ความคิดเห็นทั้งหมด : 4

หญิงอายุ 57 ปีมีไข้มานาน 2 สัปดาห์


   หญิง 57 ปี เป็นแม่บ้าน อยู่ที่อ.ระโนด
cc. ไข้ 2 สัปดาห์
PI. 2 สัปดาห์ก่อน มีไข้สูง หนาวสั่นเป็นบางครั้ง ปวดหัวเวลามีไข้
10 วันก่อน ถ่ายเหลวๆ วันละ 2-4 ครั้ง จึงไปอยู่รพ.แห่งหนึ่ง ได้รับ ceftriaxone 2 g IV ODx4 วัน ยังคงมีไข้
5 วันก่อน มีผื่นแดงทั้งตัว ไม่คัน (ผื่นเป็นอยู่ 4 วัน) แพทย์ได้เปลี่ยนยาเป็น sulperazone แต่ยังคงมีไข้
ที่รพ.เก่า CBC Hct 32 wbc 6400, plt 18600
SGOT 412, SGPT 355, ALP 194, A 3.2
U/S negative

PE T 37.5, R 24, P 100, BP 115/65
Not pale, no jaundice
Liver 2 FB palpable, span 12 cm. not tender, spleen neg,

1. บอกการวินิจฉัยโรคที่น่าจะเป็นมากที่สุด (มี differential diagnosis ก็ยิ่งดีค่ะ)
2.จะ manage ผู้ป่วยรายนี้ต่อไปอย่างไร


Posted by : chpantip , E-mail : (chpantip@medicine.psu.ac.th) ,
Date : 2008-07-31 , Time : 08:53:45 , From IP : 172.29.3.68


ความคิดเห็นที่ : 1


   สวัสดีครับอาจารย์ ผมเข้ามาดูหลายวันแล้วครับ แต่ยังไม่กล้าตอบ เพราะ ไม่รู้โรคมากสักเท่าไรและไม่กล้าที่จะตอบ วันนี้อยากมีส่วนร่วม ผมขอลองๆDDxเท่าที่รู้ก่อนนะครับ

ตอบคำถามแรก
คิดว่าน่าจะเป็น Dengue hemorrhagic fever มากที่สุดครับผม เพราะอาการของDHF สามารถมีไข้ขึ้นสูง หนาวสั่น ท้องเสียได้ ผู้ป่วยมีประวัติท้องเสีย ซึ่งก้อเกิดได้ที่วไปใน viral infection
ส่วนผื่นที่ขึ้น(เนื่องจากไม่ทราบลักษณะผื่น)คิดว่านะจะเป็นผื่นแดงที่เกิดจากการleak ของ RBC ออกมาที่ผิวหนัง ซึ่งสัมพันธ์กับผลlabที่มี plt ต่ำมาก เนื่องจากไม่ทราบประวัติของผู้ป่วยว่ามี bleeding มาก่อนหน้านี้หรือเปล่า แต่การที่มีไข้ แล้ว plt ต่ำอย่างรวดเร็วแบบนี้ Dengue viral infection น่าจะอฺธิบายได้ เมือนำผล lab มาประกอบกันค่า SGOT,SGPT สูงขึน โดย SGOT/SGPT > 1 พอจะบอกได้ว่าบอกได้ว่าเป็น viral hepatits ตรวจร่างกายพบตับโตเล็กน้อย แต่กดไม่เจ็บ(อันนี้ไม่รู้ว่า DHF จำเป็นต้องมีตับกดเจ็บทุกคนรึเปล่า แต่เท่าที่ทราบการจะDx ว่าเป็น DHF การที่ตับโตกดเจ็บก็เป็นหนึ่งในการDx)
ส่วนค่า ALP ที่สูงขึ้น คิดว่าอาจจะเกิดการ irritate bile canaliculi ร่วมด้วย
การที่การให้ยาจากรพ.ไม่ทราบชื่อ แล้วผู้ป่วยไม่ตอบสนอง ยังคงมีไข้สูงอยู่ตลอด ก็คิดว่าน่าจะเป็นการรักษาที่ไม่ถูกจุด ที่รพ.อาจจะคาดเดาว่ามี bacterial infection ซึ่งเท่าทีผมทราบ ไม่มี bacterial infecion ตัวไหนที่ทำให้ plt ต่ำ ละยาที่ให้ก็ค่อนข้างจะ broad spectrum แต่ไข้ก็ยังไม่ลด คิดว่าน่าจะนึกถึง virao infection ได้ในรายนีี้
สิ่งที่ทำให้นึกถึงDHFในผู้ป่วยน้อยลงคือ อายุ ซึ่งDHF มักพบในเด็กมากกว่าวัยรุ่น ในคนสูงอายุ พบน้อยมาก ส่วนที่อยู่ของผู้ป่วย เท่าที่จินตนาการได้ อาจจะมีป่ายางเยอะ บริเวฯนั้นอาจจจะมีการระยาดขิงไข้เลือดออกก็เป็นไปได้

