เรื่องมีอยู่ว่า รถของผมถูกชนในซอยข้างสำนักงานเขตบางกะปิ ผมจึงไปแจ้งความที่สน.ลาดพร้าว เพื่อที่จะนำเอกสารไปประกอบการเคลมกับบริษัทประกันภัยรถยนต์ที่ผมทำประกันไว้ แต่เมื่อนำ พ.ร.บ.รถยนต์ไปถ่ายเอกสาร ปรากฏคำว่า "ปลอม" ขึ้นมา ตอนแรกผมก็ไม่ได้เอะใจ แต่เมื่อนำไปเคลมเจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันไม่ยอมเคลมให้ หาว่าเอกสารของผมเป็นของปลอม ทำให้ผมเครียดมาก ผมได้โทรศัพท์ไปสอบถามที่กรมการประกันภัย กระทรวงพาณิชย์ เจ้าหน้าที่ชื่อ "คุณบุปผา" ให้คำแนะนำผมอย่างดีมาก ว่านี่เป็นเทคนิคหนึ่งในการป้องกันการปลอมแปลง พ.ร.บ.รถยนต์ แต่ถ้าถ่ายเอกสารแล้วไม่ขึ้นคำว่า "ปลอม" พ.ร.บ.ฉบับนั้นอาจจะเป็นของปลอมที่แท้จริงก็ได้ ผมก็กลับไปบอกเจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัยอีกครั้ง แต่เจ้าหน้าที่ไม่เชื่อ จนต้องให้คุณบุปผาโทรศัพท์ไปยืนยันให้ ทางบริษัทประกันภัยจึงยินยอมทำเรื่องให้ผม ผมว่า นอกจากเจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัยฯ จะไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว ก็ยังมีอีกหลายคนไม่รู้ > เพราะตอนแรกผมเกรงว่าจะถูกหลอกจากร้านที่ไปทำ พ.ร.บ.รถยนต์ จึงได้ไปแจ้งความที่ สน.ลาดพร้าว ว่าพ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นเอกสารปลอม เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่รู้เหมือนกันว่าของปลอม หรือของจริง และยอมรับแจ้งความ > ผมอยากเรียกร้องให้บริษัทประกันภัยรถยนต์ทุกๆ บริษัท ทำการอบรมสัมมนาพนักงานให้มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย อย่างบริษัทที่ผมทำประกัน ซึ่งเป็นบริษัทใหญ่ เป็นเจ้าของรถยนต์ยี่ห้อดัง พนักงานของเขายังไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย > ถ้าผมไม่โทรสอบถามจากกรมการประกันภัย ผมก็คงเคลมไม่ได้ และต้องเสียเงินซ่อมรถเองแน่ๆ และอยากให้กรมการประกันภัยประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับกรณีนี้ให้มากขึ้น มิเช่นนั้น ผู้ขับขี่บางคนอาจจะเป็นเหมือนผมและอาจจะเสียโอกาสในการได้เคลมประกัน เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ > เชาวลิต หาญธนชาติ > > ตอบ คุณเชาวลิต หาญธนชาติ > ถือว่า คุณเชาวลิต รอบคอบมาก ถึงไม่ต้องเสียเงินซ่อมรถเอง เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ลุงแจ่มได้สอบถามไปยัง คุณบุปผา > เจ้าหน้าที่ของกรมการประกันภัย ที่คุณเชาวลิตพูดถึง ได้รับคำชี้แจงว่า นี่เป็นเทคนิค หรือกุศโลบายในการป้องกันการปลอมแปลงกรมทัณฑ์ ที่เคยมีการประชาสัมพันธ์ผ่านทางโทรทัศน์ไปแล้ว แต่อาจจะไม่ทั่วถึง ดังนั้น จึงขอประชาสัมพันธ์ผ่านหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก อีกครั้งว่า เมื่อกระดาษ พ.ร.บ.รถยนต์ถูกความร้อนของเครื่องถ่ายเอกสาร > เมื่อกระดาษ พ.ร.บ.รถยนต์ถูกความร้อนของเครื่องถ่ายเอกสาร ก็จะปรากฏคำว่า "ปลอม" เพื่อเป็นการป้องกันในกรณีที่อาจจะมีการนำไปถ่ายเอกสารสีให้เหมือนของจริง และนำมาแอบอ้างใช้ นอกจากนี้ก็ยังมีการป้องกันการปลอมแปลง พ.ร.บ. รถยนต์ อีกหลายจุด เช่น ในเนื้อกระดาษ พ.ร.บ. จะมีเส้นใยสีชมพู ถ้าส่องกับไฟ จะเห็นตรากระทรวงพาณิชย์อยู่ในเนื้อกระดาษ เป็นต้น " />รู้หรือเปล่า.เมื่อนำ พ.ร.บ.รถยนต์ไปถ่ายเอกสาร ปรากฏคำว่า "ปลอม" ขึ้นมา

