ความคิดเห็นทั้งหมด : 12

หวัดมรณะมาถึง psu แล้วจริงหรือ


   วันนี้วันที่31/03/46 มีข่าวแพร่สะพัดวว่ามีผู้ป่วยจากห้องกงมาadmitที่ ดรงพยาบาล มอ ออ ของเรา มาที่ ห้องฉุกเฉิน ได้ข่าวว่าโกลลาหนกันยกใหญ่เลย ไม่ทราบว่าข่าวนี้เป้นจริงมากน้อยแค่ไหน ผู้รู้ทั้งหลายช่วยตอบข้อข้องใจด้วยคับ ที่สำคัญเห้นพี่ๆแพทย์ พยาบาล นักศึกษาพยาบาล และ นักศึกษาแพทย์ใสส่ mask กันทั้งนั้น

Posted by : scoter , Date : 2003-03-31 , Time : 18:58:44 , From IP : 172.29.2.189

ความคิดเห็นที่ : 1


   ประกาศสถานการณ์โรคไข้หวัดมรณะ (SARS)
และมาตรการในการควบคุมโรคในจังหวัดสงขลา
วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2546

ขณะนี้โรค SARS ได้แพร่ขยายไปในประเทศต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะประเทศ
ที่มีการติดต่อกับประเทศไทยมาก ได้แก่ จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ เวียดนาม สถานการณ์ในบาง
ประเทศถึงขั้นวิกฤต การระบาดของโรคแพร่ออกไปยังชุมชนที่อยู่อาศัยและบริษัทห้างร้านจน
ส่งผลเสียหายร้ายแรงด้านสังคมและเศรษฐกิจ ดังที่ได้ปรากฏในสื่อมวลชนในระยะนี้

ภายในจังหวัดสงขลา มีรายงานผู้ป่วยโรค SARS ซึ่งเดินทางมาจากต่างประเทศและ
เข้ารับการรักษาอยู่ในโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม โดยเข้ามาประเทศ
ไทยตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม และมีอาการปอดบวมรุนแรงในเวลาต่อมา การมีผู้ป่วยรายนี้มี
นัยสำคัญสองประการต่อชุมชน และต่อประเทศของเรา

ประการแรก เป็นสัญญาณส่อว่าอาจจะมีผู้ป่วยชนิดเดียวกันในชุมชนที่เข้ามาจากต่าง-
ประเทศและรออาการปรากฏ

ประการที่สอง ผู้ป่วยรายนี้ต่างจากผู้ป่วยที่เป็นเจ้าหน้าที่องค์การอนามัยโลกตรงที่
เจ้าหน้าที่รายนั้นแจ้งการเดินทางล่วงหน้ามาก่อนทำให้กระทรวงสาธารณสุขรับตัวไว้แยกรักษา
ได้ทัน โรคจึงไม่แพร่กระจาย แต่รายนี้และรายที่อาจจะเกิดต่อไปผู้ป่วยน่าเข้ามาในพื้นที่หลายวัน
แล้ว เป็นไปได้ว่าโรคคงจะเริ่มแพร่กระจายไปบ้างแล้ว

เหตุผลทั้งสองประการทำให้มีแนวโน้มว่าสถานการณ์โรคในพื้นที่และในประเทศไทย
อาจจะรุนแรงขึ้น
ขณะนี้ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้เข้าไปสอบสวนและควบคุมโรคในพื้นที่อย่าง
เร่งด่วนแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ดังที่กล่าวแล้ว อาจจะมีผู้ป่วยหลงเหลืออยู่ในชุมชนซึ่งกำลังแพร่
โรคและรอการปรากฏอาการ ถ้าชุมชนร่วมมือและควบคุมได้ทัน โรคอาจจะยังไม่ทันแพร่
กระจายมากนัก แต่ถ้าโรคได้แพร่กระจายออกไปแล้ว สถานการณ์ในพื้นที่ของเราคงจะอยู่ใน
สภาวะลำบากมาก โรงพยาบาลในพื้นที่ไม่มีจำนวนเตียงและบุคลากรมากพอที่จะรับมือกับโรค
ระบาดร้ายแรงครั้งนี้

ขณะนี้ประเทศแคนาดา ฮ่องกง และ สิงคโปร์ได้เพิ่มมาตรการด้านการกักตัวผู้ต้องสงสัย
และผู้เดินทางจากเขตระบาดเข้มงวดมาก เนื่องจากมีการระบาดหนัก ในประเทศไทยเราเอง
สถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงดังกล่าว จำเป็นที่จะต้องมีมาตรการเข้มงวด และต้องการความ
ร่วมมือจากชุมชนอย่างสูง ดังต่อไปนี้

1. ขอให้ประชาชนในพื้นที่หลีกเลี่ยงเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาดของโรค

2. ขอให้ช่วยแนะนำญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูงจากประเทศเหล่านั้นที่จะเดินทางมายังพื้นที่
ของเราให้เลื่อนการเดินทางไปก่อน

3. ผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีโรคระบาด ขอให้แจ้งชื่อต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
และจำกัดบริเวณอยู่ภายในบ้านของตนเองห้ามออกนอกบ้าน ถ้าเป็นนักศึกษา สถาบันจะต้องจัด
หอพักแยกไปต่างหาก ผู้เดินทางมาใหม่ ๆ เหล่านี้ ต้องไม่ไปทำงาน ไม่ไปสถานศึกษาหรือดำเนิน
กิจกรรมใด ๆ นอกบ้าน จนกว่าจะครบ 10 วัน โดยให้คนในบ้านแยกไปอยู่บ้านอื่น และส่งอาหาร
ข้าวของเครื่องใช้ไปให้โดยใช้เวลาสั้น ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการแพร่โรค ถ้ามีอาการป่วย
ขอให้แจ้งทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลาโดยด่วน เพื่อประสานงานเตรียมการสถาน
รักษาพยาบาล มาตรการนี้มีความจำเป็นมากในการป้องกันการแพร่เชื้อภายในครัวเรือนและที่
ทำงานซึ่งกำลังเป็นปัญหาในประเทศอื่น ๆ ขณะนี้

4. ผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันกับผู้ป่วยในช่วงที่ผู้ป่วยมีอาการแล้วถือว่ามีความเสี่ยงสูง
ยิ่งกว่าผู้ที่เดินมาจากแหล่งระบาด จึงต้องแยกบ้านจากผู้อื่นอย่างยิ่ง

5. โรคนี้ติดต่อทางน้ำมูกน้ำลาย การจามไอ การป้องกันที่สำคัญคือต้องให้ผู้ป่วยสวมผ้า
ปิดปากปิดจมูกเช่นเดียวกันแพทย์ในห้องผ่าตัด ทั้งผู้ป่วยและผู้ใกล้ชิดต้องล้างมือบ่อย ๆ การอยู่
ในที่โล่งแจ้ง แสงแดดเข้าถึงและอากาศถ่ายเทได้สะดวกเพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อ
หลีกเลี่ยงการอยู่ร่วมกันกับผู้ป่วยในห้องปิดทึบเช่นห้องปรับอากาศ

6. ขณะนี้ยังไม่มียารักษาโรคนี้โดยเฉพาะ และไม่มีหยูกยา หรือ วัคซีนป้องกันโรคนี้ มีเพียง
มาตรการด้านการแยกโรคและอนามัยส่วนบุคคลดังกล่าวแล้วเท่านั้น

7. โปรดติดตามสถานการณ์ของโรคนี้ในระดับชาติ นานาชาติและภายในพื้นที่เราเองเป็น
ระยะ ๆ จะมีคำแนะนำเพิ่มเติมที่เหมาะสมตามมาเมื่อสถานการณ์ของโรคเปลี่ยนไป

/////////
วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์


Posted by : superman : คัดลอกจาก Mail , Date : 2003-04-01 , Time : 08:21:56 , From IP : 172.29.1.189

ความคิดเห็นที่ : 2


   น่ากลัวจริงๆ โรคยิ่งเข้าใกล้ตัวเราเข้าทุกที

Posted by : scare , Date : 2003-04-01 , Time : 08:40:23 , From IP : 172.29.2.80

ความคิดเห็นที่ : 3


   อาจเป็นเรื่องจริงครับเพราะแว่วมาจากอาจารย์บางท่านว่ามีผู้ป่วยต้องสงสัยมาจากฮ่องกง ขณะนี้มีการกักบริเวณอยู่ใน มอ.

Posted by : ได้ข่าว , Date : 2003-04-01 , Time : 13:18:58 , From IP : 172.29.2.159

ความคิดเห็นที่ : 4


   ตอนนี้มีผู้ป่วยหนึ่งรายadmitที่โรงพยาบาล แต่ผู้ป่วยรายนั้นแยกออกจากผู้ป่วยรายอื่นๆ
ที่โรงพยาบาลสงขลาก็มีผู้ป่วยเข้าตรวจอยู่หนึ่งรายด้วย


Posted by : the other , Date : 2003-04-01 , Time : 13:32:17 , From IP : 172.29.2.80

ความคิดเห็นที่ : 5


   ใส่ mask กันเยอะจริงๆค่ะ ทั้งโรงพยาบาลเลย
นอกจาก คนไข้ กับนศพ.ค่ะ


Posted by : norsorpor , Date : 2003-04-01 , Time : 14:36:44 , From IP : 172.29.2.177