โรคอันที่สองที่คิดถึงรองลงมา คงเป็น Influenza virus แต่ก็ไม่ได้อธิบายว่า มีpltต่ำได้ยังงัย นอกจากเสียว่าผู้ป่วยติดเชื้อแล้วมา trigger โรคITPที่ผู้ป่วยเป็นอยู่รึเปล่า(อันนี้ผมเริ่มเดาครับ)

ตอบคำถามที่สอง
การmanagement ในผู้ป่วย
ในการDx คิดวาจะซักประวัติประวัติ เข้าป่าเข้าสวน โรคระบาด ประวัติเลือดออกในอดีตเพิ่มเติม
และตรวจร่างกายเพิ่มเติม เพื่อดูว่ามี Hemorrhage ตรงไหนอีกหรือไม่ เพื่อยืนยันการวินิจฉัย รวมทั้งทำ Touniquet test ด้วย
คิดว่าจะให้สารน้ำในผู้ป่วย 5% D/NSS 10cc/kg/hr
serial HCT q 4 hrs
record vital sign and I : O

ตอบเสร็จแล้วครับอาจารย์ ไม่ทราบว่า คิดเข้าป่าเข้าดงไปถึงไหน
รบกวนอาจารย์ด้วยนะครับ

ขอบคุณครับ


Posted by : aunwa , Date : 2008-07-31 , Time : 21:33:49 , From IP : 172.29.22.63

ความคิดเห็นที่ : 2


   case นี้ยากจังครับ
...
ขออนุญาติ List Problem :
- Fever with chill เป็นมา 2 สัปดาห์แล้ว ไม่ค่อย response ต่อ ATB แม้กระทั่งว่าเป็น broad spectrum แล้วก็ตาม แต่ไม่แน่ใจว่าหลุดบางเชื้อ เช่น parasite หรือว่า anaerobe บ้างหรือเปล่า ผมไม่ค่อยเก่งเรื่อง antibiotic ครับ
- Bicytopenia - Platelet ต่ำ และ anemia platelet ต่ำนี่ชัดมาก น่าจะอธิบายเรื่องผื่น ซึ่งคิดว่าเป็น petechiea
- Hepatomegaly + Transaminitis แต่ไม่เหลือง และ U/S negative?
Assessment
- บ้านอยู่ระโนด?
...
ประการแรก เรื่องไข้ ไข้หนาวสั่น ที่เป็นมา 2 สัปดาห์แล้ว น่าจะ approach ได้ 2 แบบ คือ FUO มี 5 โรคที่ต้องคิดถึง ได้แก่ Dengue, Malaria, Scrub Typhus, Murine Typhus และ Leptospirosis และ แบบ prolong fever กลุ่ม Chronic infection, connective tissue disease และ Cancer
...
ประการที่ 2 เรื่อง hepatomegaly แต่ว่า ไม่มีเหลือง U/S ไม่เจออะไรผิดปกติ ผล LFT มี SGOT เด่นกว่า SGPT ด้วย ทำให้เราคิดถึง hepatobilliary disease ลดลง ไม่ว่าจะเป็น hepatitis, hepatoma, cholangitis, cirrhosis with infection อย่างไรก็ดีกลุ่ม FUO ต่างก็ทำให้มี hepatomegaly ได้หมด
...