ความคิดเห็นทั้งหมด : 1

รู้หรือเปล่า.เมื่อนำ พ.ร.บ.รถยนต์ไปถ่ายเอกสาร ปรากฏคำว่า "ปลอม" ขึ้นมา


   รู้หรือเปล่า......เมื่อนำ พ.ร.บ.รถยนต์ไปถ่ายเอกสาร ปรากฏคำว่า "ปลอม" ขึ้นมา


ผมมีเรื่องอยากบอกต่อ ให้ผู้ใช้รถยนต์ทั่วไปได้รับรู้
เพราะเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังไม่รู้เรื่องนี้
> เรื่องมีอยู่ว่า รถของผมถูกชนในซอยข้างสำนักงานเขตบางกะปิ
ผมจึงไปแจ้งความที่สน.ลาดพร้าว

เพื่อที่จะนำเอกสารไปประกอบการเคลมกับบริษัทประกันภัยรถยนต์ที่ผมทำประกันไว้
แต่เมื่อนำ พ.ร.บ.รถยนต์ไปถ่ายเอกสาร ปรากฏคำว่า "ปลอม" ขึ้นมา
ตอนแรกผมก็ไม่ได้เอะใจ
แต่เมื่อนำไปเคลมเจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันไม่ยอมเคลมให้
หาว่าเอกสารของผมเป็นของปลอม ทำให้ผมเครียดมาก
ผมได้โทรศัพท์ไปสอบถามที่กรมการประกันภัย กระทรวงพาณิชย์ เจ้าหน้าที่ชื่อ
"คุณบุปผา" ให้คำแนะนำผมอย่างดีมาก
ว่านี่เป็นเทคนิคหนึ่งในการป้องกันการปลอมแปลง พ.ร.บ.รถยนต์
แต่ถ้าถ่ายเอกสารแล้วไม่ขึ้นคำว่า "ปลอม"
พ.ร.บ.ฉบับนั้นอาจจะเป็นของปลอมที่แท้จริงก็ได้
ผมก็กลับไปบอกเจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัยอีกครั้ง แต่เจ้าหน้าที่ไม่เชื่อ
จนต้องให้คุณบุปผาโทรศัพท์ไปยืนยันให้
ทางบริษัทประกันภัยจึงยินยอมทำเรื่องให้ผม ผมว่า
นอกจากเจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัยฯ จะไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว
ก็ยังมีอีกหลายคนไม่รู้
> เพราะตอนแรกผมเกรงว่าจะถูกหลอกจากร้านที่ไปทำ พ.ร.บ.รถยนต์
จึงได้ไปแจ้งความที่ สน.ลาดพร้าว ว่าพ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นเอกสารปลอม
เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่รู้เหมือนกันว่าของปลอม หรือของจริง และยอมรับแจ้งความ
> ผมอยากเรียกร้องให้บริษัทประกันภัยรถยนต์ทุกๆ บริษัท
ทำการอบรมสัมมนาพนักงานให้มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย
อย่างบริษัทที่ผมทำประกัน ซึ่งเป็นบริษัทใหญ่ เป็นเจ้าของรถยนต์ยี่ห้อดัง
พนักงานของเขายังไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย
> ถ้าผมไม่โทรสอบถามจากกรมการประกันภัย ผมก็คงเคลมไม่ได้
และต้องเสียเงินซ่อมรถเองแน่ๆ
และอยากให้กรมการประกันภัยประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับกรณีนี้ให้มากขึ้น มิเช่นนั้น
ผู้ขับขี่บางคนอาจจะเป็นเหมือนผมและอาจจะเสียโอกาสในการได้เคลมประกัน
เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
> เชาวลิต หาญธนชาติ
>
> ตอบ คุณเชาวลิต หาญธนชาติ
> ถือว่า คุณเชาวลิต รอบคอบมาก ถึงไม่ต้องเสียเงินซ่อมรถเอง
เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ลุงแจ่มได้สอบถามไปยัง คุณบุปผา
> เจ้าหน้าที่ของกรมการประกันภัย ที่คุณเชาวลิตพูดถึง ได้รับคำชี้แจงว่า
นี่เป็นเทคนิค หรือกุศโลบายในการป้องกันการปลอมแปลงกรมทัณฑ์
ที่เคยมีการประชาสัมพันธ์ผ่านทางโทรทัศน์ไปแล้ว แต่อาจจะไม่ทั่วถึง ดังนั้น
จึงขอประชาสัมพันธ์ผ่านหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก อีกครั้งว่า เมื่อกระดาษ
พ.ร.บ.รถยนต์ถูกความร้อนของเครื่องถ่ายเอกสาร
> เมื่อกระดาษ พ.ร.บ.รถยนต์ถูกความร้อนของเครื่องถ่ายเอกสาร ก็จะปรากฏคำว่า
"ปลอม"
เพื่อเป็นการป้องกันในกรณีที่อาจจะมีการนำไปถ่ายเอกสารสีให้เหมือนของจริง
และนำมาแอบอ้างใช้ นอกจากนี้ก็ยังมีการป้องกันการปลอมแปลง พ.ร.บ. รถยนต์
อีกหลายจุด เช่น ในเนื้อกระดาษ พ.ร.บ. จะมีเส้นใยสีชมพู ถ้าส่องกับไฟ
จะเห็นตรากระทรวงพาณิชย์อยู่ในเนื้อกระดาษ เป็นต้น