ความคิดเห็นที่ : 6


   ที่รพ.ศรีนครินทร์ มีผู้ป่วยรายหนึ่งเสียชีวิตไปแล้ว ตอนนี้ใส่ mask กันทั้งวอร์ด

Posted by : ่่jj , Date : 2003-04-02 , Time : 14:20:32 , From IP : 203.170.191.1

ความคิดเห็นที่ : 7


   อย่าลืมเกี่ยวกับ วิธีการใส่ mask และชนิดที่อ.ขจรศักดิ์ย้ำนะครับ
- ถ้าให้ดี ใส่คนไข้ก่อน ป้องกันได้มาก
- ถ้าเราๆจะใส่กัน ต้องเป็นแบบที่ตำรวจจราจรใช้เป็นอย่างน้อย และปิดรูรั่วให้หมด
- ward ที่ไม่เสี่ยงไม่ต้องใส่ก็ได้
- ดูแลตัวเองและญาติพี่น้องให้ดีนะครับ
หวังว่าเราคงผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยดี


Posted by : เด๋อ , Date : 2003-04-03 , Time : 00:47:43 , From IP : 172.29.2.169

ความคิดเห็นที่ : 8


   ผมว่าบุคลากรทุกท่านควรได้รับการคุ้มครองที่เท่าเทียมกัน ไม่ใช่ว่าแบ่งแยก
ใครไม่ค่อยexpose ก้อใส่แบบธรรมดาได้ แบบนี้คนทำงานเค้าขาดขวัญและกำลัง
ใจในการทำงาน แล้วใตรอยากจะไปทำงานกันหล่ะครับ ถ้าต้องเอาชีวิตไปแขวนไว้กะความตายและdust mask ซึ่งไม่รู้ว่าจะกันได้มากน้อยแคไหน เรียนท่านผอ.ด้วย อย่าเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน จนลืมนึกถึงชีวิตของเพื่อนมนุษย์ที่ตั้งใจทำงานให้กับโรงพยาบาล


Posted by : nicotin , Date : 2003-04-03 , Time : 01:57:26 , From IP : 172.29.3.213

ความคิดเห็นที่ : 9


   เลิกไปทำงานกันเถอะ

Posted by : nicotin , Date : 2003-04-03 , Time : 01:58:18 , From IP : 172.29.3.213

ความคิดเห็นที่ : 10


   ขอส่งกำลังใจให้กับผู้ที่ทำงานรักษาและดูแลผู้ป่วยมากๆครับ เชื่อว่าทุกคนไม่อยากทำ แต่ต้องจำใจเพราะหน้าที่ อยากให้ผู้บริหารมีนโยบายตอบแทนการเสี่ยงกับการทำงานให้บุคลากรกลุ่มนี้มากๆครับ เช่นมีขั้นพิเศษให้ ดีกว่าไปแจกแบบถึงเวลาแล้วต้องได้ 2 ขั้นโดยไม่ได้ดูการเสียสละปฏิบัติงาน พยาบาลผู้ดูแลผู้ป่วย และ ER น่าสงสารมากที่สุด ขอชมเชยด้วยความเคารพครับ
รพ.เอกชนก็ไม่ควรเห็นแก่ตัวนะครับ ต้องช่วยกันดูแลผู้ป่วย อย่างที่ทราบกันแล้วว่า รพ.มอ.รับได้เต็มที่ 2-3 ราย ท่านต้องจัดมาตรการและรักษามาตรฐานที่ท่านได้ ISO หรือ HA ที่ท่านโฆษณาไว้ ถ้าทำไม่ได้ก็ปลดป้ายเหล่านี้ออกเสียเถอะ


Posted by : 3? , Date : 2003-04-03 , Time : 09:34:20 , From IP : 172.29.3.145

ความคิดเห็นที่ : 11


   ได้ข่าวมาว่า มอ. มี mask ไม่พอให้ใช้ได้ทุกคน
จริงหรือ


Posted by : .... , Date : 2003-04-03 , Time : 10:27:18 , From IP : proxy6.psu.ac.th

ความคิดเห็นที่ : 12


   ผมว่าควรมีหลักประกันให้กับบุคลากรที่ทำงานทุกคน รวมทั้งนักศึกษาแพทย์และ
พยาบาลด้วยนะครับว่าหากบุคคลเหล่านั้นติดโรคและตายด้วยโรค ควรจะมีเงิน
ทดแทนพอสมควร อย่างน้อยก็เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับครอบครัวหากเขาต้องเสีย
เสียชีวิตลง ทั้งนี้เพื่อให้เกิดขวัญกำลังใจแก่คนปฏิบัติงานและยินดีที่จะพลีชีพ
เพื่อประเทศชาติและผู้ป่วย เหมือนที่ทหารกำลังออกรบไงครับ


Posted by : คนที่น่าสงสาร , Date : 2003-04-04 , Time : 12:56:30 , From IP : 172.29.2.131

ความเห็นจาก Social Network : Facebook


สงวนสิทธิ์การแสดงความคิดเห็นสำหรับ สมาชิกเท่านั้น