ประการที่ 3 CBC ที่มี platlet ต่ำ กับซีด เนื่องจากอาจารย์ blind ผล RBC morphology เอาไว้เลย แยกไม่ค่อยออก แต่สิ่งที่ทำให้ platelet ต่ำก็ต้องคิดว่า มันมีการสร้างน้อย ทำลายมาก หรือมีการใช้มากกันแน่ สร้างน้อย เช่นมีอะไรเบียด Bone marrow เอาไว้, ใช้มากก็ไม่น่าจะใช่, ทำลายมาก เช่น พวก autoimmune , ITP. นอกจากนี้ ยังมีภาวะบางอย่าง เช่น DHF ทีทำให้ platelet รั่วออกมา หรือว่า Malaria ก็สามารถทำให้ platelet ต่ำได้ ไม่แน่ใจว่าจากสาเหตุอะไรครับ เท่าที่ลอง search คร่าวๆ บางรายงาน(เก่าๆ) บอกว่า สัมพันธ์กับ autoimmune, บางรายงานทำในหลอดทดลองบอกว่า เกิดจากการที่ platelet ตายง่ายขึ้นจากเดิม, หรือมันถูกทำลายได้ง่ายขึ้น
...
Differential diagnosis
1. Malaria infection จากที่คิดไว้ข้างต้น คิดถึง malaria มากที่สุดครับ เพราะ ไข้หนาวสั่น เป็นมานาน + ตับโต + เกร็ตเลือดต่ำ
2. Liver abscess จากประวัติว่ามีถ่ายเหลว อาจเป็น amoebic liver abscess ซึ่งยาที่ใช้คิดว่าไม่คลุมกลุ่ม parasite ดังกล่าว สิ่งที่ค้าน คือ U/S ที่ไม่พบว่ามี abscess แต่ช่วงแรก อาจยังไม่มีการ form ของ abscess formation และไม่มีตับกดเจ็บ ส่วน platelet ต่ำ อธิบายจากการที่มี severe infection มีการใช้ platelet มาก
3. Leukemia ที่ยังอยู่ใน marrow ทำให้มี platlet ต่ำ และซีดได้ และ WBC ยังไม่เพิ่มจำนวนมากขึ้น จากอาการไข้ ซีด และ bleed ก็น่าจะเข้าได้ แต่ว่าน่าจะมีม้ามโตด้วย ทำให้คิดถึงน้อยลง
4. Chronic infection ที่แอบซ่อนอยู่ เช่น HIV, TBc ซึ่งต้อง invesigate ต่อ
5. Connective tissue disease เช่น SLE ก็น่าจะคิดถึงได้
ที่คิดถึงน้อยลง ได้แก่
6. Cholangitis อธิบายเรื่อง ไข้หนาวสั่น แต่ไม่เหลือง CBC น่าจะมี leukocytosis และอาการเป็นมานานทำให้คิดถึงน้อย อีกอย่าง ถ้าเป็น Cholangitis - Ceftri และ Sulperazone ก็น่าจะคลุมเชื้อแล้ว
7. Acute pyelonephritis มีอาการไข้ หนาวสั่นได้ แต่ว่า ไม่มี leukocytosis ให้เห็นเช่นกัน
8. DHF ที่คุณ Aunwa คิดถึง ผมคิดว่า อาการไข้มันนานเกินไปที่จะเป็น DHF , CBC ก็ไม่มี Hemoconcentration คิดถึงได้ครับ แค่น่าจะเอาไว้อันดับหลังๆ
9. Drugs fever คิดห้อยท้ายไว้ แม้ว่า ATB พวกนี้จะไม่อธิบาย platlet ต่ำก็ตาม(หรือเปล่า?)
...
Management
- ส่ง CBC with RBC morphology และ ขอสไลด์เพื่อดู malaria และ WBC ครับ
- ขอ U/S abdomen อีกครั้ง เป็นผมอาจขอลองทำ Bedside เพื่ออย่างน้อยก็ exclude liver abscess ให้เห็นกันแน่ๆว่าไม่มี เพราะ ช่วยเปลี่ยนแปลงการวินิจฉัย
- ส่ง CxR เพื่อหาว่ามี infection ที่แอบซ่อนเป็นสาเหตุของไข้ด้วยหรือไม่
- IV rehydration , admit , bleeding precausion ถ้ายังไม่มี major bleeding ผมคิดว่ายังไม่ต้องให้ platelet
...
ขอบคุณครับ


