยังคงยืนมาตรการเดิม

นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า หลังจากกรมบัญชีกลางส่งหนังสือเวียนไปยังส่วนราชการต่างๆ ในการเดินหน้าโครงการ 1 โรคเรื้อรัง 1 โรงพยาบาล เพื่อให้ข้าราชการลงทะเบียนภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2555 และเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ธันวาคม 2555 นััั้น เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องได้รับยารักษาไม่ซับซ้อน สะดวกต่อการบริหารจัดการในการเบิกจ่ายตรง แต่หลังจากมีข้อเรียกร้องจากกรรมาธิการของสภา กระทรวงสาธารณสุข ผู้ป่วย และข้าราชการระบุว่า โครงการดังกล่าวเป็นการลิดรอนสิทธิจำกัดการรักษา เพราะกำหนดตายตัวอาจเปลี่ยนโรงพยาบาลไม่ได้ คณะกรรมการบริหารสวัสดิการจึงได้ประชุมหารือเกี่ยวกับโครงการดังกล่าวในวันที่ 24 ตุลาคม 2555 ที่ผ่านมา เห็นชอบร่วมกันให้ขยายเวลาออกไปอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากโรงพยาบาลหลายแห่งยังไม่พร้อม ทั้งระบบคอมพิวเตอร์ จึงเตรียมส่งหนังสือเวียนทบทวนโครงการไปยังส่วนราชการให้รับทราบ

สำหรับข้อกำหนดการใช้ยากลูโคซามีน หลังจากทำการศึกษาแล้วพบว่า เป็นเพียงอาหารเสริม จึงมีคำสั่งให้ส่วนราชการยกเลิกใช้ยานอกในการรักษานั้น ข้อกำหนดดังกล่าวยังคงเดินหน้าไปเหมือนเดิม ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2555 เพราะกลุ่มยาดังกล่าวใช้งบสูงถึง 900 ล้านบาทต่อปี แต่ขณะนี้ ต้องชี้แจงทำความเข้าใจกับฝ่ายต่างๆ ที่เี่ยวข้องโดยผู้ที่เตรียมฟ้องร้อง และอาจเป็นเวทีสัมมนาชี้แจงแนวทางดังกล่าวให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น

ส่วนระเบียบกรมบัญชีกลางเกี่ยวกับการใช้ยานอกบัญชีในการรักษานั้น ข้าราชการไม่ต้องกังวล เพราะข้อกำหนดที่ออกมานั้นอนุญาตให้แพทย์ผู้ทำการรักษาพิจารณาใช้ยานอกบัญชีหลักได้ โดยไม่มีการห้ามเพียงแต่ให้อธิบายเหตุผลในการใช้ยาดังกล่าว ส่วนกรณีแพทย์บางรายไม่ยอมใช้ยานอกบัญชีหลักนั้น อาจไม่ต้องการชี้แจงเหตุผลการใช้ยาดังกล่าว ยืนยันว่าไม่ได้ห้ามใช้ยาหลักทั้งหมด

นายมนัส กล่าวว่า สำหรับแผนการปรับปรุงประสิทธิภาพในการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล หลังจากงบประมาณปี 2555 ได้รับจัดสรรงบประมาณ 61,844 ล้านบาท เมื่อขอความร่วมมือให้เบิกจ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ได้มีการเบิกจ่ายจริง 61,587 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 256 ล้านบาท สำหรับงบประมาณปี 2556 ได้รับจัดสรรงบประมาณ 60,000 ล้านบาท กรมบัญชีกลางมีเป้าหมายเบิกจ่ายให้ได้ตามที่งบตั้งไว้

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าเงินที่ประหยัดได้บางส่วนจะนำไปปรับปรุงคุณภาพการให้บริการแก่ข้าราชการผู้ป่วยให้ดีขึ้น เช่น ค่าห้องเบิกจ่ายได้คืนละ 600 บาท คงต้องปรับขึ้นให้เหมาะสมกับค่าใช้จ่ายในปัจจุบัน รวมถึงหูเทียม อวัยวะเทียมที่มีราคาสูงขึ้น จึงต้องปรับสวัสดิการต่างๆ เหล่านี้ได้รับการเบิกจ่ายให้สูงขึ้น ทั้งนี้ เพื่อต้องการเข้มงวดการเบิกจ่ายที่ไม่จำเป็น ซ้ำซ้อนในช่วงที่ผ่านมา เพื่อนำเงินไปปรับปรุงสวัสดิการในส่วนที่จำเป็นมากขึ้น