Posted by : hp40 , Date : 2007-05-22 , Time : 09:54:48 , From IP : 172.29.3.101

ความคิดเห็นที่ : 1


   นำมาฝากขำขันนะไม่เกี่ยวกับทางคณะนะ
เรียน พนักงานทุกท่าน
ทางบริษัท
มีความยินดีจะแจ้งกฎของบริษัทที่เพิ่งจะได้อนุมัติจากคณะกรรมการหลังจากที่มี
การประชุมใหญ่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา
ทางคณะผู้บริหารหวังเป็นอย่างยิ่งว่า...
พนักงานทุกท่าน คงจะยินดีปรีดาไม่น้อยกว่าคณะผู้บริหารเช่นกัน
>>ก. ยานพาหนะ
ทางบริษัทขอแนะนำให้พนักงานทุกคนเดินทางมาทำงานโดยใช้ยวดยานพาหนะที่เหมาะสม
กับเงินเดือน ของตัวเอง

>>o หากทางบริษัทเห็นว่าพนักงานท่านใดขับรถยนต์ป้ายแดงมาทำงาน
ทางบริษัทก็ตระหนักดีว่าท่านไม่สมควรที่จะได้รับการพิจารณาปรับเงินเดือนขึ้น
แต่อย่างใดเพราะท่านก็พอมีพอกินอยู่แล้ว

