ความคิดเห็นทั้งหมด : 0

เกร็ดเล็กๆจากงานประจำ


   วันๆในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย พวกเราครูๆ อาจารย์แพทย์ พอว่างเราก็มาจับกลุ่มเล่าเรื่องราวที่เจอะเจอแต่ละวัน อารมณ์ขัน คัน หรือเรื่องแปลกๆก็มีไม่น้อย ไม่แพ้วงการอื่นๆเหมือนกัน (นะนี่นะ) เราเคยเอามาคุยกันเป็นคุ้งเป็นแควได้หัวเราะกันจนกระทั่งเพื่อนที่จบบัญชี ตั้งข้อสังเกตว่า "เอ... ทำไมมุขหมอนี่ จบไม่ค่อย happy ending เลยนิ!!" ก็ อืม.... บางทีเราอาจจะหนีความเคร่งเครียดประจำวันมากเกินไปรึเปล่า เราเลยพยายามทำให้เบาลง

ไม่เป็นไร วันนี้มีสองเรื่องจาก ward ตา (ลูกกะตา ที่ใช้มอง ไม่ใช่ตากะยาย)

อาจารย์ น. แกค่อนข้าง serious เวลาสอนแพทย์ใช้ทุน (คือแพทย์ที่กำลังอบรมเป็นแพทย์เฉพาะทาง) โดยเฉพาะเวลาราวน์ (สอนข้างเตียงคนไข้ ที่เราจะเดินไปเป็นกลุ่มไปที่เตียงผู้ป่วย แล้วหมอเด็กก็จะรายงานประวัติ อาจารย์ก็จะเริ่มถาม) วันนี้ก็เหมือนเดิม กลุ่มแพทย์ใช้ทุนปี 2 (เรียน 4 ปีจบ) ก็รายงานประวัติ การเจ็บป่วยของคุณลุง คุณลุงก็นั่งฟังไปด้วย อาจารย์ก็ฟังไปด้วย

"เอาล่ะ แล้วจากที่เล่ามา ตรวจอะไรเจอบ้าง?" อาจารย์ น. ยิงคำถาม

"เจอ...... ครับ ค่ะ" น้องหมอตอบ

"แล้วลุงแกไดแอ่กอะไร?" อาจารย์ถามต่อ ("ไดแอ่ก" เป็นคำย่อๆของ diagnose แปลว่า "วินิจฉัย" คือ อาจารย์แกถามว่า "แล้วหมอคิดว่าคุณลุงเป็นโรคอะไรนั่นเอง)

"........" แพทย์ 1

"........" แพทย์ 2

"เอ่อ....... เอ่อ...." แพทย์ 3

อาจารย์ น. เริ่มหงุดหงิด ถามอีก (ยิกๆ) "ไดแอ่กอะไร ไดแอ่กอะไร ยังไม่รู้อีกเหรอ คุณลุงไดแอ่กอะไร?"

"......" แพทย์ 1, 2, 3, 4 บรรยากาศเริ่มขะมุกขมัวลง

"ข้าวต้มขรับ.." เสียงคุณลุงดังแทรกขึ้นมา

"???????" หมองง อยู่ๆคุณลุงก็โพล่งแทรกขึ้นมา

"ว่าไงเหรอลุง" อาจารย์ น.ถาม

คุณลุงทำท่าสงสารบรรดาน้องหมอใช้ทุน อธิบายว่า "พอดีน้องหมอเค้าไม่ได้ถามขรับ เมื่อเช้า ผมแดกข้าวต้มขรับ!!!!"

============================================

เรื่องที่สอง อาจารย์ จ. ทนไม่ได้ เดี๋ยวจะน้อยหน้า อาจารย์ น. เลยเล่าบ้าง

"ผมก็พาน้องนักศึกษาแพทย์ ไปดูคนไข้ที่มี foreign body ติดที่ตา (มีวัตถุแปลกปลอม เช่น ฝุ่น ผง ติดตา ทำให้เคืองตา) ก็อธิบายวิธีการตั้งแต่ต้นเลยนะ ว่าเราแนะนำตัวยังไง อธิบายคนไข้ว่าไง จะทำอะไรต่อไป แล้วก็เริ่มทำ พอดีมี case เราก็เริ่มให้น้องลอง approach ดู"

น้อง นศพ. ก็เริ่มมุง แล้วก็มีหนุ่มน้อยที่เบียดออกหลังไม่ทัน ถูกดันมาข้างหน้า

"อา... เราได้อาสาสมัครแล้ว เอ้า หมอ.. ทำให้ผมดูหน่อย" อาจารย์ จ. ให้กำลังใจ (พวกอาจารย์จะเรียกนักศึกษาแพทย์ว่า "หมอ" โดยอัตโนมัติ)

น้องนักเรียนรวบรวมสติอยู่พักนึง แล้วก็เริ่ม

"เอ่อ.... ลุงครับ (นี่ก็เหมือนกัน คนไข้ชาย ถ้าอายุเกิน 25 ปีจะกลายเป็นลุง ถ้าน้อยกว่านั้นจะกลายเป็นน้องหมดทุกคน จึงพบบ่อยๆ ที่หนุ่ม 30 กว่าจะกลายเป็นลุงโดยอัตโนมัติ) ผมเป็นนักศึกษาแพทย์นะครับ"

คุณลุงพยักหน้า

"เอ่อ.... ผมจะมาเขี่ยผงออกจากตาลุงนะครับ" น้องหยุดอีกพัก ก่อนจะรวบรวมพลังจิต ยกเข็มเขี่ยผงมา ยกขึ้น

"เอ่อ.... ไม่ต้องกลัวนะครับ ไม่ต้องกลัวนะครับ" ปรากฏว่ามือที่ถือเข็มของน้องสั่นพริ้ว ยิ่งกว่ากระบี่ของฮุ้นปวยเอี๊ยงอีก"

คุณลุงหลับตาปี๋

"ไม่ต้องกลัวครับ.... ลืมตาสิครับ" กระบี่เข็มยังฉวัดเฉวียนไม่หยุด !!!

อาจารย์ จ. ต้องบอกว่า มือหมอถือเข็มสะท้านแบบนั้น ยังจะไปบอกให้คนไข้ไม่ต้องกลัวอีกเหรอ แหม!!

น้อง นศพ. หยุดกระบวนท่า ปาดเหงื่อ ถอยออกไปยิ้มอายๆ (อย่างโล่งอก...... พร้อมๆกับคนไข้ด้วย!)

++++++++++++++++++++++

บอกแล้วว่ามุขหมอมันจบไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ฮึ


Posted by : phoenix , Date : 2008-08-15 , Time : 08:50:27 , From IP : 125.25.246.99.adsl.d

ความเห็นจาก Social Network : Facebook


สงวนสิทธิ์การแสดงความคิดเห็นสำหรับ สมาชิกเท่านั้น