-----------------------------------------------------------------------------------
2 พ.ย. 2555

สพศท.เตรียมฟ้องกรมบัญชีกลางออกประกาศไม่เป็นธรรม จำกัดสิทธิผู้ป่วยเกินไป


สพศท.เผย ร่างสำนวนฟ้องกรมบัญชีกลางออกประกาศไม่เป็นธรรมเสร็จแล้ว เหลือรวบรวมรายชื่อเพื่อยื่นต่อศาลปกครอง ด้านแพทยสภายันควรชะลอการใช้ทั้ง 3 ประกาศ เพราะจำกัดสิทธิผู้ป่วยเกินไป

พญ.ประชุมพร บูรณ์เจริญ ประธานสมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป (สพศท.) กล่าวถึงการเตรียมฟ้องร้องกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง กรณีออกประกาศ 3 ฉบับ คือ 1.ผู้ป่วยโรคเรื้อรังสิทธิข้าราชการต้องลงทะเบียนในระบบเบิกจ่ายตรงไว้กับโรงพยาบาลเพียง 1 โรงพยาบาลต่อ 1 โรคเรื้อรัง 2.การระบุเหตุผลการใช้ยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ เพื่อใช้ประกอบการเบิกจ่าย และ 3.การห้ามเบิกค่ายากลูโคซามีนซัลเฟต หรือยาบรรเทาข้อเสื่อม ว่า จากการหารือกับเพื่อนร่วมวิชาชีพ พบว่า ประมาณ 1,000 คน เห็นว่า สมควรฟ้องร้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอความเป็นธรรมให้ถึงที่สุด โดยขณะนี้ได้ร่างสำนวนฟ้องร้องเสร็จสิ้นแล้ว เหลือเพียงการรวบรวมรายชื่อว่ามีกี่คนที่จะยื่นชื่อฟ้องร้อง ซึ่งคาดว่าจะทราบจำนวนและวันเวลาในการยื่นฟ้องภายใน 1-2 สัปดาห์

“ล่าสุด มีผู้พิพากษาท่านหนึ่งไปยื่นฟ้องศาลปกครองแล้ว แต่เราจะไปฟ้องอีก เพื่อให้รู้ว่ากรมบัญชีกลางออกประกาศละเมิดสิทธิตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ม.51 ที่ระบุชัดว่า บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับบริการทางสาธารณสุขที่เหมาะสมและได้มาตรฐาน” ประธาน สพศท.กล่าว

ด้าน ศ.คลินิก นพ.อำนาจ กุสลานันท์ นายกแพทยสภา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ได้เชิญตัวแทนกรมบัญชีกลาง แพทยสภา และผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เข้าหารือเกี่ยวกับประกาศห้ามเบิกจ่ายยากลูโคซามีนซัลเฟต แต่ผลการประชุมยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะชะลอหรือยกเลิกหรือไม่ เพราะกรมบัญชีกลางเพียงแค่รับฟังเท่านั้น ทั้งนี้ แพทยสภามองว่ายาบรรเทาข้อเสื่อมสามารถบรรเทาอาการในผู้ป่วยกลุ่มหนึ่งได้จริง แต่ยังไม่มีงานวิจัยรองรับชัดเจน ดังนั้น ควรกำหนดเกณฑ์ให้ใช้ได้ในช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่งมากกว่ายกเลิกไปเลย ส่วนประกาศอีก 2 ฉบับ แพทยสภาขอยืนยันเหมือนเดิมว่า ควรชะลอทั้งหมด และเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาระดมความคิดเห็นอย่างรอบด้าน ไม่ใช่ออกประกาศทันทีทันใดเช่นนี้ เพราะดูเป็นการจำกัดสิทธิผู้ป่วยเกินไป อย่างการระบุเหตุผลมากมายหากจะใช้ยานอกบัญชียาหลัก เพราะอยากให้ใช้ยาในบัญชียาหลักฯก่อน จนกว่าผู้ป่วยจะมีอาการข้างเคียงถึงจะเปลี่ยนยา ถือเป็นการตัดโอกาสการรักษาของผู้ป่วย

จาก ผู้จัดการออนไลน์

----------------------------------------------------------------------------------


Posted by : ช่วย , Date : 2012-11-12 , Time : 15:11:35 , From IP : 172.29.1.94

ความเห็นจาก Social Network : Facebook


สงวนสิทธิ์การแสดงความคิดเห็นสำหรับ สมาชิกเท่านั้น