>>o หากพนักท่านใดนั่งรถสาธารณะมาทำงาน
>>ทางบริษัทก็ตระหนักดีว่าท่านไม่สมควรที่จะได้รับการพิจารณาปรับเงินเดือนขึ้น
แต่อย่างใด
>>เพราะท่านเป็นคนที่มัธยัสถ์และเก็บเงินเก่งอยู่แล้ว
>>และ
>>o
>>หากพนักงานท่านใดขี่จักรยานมาทำงาน
>>ท่านก็ไม่สมควรที่จะได้รับการพิจารณาปรับเงินเดือนขึ้นแต่อย่างใด
>>เพราะท่านก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรอยู่แล้ว
>>ข. การลาพักร้อน
>>พนักงานทุกคนมีสิทธิที่จะลาหยุดได้ 104
>>วันต่อปี คือ วันเสาร์และวันอาทิตย์
>>ค. พักกลางวัน
>>o พนักงานท่านใดที่ผอมสลิม
>>สแลนเดอร์ จะได้รับอนุญาตให้พักเที่ยงได้ถึง
>>30 นาที เพื่อที่จะได้ทานอาหารอย่างเต็มที่และเต็มอิ่ม
>>o พนักงานท่านใดที่ดูไม่ผอม
>>ไม่อ้วน กำลังพอดี จะได้รับอนุญาตให้พักเที่ยงได้
>>15 นาที เพื่อจะได้ไม่มีเวลาทานมากจนเกินไป
>>เดี๋ยวจะอ้วนขึ้นซะเปล่าๆ
>>o พนักงานท่านใดที่น้ำหนักเกินพิกัด
>>จะได้รับอนุญาตให้พักได้ 5 นาที
>>เพื่อว่าจะได้ดื่มอาหารจำพวกธัญญพืชหรือยาลดความอ้วน
>>ง. การลาป่วย
>>ทางบริษัทจะไม่ยอมรับใบรับรองแพทย์อีกแล้ว
>>เพราะบริษัทได้ตระหนักถึงข้อเท็จจริงดีว่า
>>หากพนักงานท่านใดป่วยแต่ยังสามารถไปหาแพทย์ได้
>>ก็สามารถไปทำงานได้เช่นเดียวกัน
>>จ. การใช้ห้องน้ำ
>>ทางบริษัทได้สังเกต ค้นคว้า วิจัย ออกมาแล้วว่า
>>พนักงานส่วนใหญ่เสียเวลาไปกับห้องน้ำนานมาก
>>ทางบริษัทจึงได้ติดตั้งเครื่องมือเอาไว้
>>หากพนักงานท่านใดใช้เวลาเกินกว่า 3 นาที
>>เสียงเตือนระบบไซเรนท์จะดังขึ้น ม้วนกระดาษชำระจะถูกเก็บเข้ากล่อง
>>ประตูจะเปิดออกโดยอัตโนมัติ
>>และพนักงานท่านนั้นจะถูกถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก
>>หากพนักงานท่านใดยังนั่งห้องน้ำเกิน 3
>>นาที เป็นครั้งที่สอง รูปที่ถูกบันทึกไว้จะถูกตีพิมพ์
>>ส่งไปติดตามบอร์ดต่างๆ ในทุกแผนกของบริษัท
>>เพื่อไม่ให้เอาเป็นแบบอย่าง
>>ฉ. การผ่าตัด
>>ตราบใดที่ท่านยังเป็นพนักงานบริษัทอยู่
>>ท่านไม่สามารถไปผ่าตัดได้ตามอำเภอใจ เพราะทางบริษัทต้องการท่าน
>>และในตอนที่บริษัทฯ
>>ได้รับท่านเข้ามาทำงาน
>>พร้อมกับอวัยวะที่ครบ 32 ประการ
>>หากท่านไปผ่าตัดถือว่าท่านไม่ได้ทำตามสัญญาและข้อตกลงที่ได้ให้ไว้
>>ดังนั้น บริษัทฯ จึงจำเป็นต้องไล่ท่านออก
>>ช. การใช้ INTERNET
>>การใช้เน็ตจะถูกบันทึกไว้ในระบบของบริษัท
>>หากทางบริษัทเห็นว่าท่านใช้เน็ตเป็นการส่วนตัว
>>บริษัทจะหักค่าใช้จ่ายนี้จากโบนัสประจำปีของท่าน
>>(ถ้ามี) และหากในปีนั้นไม่มีโบนัสประจำปี
>>ทางบริษัทก็จะหักค่าใช้จ่ายนี้จากเงินเดือนของท่านตามบันทึกของระบบ
>>และพนักงานจะไม่ได้รับเงินเดือนในเดือนถัดไปเป็นเวลา 3 เดือน

>>***PS... หากพนักงานท่านใด มีข้อสงสัย หรือต้องการจะปรึกษา
>>ก็ให้ติดต่อที่ห้องผู้บริหารได้ทุกเมื่อ
>>(ถ้าอยู่) ***


Posted by : hp40 , Date : 2007-05-22 , Time : 10:03:27 , From IP : 172.29.3.101

ความเห็นจาก Social Network : Facebook


สงวนสิทธิ์การแสดงความคิดเห็นสำหรับ สมาชิกเท่านั้น