Posted by : botsumu , Date : 2008-08-01 , Time : 13:28:56 , From IP : 172.29.9.62

ความคิดเห็นที่ : 3


   คงหา malaria เหมือนกันฮะ แล้วก็อาจจะเพิ่มเจาะ HIV ด้วย (เพราะเป็นแม่บ้านอยู่ระโนด?)

ไข้ไม่มาก pulse ค่อนข้างเร็ว แต่หายใจไม่เร็ว BP ก็ยังดี ดูท่าทางไม่ toxic มาก และประวัติได้ empirical ATB มาหลายวันยังไม่ดีขึ้น คงคิดถึงพวกติดเชื้ออย่างอื่นที่ไม่ใช่ Bacteria (ถ้าเป็น Dengue,Lepto,Scrub ก็คงหายแล้วเหมือนกัน) หรืออาจจะเป็น Typhoid fever ... หรืออาจจะแพ้ยา Ceftri ?

เอ่อมม...แล้ว Plt ต่ำเตี้ยขนาดนี้ ม้ามก็ไม่โต...เป็นจากอะไรกันน้า...

คิดไม่ออกแล้วครับ


Posted by : ArLim , Date : 2008-08-01 , Time : 19:27:55 , From IP : 61.19.67.163

ความคิดเห็นที่ : 4


   ดีใจมากๆค่ะที่คุณหมอตอบกันมาหลายคน ขอต้อนรับคุณหมอ Aunwa และคุณหมอ botsumu ค่ะ ส่วนคุณหมอ Arlim ก็มีคำตอบเด็ดๆ ที่ทำให้อาจารย์ได้ยิ้มเสมอค่ะ ที่ตอบมา ไม่ต้องกลัวว่าจะผิดหรือถูกนะคะ อาจารย์เองก็ผิดอยู่บ่อยๆค่ะ เมื่อเราผิดเราก็ได้เรียนรู้เพิ่มขึ้น ถือว่าเป็นกำไร อาจารย์หมอจรัส สุวรรณเวลาเคยบอกว่า คำตอบที่ทำให้เราตอบไปแล้วทำให้เราอับอายที่สุด จะเป็นสิ่งที่เราจะจำได้ไม่ลืมเลย

case นี้ จริงๆแล้วไม่ยาก ขอชี้ประเด็นบางอย่างนะคะ อยากให้อ่านกระทู้เรื่อง How to approach acute febrile illness ประกอบด้วยค่ะ

ผป.มีไข้มา 2 สัปดาห์แล้ว เราตัด dengue fever (DF)/DHF ได้เลยค่ะ เพราะผป. DF/DHF ไข้จะลงใน 7 วัน จึงมีชื่อเรียกว่า 7-day fever ส่วน leptospirosis classical pattern เป็น biphasic fever โดยระยะแรก (leptospiremic phase) ไข้นาน 4-7 วัน ไข้ลง 1-2 วันแล้วมีไข้อีก (immune phase) นาน 4-30 วัน scrub typhus ส่วนใหญ่ไข้นาน 2-3 สัปดาห์ มีรายงานไข้นานที่สุดคือ 38 วัน จึงยังตัด scrub typhus และ lepto ไม่ได้

เนื่องจากผู้ป่วยอายุมากและมี abnormal liver function test เราต้องนึกถึง hepatobiliary tract infection แต่เขาไม่มี leukocytosis ultrasound abdomen ก็ไม่พบ biliary tract stone, bile duct dilate หรือ liver abscess และไม่ตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะ(ที่จริงแล้ว ให้ ceftriaxone ก็พอ ไม่ต้องให้ถึงขนาด sulperazon) ก็เป็นข้อมูลที่ไม่ค่อยสนับสนุน bacterial infection ส่วนมาลาเรีย พอเข้าสัปดาห์ที่ 2 แล้วก็ควรจะมีไข้หนาวสั่นเป็นแบบ malarial paroxysm คือจับไข้เป็นเวลา วันเว้นวันแล้วค่ะ

อาการท้องเสีย ซึ่งมักถ่ายเหลวๆเละๆ ไม่เป็นน้ำ วันละ 3-4 ครั้ง พบได้ทั้งใน DF/DHF, lepto, rickettsiosis, typhoid fever ไม่ค่อยช่วยอะไร

ส่วนผื่นที่ขึ้น ตอนที่มามอ. ผื่นหายไปแล้ว ลักษณะน่าจะเป็น maculopapular rash (MP) ไม่น่าจะเป็น drug rash เพราะไม่คัน MP rash เกิดขึ้นวันที่ 4-8 ของไข้ ก็ต้องนึกถึง rickettsiosis ค่ะ ใน lepto และมาลาเรีย ไม่ควรมีผื่น

การซักประวัติและตรวจร่างกายใหม่ได้ประวัติเพิ่มเติมว่าผู้ป่วยมีสวนยาง ต้องไปดูแลสวนเองบ่อยๆ ประวัตินี้ทำให้ต้องมี scrub typhus และมาลาเรียอยู่ใน differential diagnosis ตรวจร่างกาย ต้องยกความดีให้อาจารย์ศิวศักดิ์ค่ะ อาจารย์ตรวจพบ eschar ที่ด้านในของแขน ก็เลยได้ diagnosis ว่าผู้ป่วยเป็น scrub typhus การรักษาที่ผ่านมา ผู้ป่วยยังไม่เคยได้รับ doxycycline เลย พอให้ doxycycline (100) 2x1 ไป วันรุ่งขึ้นไข้ลดลงหน่อย ผู้ป่วยรู้สึกสบายขึ้น อีกวันหนึ่ง ไข้ลงถึง 37 C แล้วไข้ก็หายไปเลย ดิฉันจะรายงานผล serology มาให้ทราบภายหลังค่ะ

ผู้ป่วยรายนี้ ถึงไม่เจอ eschar เราก็ต้องลองให้ doxycycline อยู่ดีค่ะ

ชอบที่คุณหมอ botsumu เขียน problem ของผู้ป่วยก่อน ทำให้เราดูได้ครบถ้วน LFT แบบนี้พบได้ใน leptoและ rickettsiosis ค่ะ มี transaminase ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่เกิน 5 เท่า มี ALP ขึ้นประมาณ 200-300






Posted by : chpantip , Date : 2008-08-04 , Time : 08:42:42 , From IP : 172.29.3.68

สงวนสิทธิ์การแสดงความคิดเห็นสำหรับ สมาชิกเท่านั้น